ประกันสังคมเตรียมเรียกเงินคืน 90,000 บาท หนุ่มใหญ่ศรีสะเกษขอชีวิตคืน
จากกรณีที่ นายสาคร สาชีวะ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44 ม.6 บ้านเหล่าฝ้าย ต.เหล่ากวาง อ.โนนคูณ หนุ่มที่ถูกคิดว่าเสียชีวิตและญาติได้เผาศพไปแล้ว เข้าร้องทุกข์กับสื่อมวลชน เพื่อขอให้ประสานงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและขอคืนชีวิต
ล่าสุด ที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ น.ส.กาญจนา ทองสิงห์ นักวิชาการแรงงานชำนาญการ รักษาราชการแทนประกันสังคมจังหวัดศรีสะเกษ ได้เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการจ่ายเงินประกันสังคมของนายสาคร โดยทางสำนักงานประกันสังคมจังหวัดศรีสะเกษ ได้มีการจ่ายเงินให้ญาติของนายสาครไปรวมจำนวนเงินทั้งสิ้น 90,000 บาท

น.ส.กาญจนา กล่าวว่า เมื่อมีการพบว่า นายสาคร ยังมีชีวิตอยู่ ก็จะต้องมีการเรียกเงินคืนจากนางศรี ที่เป็นแม่ของนายสาคร ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิ์รับเงินทดแทนไปแล้ว เป็นเงินจำนวน 90,000 บาท เพื่อส่งคืนให้กับกองทุนประกันสังคมเพื่อให้ถูกต้องตามกฏหมาย เพราะว่าสิทธิ์ของเงินประกันสังคมนั้นจะให้เฉพาะผู้ที่เป็นทายาทตามกฏหมายเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ตนได้ส่งเจ้าหน้าที่ประกันสังคมไปทำความเข้าใจกับนายสาครและครอบครัวเรียบร้อยแล้ว

ส่วนกรณีที่นายสาครและญาติยังไม่มีเงินทั้งหมดมาคืนให้ได้นั้น ตนจะได้เชิญนายสาครมาเจรจาหารือกัน โดยจะดูว่า นายสาครและญาติพี่น้องมีรายได้เท่าไร หลังจากหักค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตประจำวันแล้ว จะสามารถมีเงินเหลือจ่ายเงินคืนให้ประกันสังคมได้เดือนละเท่าไร ซึ่งนายสาครจะต้องจ่ายเงินคืนให้เพราะว่าเป็นกฎหมายที่จะต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดนั่นเอง
สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 60 นายสาคร สาชีวะ อายุ 44 ปี เข้าร้องทุกข์กับสื่อมวลชนว่า นายสาคร ถูกทางราชการระบุว่าเสียชีวิตแล้ว ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ และได้เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 17 ธ.ค. 2560 ที่ผ่านมา หลังจากที่ไปทำงานบนเรือประมงที่ จ.นครศรีธรรมราช นานกว่า 1 ปี และเมื่อกลับมาถึงบ้านปรากฏว่า ญาติพี่น้องได้มีการประกอบพิธีฌาปนกิจศพชายคนหนึ่งที่ทางราชการระบุว่า เป็นศพของนายสาคร และได้มีการทำบุญนำเอาอัฐิเข้าไว้ในเจดีย์เรียบร้อยแล้ว

จากนั้นนายสว่าง ไกรษี ครูชำนาญการพิเศษ ร.ร.บ้านเหล่าฝ้าย นำตัว นายสาคร ไปพบกับ นายพรชัย วงศ์งาม นายอำเภอโนนคูณ เพื่อขอความช่วยเหลือ นายพรชัย กล่าวว่า ที่สำคัญที่สุดของเรื่องนี้ก็คือ ตนดีใจที่นายสาครยังไม่ตาย และกลับมาสู่อ้อมกอดของครอบครัวญาติพี่น้อง ในส่วนของการดำเนินการช่วยเหลือนั้น ตนได้มอบหมายให้ ปลัดอาวุโส และปลัดฝ่ายทะเบียน เร่งดำเนินการให้การช่วยเหลือนายสาคร ตามระเบียบกฏหมายอย่างเร่งด่วนที่สุด
โดยให้ทำการสอบสวนพยานแวดล้อม ญาติพี่น้องพ่อแม่ ญาติมิตร เพื่อเป็นหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของระเบียบกฎหมายในการเพิ่มชื่อ จากนั้น จะรายงานไปยังสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เพื่อให้คืนสิทธิ์ และจะแจ้งไปยังสำนักงานเขตที่ออกใบมรณบัตรเพื่อให้ยกเลิก เนื่องจากแจ้งผิดพลาด โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด

ทางด้าน นายสาคร กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจมากที่ได้รับการช่วยเหลือจากนายอำเภอโนนคูณและคณะ เพื่อให้ตนกลับมามีชีวิตอีกเช่นเดิม และตนดีใจที่ได้กลับมาบ้าน และได้รับการต้อนรับจากญาติพี่น้องเป็นอย่างดี ต่อจากนี้ไปตนจะคงยังอยู่ที่บ้านเกิด เนื่องจากว่าตนมีอาการป่วยทางโรคประสาท ซึ่งจะต้องรอไปพบแพทย์ก่อนว่า อาการป่วยจะรักษาให้หายได้หรือไม่อย่างไร





