อุกอาจ! คนร้ายยิงอาสาสมัครยะลาดับ คาดปมส่วนตัว

คนร้ายยิงอาสาสมัครยะลาเสียชีวิต เจ้าที่ตำรวจรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ คาด ปมเรื่องส่วนตัว

ศูนย์วิทยุ สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง นายยะพา มามุ อายุ 47 ปี เป็น อส.อำเภอรามัน จ.ยะลา เสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณสี่แยกใกล้โมนาลิซ่าไนท์คลับ ถ.นวลสกุล อ.เมือง จ.ยะลา เหตุเกิดขณะผู้ตายขับรถยนต์ส่วนตัว เมื่อมาถึงสี่แยกโปนาลิซ่า ได้มีคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ตามมาแล้วใช้อาวุธปืนพกสั้นจอยิงที่ศรีษะจำนวน 1 นัด เป็นเหตุให้ นายยะพา เสียชีวิตทันที

หลังเกิดเหตุ นายอนุชิต ตระกูลมุทุตา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วย นายอำเภอและผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา รุดไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดพิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเบื้องต้นเชื่อว่าเป็นเรื่องส่วนตัว เกี่ยวกับการทะเลาะวิวาทก่อนหน้านี้

กรมอุตุฯเผย ‘พายุไคตั๊ก’ ไม่รุนแรงเตือน 6จว.ภาคใต้รับมือฝนกลุ่มใหญ่

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ยัน ‘พายุไคตั๊ก’ ไม่แรงมาก กระทบ 6 จังหวัดฝนหนัก ขณะเตือนคลื่นอ่าวไทย 2-4 เมตร ต่อเนื่องถึงปีหน้า

นายโชคชัย ชุมนุ้ย นักอุตุนิยมวิทยาชำนาญการ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก เปิดเผยสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่าขณะนี้พายุโซนร้อน “ไคตั๊ก” ที่ขณะนี้กำลังเคลื่อนตัวอยู่ในทะเลจีนใต้ตอนกลางและจะเคลื่อนตัวผ่านภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ในช่วงวันที่ 22-24 ธ.ค.นี้ แต่เมื่อดูทิศทางลม และองค์ประกอบสำคัญในเรื่องของความชื้นแล้ว ทำให้มีความมั่นใจว่าพายุโซนร้อน “ไคตั๊ก” จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและหย่อมความกดอากาศต่ำ

ซึ่งจะส่งผลทำให้เกิดฝนตกเป็นกลุ่มใหญ่ ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส แต่สิ่งที่ยังต้องระมัดระวังต่อเนื่องของคลื่นลมแรงในอ่าวไทยยังคงมีกำลังแรงต่อเนื่อง ความสูงของคลื่นประมาณ 2-4 เมตร ซึ่งที่ผ่านมาทาง ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ได้ออกประกาศเตือนไปยังจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ โดยขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งทะเลระมัดระวังอันตรายที่เกิดจากลมแรง และคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ส่วนเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันนี้ จนถึง 23 ธันวาคม 2560 อย่างไรก็ตาม สภาวะของคลื่นลมแรงของอ่าวไทยนี้จะปรากฏไปจนถึงเดือนมกราคมของปี 2561

เจ้าของฟาร์มจระเข้พัทยาแจง กรณีภาพคนงานเอาไม้แหย่ให้เสือแยกเขี้ยวคำราม

เจ้าของอุทยานหินล้านปีและฟาร์มจระเข้พัทยาแจง กรณีมีภาพคลิปคนงานใช้ไม้แหย่ให้เสือแยกเขี้ยวคำราม เบื้องต้นคาดโทษคนงานดูแลเสือชาวพม่าแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวในโซเชียลเน็ตเวิร์กผ่านเฟซบุ๊ก Edwin Wiek ของนายเอ็ดวิน วิก ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมการรัฐสภา ที่ได้โพสต์ภาพการแสดงเสือของแหล่งท่องเที่ยวในเมืองพัทยา ที่คนดูแลเสือใช้ไม้แหย่เสือเพื่อให้แยกเขี้ยวคำรามเพื่อทำการถ่ายภาพที่ระลึกให้นักท่องเที่ยว พร้อมระบุว่า Today witnessed the ugliness of tourism and wildlife in Pattaya; this tiger gets poked all day, hundreds of times a day so it will roar for the picture with tourists. Time for a change of laws!

“วันนี้เป็นพยานถึงความน่าเกลียดของการท่องเที่ยวและสัตวป่าในพัทยา เสือนี้ถูกสะกิดทั้งวันร้อยครั้งต่อวัน ดังนั้นมันจะคำรามสำหรับภาพที่มีนักท่องเที่ยว ถึงเวลาเปลี่ยนกฎหมายแล้ว!”

ต่อมามีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าวกันเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นกังวลในเรื่องของการคุ้มครองดูแลสัตว์และรูปแบบการให้บริการว่ามีความเหมาะสมหรือไม่อย่างไร รวมถึงการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายทารุณกรรมสัตว์และสร้างความตึงเครียดให้สัตว์ป่าได้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพูดคุยกับนายส่วน พนมวัฒนกุล ผู้บริหารอุทยานหินล้านปีและฟาร์มจระเข้พัทยา ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตามคลิปที่ได้มีการโพสต์และแชร์ออกไปเป็นจำนวนมาก ก่อนได้รับการเปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวตนเองเพิ่งทราบเรื่องและได้คาดโทษคนงานที่กระทำการดังกล่าวไว้แล้ว และหากพบว่ายังฝ่าฝืนหรือทำอีกก็จะดำเนินการไล่ออกในทันที

ทั้งนี้ ในส่วนของการแสดงเสือนั้น ได้จัดให้มีคนงานประจำจุดเพื่อดูแลเสือให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพที่ระลึกมีอยู่ทั้งสิ้น 4 คน จากการสอบถามทราบว่าผุ้ที่ก่อเหตุมีเพียงคนเดียวเท่านั้นเป็นคนงานสัญชาติพม่า คาดว่าคงจะอยากได้ทิปรางวัลจากชาวต่างชาติจึงแหย่เสือให้แยกเขี้ยวคำราม ซึ่งหลังจากนี้จะได้ทำการควบคุมไม่ให้เกิดเหตุการณืทำนองเดียวกันนี้ เพื่อส่งเสริมการท่อเงที่ยวและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ประเทศไทยต่อไป