หนุ่มขับ BMW แทงคู่กรณีในห้างดังย่านท่าพระ เหตุขับรถเฉี่ยวชน มอบตัว

หนุ่มขับ BMW แทงคู่กรณี ในห้างดังย่านท่าพระ เหตุขับรถเฉี่ยวชน มอบตัว สน.บุคคโล แล้ว หลังถูกศาลออกหมายจับ – อ้างไม่มีเจตนาทำร้าย

หลังจากมีการแชร์คลิปเหตุการณ์ของคนขับรถเก๋ง BMW สีขาว ที่ขับรถเฉี่ยวชนกับรถคู่กรณีในช่วงทางออกของห้างสรรพสินค้า แห่งหนึ่ง ย่านท่าพระ ก่อนที่คนขับรถบีเอ็ม ใช้ดาบซามูไร แทงเข้ามาในรถคู่กรณี ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเข้าแจ้งความ ที่ สน.บคคลโล ก่อนที่พนักงานสอบสวน จะขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาตามภาพวงจรปิด ล่าสุดผู้ต้องหารายดังกล่าวเดินทางเข้ามอบตัวที่ สน.บุคคโล แล้ว และขณะนี้พนักงานสอบสวน อยู่ระหว่างสอบปากคำก่อนแจ้งข้อกล่าวหา

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2560 เวลาประมาณ 3 ทุ่ม ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านท่าพระ ในขณะที่ผู้เสียหายกำลังขับรถออกจากห้าง อยู่ๆ มีรถเก๋ง BMW สีขาว เลี้ยวออกมาจากซ้ายมือ มาชนรถของตน บริเวณล้อรถด้านซ้าย

ซึ่งผู้เสียหายบอกว่า พูดดีๆ ไปว่า ออกมาแล้วครึ่งคันจะขับออกมาทำไม แต่ชายคนดังกล่าวกลับพูดจาหยาบคาย จากนั้นก็เดินไปหลังรถ หยิบมีดดาบความยาวกว่า 1 เมตร ออกมาจะทำร้ายญาติตนเองในรถจึงรีบลงมาห้าม จึงถูกมีดดาบเป็นแผลที่บริเวณฝ่ามือ เมื่อมีการเผยแพร่ภาพและเรื่องราวในโลกโซเชียล ทำให้ผู้ก่อเหตุได้รับความกดดันจนออกมามอบตัวดังกล่าว


หนุ่มขับBMWขอโทษคู่กรณีใช้มีดดาบฟันอ้างไม่มีเจตนาทำร้าย

นายปธิกร และ นางภิญญดา อรุณเดชา พร้อมลูกชาย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.บุคคโล เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม หลังขับรถแจ๊สเฉี่ยวชนกับรถยนต์บีเอ็มดับบลิว สีขาว ทะเบียน 3 กจ 8874 ขณะกำลังขับรถออกจากห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านท่าพระ จนมีปากเสียง ก่อนที่อีกฝ่ายจะหยิบมีดดาบจากท้ายรถมาทำร้าย เมื่อวันที่ 27 ธันวามคมที่ผ่านมา

โดยนางภิญญดา ผู้เสียหาย ซึ่งได้รับบาดเจ็บถูกมีดดาบเฉือดนิ้วจนเนื้อแหว่ง เล่าว่า เหตุเกิดประมาณ 21.10 น. โดยคู่กรณีได้ขับชนก่อนจะถอยรถออก สามีจึงลงไปตรวจสอบก่อนที่ทั้งคู่จะมีปากเสียง โดยยืนยันว่าครอบครัวของตนไม่ได้พูดคำหยาบคาย แต่สามีของตนเป็นคนเสียงดัง ซึ่งอาจเป็นเหตุทำให้คู่กรณีไม่พอใจ

