‘พล.อ.ชวลิต’ เปิดบ้านให้เข้าอวยพรปีใหม่ ยันไม่ขอเล่นการเมืองอีก

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เปิดบ้านให้หน่วยงานเข้าอวยพรปีใหม่ พร้อมยืนยันไม่ขอเล่นการเมืองอีก

วันที่ 20 ธ.ค. 2560 มีรายงานว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดบ้านพัก ที่ ซอยปิ่นประภาคม ให้คณะหน่วยงาน รวมถึงคณะบุคคล ได้ร่วมเข้าอวยพรปีใหม่ พร้อมกันนี้ยังเปิดโอกาสให้กลุ่มสายอาชีพต่างๆ เช่น กลุ่มเกษตรกร กลุ่มรัฐวิสาหกิจ กลุ่มโรงงานยาสูพ และกลุ่มชนเผ่า 16 เผ่า เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาเดือดร้อนที่ได้รับผลกระทบ

โดย พล.อ.ชวลิต เปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองในปัจจุบัน ว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตยจะต้องมีหลักการ คือ 1.อำนาจสูงสุดเป็นของปวงชน 2.เสรีภาพของบุคคลต้องบริบูรณ์ 3.ต้องปกครองโดยหลักกฎหมาย และข้อสุดท้ายคือ การปกครองที่มาจากการเลือกตั้ง ทั้งนี้ ต้องมีหลักการให้ครบทั้ง 4 ข้อที่กล่าวมา ถึงจะมีความเป็นประชาธิปไตย ที่สำคัญจุดสุดท้ายของการปกครองทั้งหมดต้องทำเพื่อประชาชน และในท้ายที่สุดประชาชนจะได้เรียนรู้และปรับตัวได้เอง

โดยในเวลานี้เศรษฐกิจถือว่าแย่ เงินในระบบของประเทศไทยที่จะใช้เพื่อการก่อสร้าง การผลิตและใช้จ่ายต่างๆ มีไม่เพียงพอ ทั้งนี้ยอมรับว่ามีคนมาติดต่อให้เล่นการเมือง แต่ส่วนตัวยืนยันว่าวางมือและไม่ขอเล่นการเมืองอีก

ลิฟท์โรงแรมหรูค้าง ทำนักข่าว-ช่างภาพ ติดอยู่นาน หลังตามทำข่าวนายกฯ

นักข่าว ช่างภาพทำเนียบ ติดลิฟท์โรงแรมหรูเกือบชั่วโมง ขณะร่วมงานนายกฯเปิดประชุม ICAO เผยเจ้าหน้าที่มัวแต่ยืนมองหน้าไม่กล้าช่วย เพราะนายไม่สั่ง ผู้ช่วย นสพ.เกือบเป็นลมขาดอากาศหายใจ

เมื่อเวลา 08.30 น.ที่ห้อง Riverside 4 ชั้น 2 โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ถนนเจริญกรุงซอย 30 เขตบางรัก กรุงเทพฯ Dr. Fang Liu เลขาธิการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) เข้าเยี่ยมคารวะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จากนั้นเวลา 09.00 น. ที่ห้อง Ballroom 2-3 โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ถนนเจริญกรุงซอย 30 เขตบางรัก กรุงเทพฯ นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดการประชุมระดับภูมิภาคขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO)

อย่างไรก็ตามก่อนที่จะเริ่มพิธี ได้เกิดเหตุระทึกขึ้นที่โรงแรมดังกล่าวโดยกลุ่มผู้สื่อข่าว ช่างภาพ และผู้ร่วมงาน จำนวน 9 คน ซึ่งได้ขึ้นลิฟท์มาจากชั้นลานจอดรถ เพื่อขึ้นมายังชั้น 2 ของโรงแรม ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานของโรงแรมได้เกิดลิฟท์ค้างและตกอย่างกะทันหัน โดยลิฟท์ได้ตกลงมายังชั้น จี (G) อย่างแรงสร้างความตกใจ ให้กับผู้ประสบเหตุ