พ.ต.อ.ธวัชชัย ศรีสุรางค์ ผู้กำกับการ สน.บุคคโล นำตัวนายมะนุ๊ ขะหลีดี คนขับรถคู่กรณี เข้ามากราบขอโทษครอบครัวผู้เสียหาย พร้อมระบุว่า จากการสอบปากคำนายมะนุ๊ ให้การภาคเสธ โดยรับสารภาพว่าชักมีดดาบ ออกมาจริง แต่ไม่มีเจตนาจะทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้ง 2 ข้อหา คือ ทำร้ายร่างกาย และพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ขณะที่รถยนต์จากการตรวจสอบมีการต่อทะเบียนรถอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ด้านนายมะนุ๊ ยืนยันว่าทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ไม่มีเจตนาจะทำร้าย ส่วนมีดดาบเพิ่งซื้อมาไว้เพื่อป้องกันตัว และกำลังจะนำไปเก็บไว้ที่บ้าน แต่มาเกิดเรื่องก่อน

ช่างภาพบริษัทเวิร์คพอยท์ ขับจักรยานยนต์ล้ม ร่างกระแทกป้ายริมทางเสียชีวิต

เกิดช่างภาพ บริษัทเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ วัยเบญจเพส ขับจักรยานยนต์ล้ม ร่างกระแทกป้ายริมทางเสียชีวิต

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 ธันวาคม 2560 ร.ต.อ.มนตรี รัตนพันธ์ รองสว.สอบสวนสภ.คูคต รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุจักรยานยนต์พลิกคว่ำมีผู้เสียชีวิต ที่เกิดเหตุถนนวิภาวดีขาออกช่องทางคู่ขนานหน้าศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคงกองบัญชาการกองทัพไทย ต.คูคต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง แพทย์เวรร.พ.ภูมิพลอดุลยเดช

ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีเหลืองขาว หมายเลขทะเบียน คงบ-23 เชียงราย ล้อคว่ำอยู่ริมทาง ใกล้กันบนฟุตบาทพบผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นผู้ขับขี่ทราบชื่อต่อมาคือ นายธัชพงศ์ เจริญสุข อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 525 หมู่ที่ 13 ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งเป็นช่างภาพของบริษัทเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ โดยมีบาดแผลที่ศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์ ข้างกันยังพบหมวกกันน็อคแตกพร้อมสัมภาระตกอยู่ นอกจากนี้ยังพบป้ายบอกทางได้รับความเสียหายคาดว่าถูกร่างผู้ขับขี่กระเด็นใส่จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต

ทางด้าน นายวิชา จันทร์แพน อายุ 52 ปี เปิดเผยว่า ขณะที่ตนเองขับรถผ่านมาในเส้นทางดังกล่าว พบว่าผู้ขับขี่จักรยานยนต์ที่ประสบเหตุได้เกิดเสียหลักพลิกคว่ำจนร่างกระเด็นไปอยู่บนฟุตบาท ตนเองจึงจอดรถลงไปช่วยเหลือพร้อมประสานตำรวจเพื่อให้เรียกหน่วยกู้ภัย แต่ผู้ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลฉกรรจ์กระทั่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ขณะที่ ร.ต.อ.มนตรี รัตนพันธ์ รองสว.สอบสวนสภ.คูคต เปิดเผยว่า ได้ให้อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร.พ.ภูมิพลอดุลยเดช เพื่อรอญาติรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนา และจะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงต่อไป

การคุกคามทางเพศ ความเปลี่ยนแปลงทางสังคมครั้งสำคัญ

กรณีการคุกคามทางเพศของ “ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน” ที่ภายหลังทำให้สังคมสหรัฐฯ ตื่นตัวต่อการออกมาเปิดเผยของบรรดาเหยื่อจำนวนมาก คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของสังคม

นอกจาก นายฮาร์วีย์ ไวน์สตตีน โปรดิวเซอร์ดังที่มีอิทธิพลอย่างมากในวงการฮอลลีวูด ที่ถูกเปิดโปงถึงพฤติกรรมการล่วงละเมิดทางเพศผู้อื่น ก็ยังมีอีกหลายกรณีที่ “เหยื่อ” กล้าก้าวออกมาพูดถึงกรณีนี้