เมื่อตั้งสติได้ ก็ได้กดปุ่มติดต่อขอความช่วยเหลือ ซึ่งพนักงงานโรงแรมได้สอบถาม ถึงจำนวนผู้ที่อยู่ในลิฟท์ และบริเวณชั้นที่ขึ้นโชว์อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์พร้อมบอกว่าจะเร่งประสานให้เจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ แต่ปรากฎว่า เวลาผ่านไป 10 นาทีแรก ก็ยังไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดเข้ามาช่วย จึงได้ขอความช่วยเหลือไปอีกครั้งก็ได้รับคำตอบว่า แจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างแล้ว

จากนั้นไฟในจอมอนิเตอร์ของลิฟท์ก็ดับลง อากาศภายในลิฟท์เริ่มน้อยลง ทำให้นายวัฒนะ เจียมพุดซา ผู้ช่วยผู้สื่อข่าวสำนักข่าวเนชั่น และนายชยพัทธ์ วิรัชกุล อายุ 61 ปี พนักงานขับรถหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง เริ่มมีอาการเวียนศรีษะ แล้วทรุดลงนั่งกับพื้น เพื่อนจึงปฐมพยาบาลเบื้องต้น นำยาดมไปบรรเทา จนเวลาผ่านไป 20 นาที ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ผู้ประสบเหตุจึงได้โทร พยายามติดต่อมายังเพื่อนผู้สื่อข่าวด้านนอก ให้ช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่องัดลิฟท์ ออกเบื้องต้นเพื่อให้มีอากาศหายใจ จนผ่านไปอีก 20 นาที

หลังจากที่กลุ่มผู้สื่อข่าวและเพื่อนช่างภาพได้ไปกดดันให้เจ้าหน้าที่เร่งงัดประตูลิฟท์ออก เจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างถึงยอมงัดประตูลิฟท์ออก ซึ่งคาดว่าที่ไม่ยอมงัดลิฟท์ตั้งแต่แรก เพราะเกรงลิฟท์จะเสียหาย และไม่ได้รับคำสั่งอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาจึงพยายามใช้ระบบคอมพิวเตอร์รีเซ็ตแทน ทั้งนี้เมื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุออกมาได้เจ้าหน้าที่ได้เข้ามาขอโทษ ในความไม่สะดวก และแก้ไขช้า โดยระบุสั้นๆเพียงว่า หากท่านใดรู้สึกมีอาการไม่ดีเรามีพยาบาลดูแล

ขณะที่ผู้สื่อข่าวซึ่งอยู่ด้านนอกพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลทำเนียบรัฐบาล หลังทราบว่าเพื่อนร่วมงงานยังติดอยู่ในลิฟท์ จึงพยายามช่วยเหลือเพราะเวลาผ่านไปนานมากแล้ว ได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่พร้อมสอบถามว่า ทราบหรือไม่ว่ามีลิฟท์ค้างอยู่จุดไหน ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์หญิงในโรงแรมดังกล่าว กลับยืนยันว่าไม่มีลิฟท์ค้าง เพราะเจ้าหน้าที่มอนิเตอร์กล้องวงจรปิดตลอด ทำให้ผู้สื่อข่าวยืนยันว่ามีเพื่อนติดอยู่ 9 คน เพราะติดต่อกันได้เมื่อสักครู่

แต่ตอนนี้ขาดการติดต่อ เนื่องจากเวลาผ่านไปเกือบ 1 ชั่วโมงแล้ว ทำให้เจ้าหน้าที่หญิงคนดังกล่าวสอบถามกับเจ้าหน้าที่ลิฟท์ว่ามีลิฟท์ค้างจริงหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่จึงยอมรับว่ามีลิฟท์ค้างจริง แต่ยังไม่มีเจ้าหน้าที่มาแก้ไข แค่รับทราบว่าลิฟท์ค้าง แร่ระบุไม่ต้องห่วงมีแอร์ปรับอากาศตลอด ขณะที่ผู้บริหารโรงแรมซึ่งเป็นชาวต่างประเทศ หลังที่ได้ส่งนายกรัฐมนตรีเข้าห้องรับรอง ได้รีบมาสอบถามว่าเหตุเหตุการณ์ใดขึ้น แล้วสั่งการให้ลงไปงัดลิฟท์ตัวดังกล่าวทันที