หนึ่งในจำนวนเหล่านั้น เช่น นายเควิน สเปซีย์ นักแสดงเกย์ชื่อดัง ที่ถูกเหยื่อวัยรุ่นชายออกมาเปิดโปงถึงพฤติกรรมดังกล่าว นายเจมส์ โทแบค นักเขียนและผู้กำกับภาพยนตร์ฮอลลีวูด  นายหลุยส์ ซี.เค. นักแสดงและตลกชื่อดัง  นายรอย ไพรซ์ ผู้บริหารสตูดิโอ ค่ายหนัง “อะเมซอน สตูดิโอส์” นายบิลล์ โอเรียลลี่, นายชาร์ลี โรส และนายแมตต์ รอเออร์ ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง

โดยบุคคลเหล่านี้ ถูกพักงานและให้ออกจากตำแหน่งหน้าที่การงาน ในระหว่างการสืบสวนคดีดำเนินไป ส่วนในทางสังคมมีการออกมาต่อต้านกรณีการคุกคามทางเพศอย่างชัดเจนและรุนแรงมากขึ้น

ด้าน นางโรส แมคโกแวน นักแสดงหญิงผู้เป็นหนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลต่อการขับเคลื่อนสังคมในปีนี้ จากกระแส Me Too ได้ออกมาเรียกร้องผ่านช่วงพูดคุยอภิปรายที่ชื่อ “เดอะ คัท” ของนิตยสารนิวยอร์ก เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่า เธอต้องการให้สื่อมวลชนหยุดใช้คำว่า “Alleged” ที่แปลว่า ซึ่งถูกกล่าวหา กับผู้ที่กระทำต่อเหยื่อ

โดยในเทปดังกล่าง นางแมคโกแวน ได้อภิปรายเรื่องนี้ร่วมกับผู้ที่เป็นเหยื่อที่ออกมาเปิดเผยว่าตนเองเคยถูกคุกคามทางเพศ ทั้งจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ นายหลุยส์ ซี.เค. เป็นต้น

แมคโกแวน ระบุว่า ความโมโห และโกรธ ทำให้การขับเคลื่อนสังคมเดินไปข้างหน้า หากคุณสังเกตที่กิจกรรมการรณรงค์ในรอบหลายปีที่ผ่านมา จะพบว่าการณรงค์เหล่านั้นไม่มีพลังมากพอที่จะขับเคลื่อนสังคมไปข้างหน้า โดยเฉพาะในประเด็นสำหรับผู้หญิง

นอกจากนี้ ยังมีผู้หญิงจำนวนหนึ่งออกมาให้เหตุผลว่าว่า เพราะอะไรพวกเธอต้องใช้เวลานานกว่าที่จะก้าวออกมาพูดเรื่องเหล่านี้ได้ ซึ่งรวมถึง “มิมิ ฮาเลยี” หนึ่งในหญิงสาวที่ระบุว่าตนเองเคยถูกไวน์สตีนล่วงละเมิดทางเพศ ที่มาร่วมรายการ

เธอบอกว่า เธอต้องอยู่อย่างเงียบๆ มาเป็นระยะเวลานาน เพราะเธอรู้สึกว่า หากเธอพูดออกไปว่าเธอเจออะไรมา เธอจะต้องตกอยู่ในอันตราย

ทั้งนี้ แฮชแทค #MeToo จากที่เป็นเทรนด์ในสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้เกิดการบอกเล่าประสบการณ์การถูกคุกคามทางเพศของผู้หญิง และผู้ชายอย่างกว้างขวาง ผลักดันให้เหยื่อมีความกล้าออกมาเปิดโปงเรื่องนี้มากขึ้นในสังคมสหรัฐฯ