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายหนึ่งที่ประสบเหตุกล่าวว่า รู้สึกตกใจในช่วงที่ลิฟท์ตก แต่คิดว่าโรงแรมมีชื่อเสียงขนาดนี้ เมื่อได้รับแจ้งก็คงได้รับความช่วยเหลือทันที ในช่วงแรกยังได้มีการถ่ายรูปเป็นที่ระลึก แต่ปรากฎว่าการช่วยเหลือล่าช้า จนทำให้มีบางคนเริ่มเกิดอาการเวียนศรีษะ และการติดต่อกับเจ้าหน้าที่โรงแรมก็ไม่รับการตอบรับที่เร่งด่วน ล่าช้า

ยังโชคดีที่ช่วงแรกสามารถติดต่อเพื่อนที่ด้านนอกได้ และหากไม่ได้รับการกดดัน การช่วยเหลือก็อาจจะล่าช้ากว่านี้ ไม่อยากคิกว่าจะเกิดอะไรขึ้นโดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ประสบเหตุ แต่ขอบคุณที่ผู้บริหารโรงแรมชาวต่างประเทศที่เข้าใจและเร่งช่วยเหลือเมื่อทราบเหตุ ไม่ห่วงแค่ทรัพย์สินของโรงแรม แทนชีวิตของคนที่ติดอยู่ และไม่อยากคิดว่าถ้าลิฟท์ตัวนั้น นายกรัฐมนตรี ได้ใช้แล้วการช่วยเหลือจะเป็นอย่างไร หวังว่าการให้บริการต่อไปกับคนอื่นๆจะไม่ประสบปัญหาเช่นคนนี้

ผู้ช่วยช่างภาพสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า ระหว่างกดลิฟท์จากชั้น G เพื่อมายังสถานที่จัดการประชุมชั้น 2 ปรากฎว่าลิฟท์เคลื่อนตัวแล้วกระชากเสียงดัง ก่อนจะค้างอยู่ จึงแจ้งขอความช่วยเหลือ ตอนแรกยังรู้สึกปกติ เพราะคิดว่าลิฟท์ค้างธรรมดา และไม่นาน ช่างน่าจะมาแก้ไขได้

แต่ปรากฎว่าไม่มีเสียงตอบรับ หรือแจ้งจากเจ้าหน้าที่ด้านนอก เมื่อติดอยู่ด้านในนานประกอบกับคนเยอะ อากาศหายใจเริ่มน้อยลง ส่งผลให้ทุกคนเริ่มเวียนหัว โดยเฉพาะผู้ช่วยช่างภาพช่องหนึ่งซึ่งอายุเยอะ เริ่มนั่งลงและเวียนหัวจะอาเจียน เวลาผ่านไปกว่า 30 นาทีเจ้าหน้าที่จึงงัดประตูลิฟท์ ช่วยทุกคนออกมาได้

พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดการให้ความช่วยเหลือถึงล่าช้า ทั้งที่เป็นโรงแรมชื่อดัง ที่สำคัญไม่มีเจ้าหน้าที่คอยสอบถามความเคลื่อนไหว หรือแสดงความเป็นห่วง แต่ปล่อยให้คนด้านในคอยถามแทนว่าดำเนินการถึงไหนอย่างไร

‘ประยุทธ์’ โต้ผุดพรรคทหาร เล็ง ม.44 ปลดล็อก เมิน ‘สุเทพ’ เคลื่อนไหว

นายกรัฐมนตรี รับอาจใช้มาตรา 44 แก้ปัญหาพรรคการเมือง ของทุกฝ่ายอย่ากังวล ย้ำทุกอย่างยังเป็นไปตามขั้นตอน ปัดตั้งพรรคทหาร เพื่อหวังสืบอำนาจ เมิน “สุเทพ” เคลื่อนไหว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ทุกคนทราบดีว่าที่ผ่านมามีหลายพรรคการเมืองทำหนังสือมาถึง คสช. รัฐบาล คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อให้หาวิธีการแก้ปัญหาหลังพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่บังคับใช้ออกมาแล้ว โดยมีเงื่อนไขเวลาที่พรรคการเมืองต้องดำเนินการให้มีสมาชิกภายใน 90 วัน

ดังนั้นรัฐบาลอาจจะใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในการแก้ปัญหา โดยการให้ขยายเวลาที่บังคับไว้ใน พ.ร.ป.ดังกล่าวออกไป ดังนั้นประชาชนและพรรคการเมืองไม่ต้องกังวล รวมถึงพรรคการเมืองเก่าและพรรคการเมืองใหม่ ยังมีโอกาสในการดำเนินการในด้านธุรการ เรื่องสมาชิกพรรคและเรื่องอื่นๆ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม

โดยทุกอย่างยังเป็นไปตามโรดแมปเดิมที่เขียนไว้ว่า เมื่อใดที่กฎหมายเลือกตั้งหรือกฎหมายลูกมีผลก็สามารถเดินไปสู่การเลือกตั้ง และวันนี้ทุกอย่างยังเป็นไปตามขั้นตอนดังกล่าวเพราะเมื่อกฎหมายพรรคการเมืองเกิดขึ้น แต่ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ยังไม่แล้วเสร็จ ก็ยังไม่สามารถเลือกตั้งได้ จึงต้องมีการปลดล็อคตรงนี้ให้ และขอให้ใช้คำว่าเป็นมาตรการเพื่อให้การดำเนินการทางการเมืองสามารถทำได้

ส่วนกระแสข่าวการตั้งพรรคประชารัฐ เพื่อสนับสนุนให้ตนเองเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยนั้น ขอให้ไปถามคนที่ออกมาพูดเรื่องนี้ เพราะส่วนตัวไม่เคยพูด และยังไม่เห็นมีทหารคนใดตั้งพรรคการเมืองให้ตนเองด้วย และหากมีใครจะตั้งพรรคก็เป็นเรื่องส่วนตัว ยืนยันไม่เกี่ยวกับตนเอง ซึ่งทุกคนพยายามสร้างกระแสให้ได้ว่าพรรคทหาร เพื่อให้คนรังเกียจ ส่วนที่มีการระบุว่า มีการวางตัว นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าพรรคทหารดังกล่าวนั้น ส่วนตัวได้ถามกับนายสมคิดแล้ว ซึ่งนายสมคิดระบุว่าไม่ได้ตั้งพรรค อีกทั้งที่ระบุว่า การตั้งพรรคดังกล่าวเพื่อสนับสนุนให้ตนเองอยู่ต่อนั้น จะอยู่ต่ออย่างไรส่วนตัวยังไม่ทราบ การอยู่ต่อไม่อยู่ต้องขึ้นอยู่กับรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้

ทั้งนี้ รัฐบาลและคสช. สนับสนุนทุกพรรค ไม่ว่าพรรคเก่าหรือพรรคใหม่ที่เข้าสู่การเมืองอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพและมองเห็นอนาคตของประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องของประชาชนที่เป็นผู้ตัดสินต่อไปในการเลือกตั้ง ส่วนการออกมาเคลื่อนไหวของ กปปส. ที่นำโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิ กปปส. อีกครั้งในช่วงนี้ โดยเฉพาะการทวงถามสัญญา ‘ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง’ ซึ่งเป็นเหตุผลของการรัฐประหารปี 2557 ว่า เป็นความคิดส่วนตัวและเป็นเรื่องของนายสุเทพ ซึ่งขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะว่าอย่างไร

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ โหร คมช. ออกมาย้ำคำทำนายว่า ปีหน้าจะมีเลือกตั้ง และ พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปเพราะภารกิจยังไม่จบนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เข้าใจคำว่าโหรหรือไม่ โหรก็คือโหร ถูกบ้างไม่ถูกบ้างเป็นเรื่องโหราศาสตร์ ขณะเดียวกันส่วนตัวไม่ขอวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองในปีหน้า แต่ขอทำงานแก้ปัญหาความยากจนให้กับประชาชนก่อน