ประกาศใช้ ม.44 อนุญาตให้จุดพลุปีใหม่ได้ 5 ทุ่ม 31 ธ.ค. ถึงตี 1 วันที่ 1 มค.61

คำสั่งหัวหน้า คสช. ใช้ ม.44  อนุญาตให้จุดพลุช่วง ปีใหม่ ได้เวลา 23.00 น. ของคืนวันที่ 31 ธ.ค. ถึงเวลา 01.00 น. ของวันที่ 1 ม.ค. 61

วันที่ 30 ธ.ค. 2560 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศ เรื่อง การจุดพลุในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 54/2560 เรื่องการจุดพลุในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบมาตร 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว จึงออกคำสั่งให้จุดพลุในช่วงปีใหม่ตั้งแต่ช่วงเวลา 23.00 น. ของวันที่ 31 ธันวาคม 2560 ถึงเวลา 01.00 น. ของวันที่ 1 มกราคม 2561 โดยไม่ต้องขออนุญาตจากผู้อำนวยการเขตกรุงเทพมหานคร หรือนายอำเภอท้องที่ในจังหวัด

สำหรับการขออนุญาตจุดและปล่อยบั้งไฟ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุที่คล้ายคลึงกันขึ้นสู่อากาศ ให้ยังคงตามคำสั่งที่ 27/2559 ทั้งนี้ สถานที่จุดพลุต้องอยู่ในระยะปลอดภัย และไม่อยู่ในเขตพระราชฐาน คลังน้ำมัน หรือแหล่งเชื้อเพลิง โรงพยาบาล และสนามบิน ขณะเดียวกันให้ผู้จัดจุดพลุ กำหนดให้มีมาตรฐานดูแลความปลอดภัย เพื่อป้องกันอันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สินแก่ประชาชน

กองทัพสหรัฐฯ ประกาศเริ่มรับคนข้ามเพศเข้าเป็นทหาร 1 ม.ค. 2561

กองทัพสหรัฐฯ ประกาศเริ่มรับคนข้ามเพศเข้าเป็นทหาร 1 ม.ค. 2561 โดยต้องผ่านเกณฑ์การคัดเลือกเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป ทางกองทัพจะเริ่มรับคนข้ามเพศเข้าเป็นทหาร หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ยื่นอุทธรณ์จำกัดคนข้ามเพศเป็นทหารในกองทัพต่อ โดยคนข้ามเพศที่ประสงค์จะเข้าเป็นทหารในกองทัพ จะต้องผ่านเกณฑ์การคัดเลือกเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป

ขณะที่ เจ้าหน้าที่ในกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดเผยว่า กระทรวงกลาโหมประกาศจะเผยแพร่ผลการศึกษาเกี่ยวกับประเด็นคนข้ามเพศในอีกไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ประกาศไว้ว่าจะไม่ยอมให้คนข้ามเพศเป็นทหาร เนื่องจากจะทำให้มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ทั้งด้านการแพทย์ที่ต้องระบุตัวตน รวมทั้งอาจได้บุคคลที่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มกำลัง ตรงข้ามกับนโยบายของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐฯ ที่สนับสนุนเรื่องดังกล่าว

ขอบคุณข้อมูล  จส.100

7 วันอันตราย ช่วงปีใหม่2561 วันที่ 2 เสียชีวิตแล้ว 92 ราย

ปภ. สรุป 7 วันอันตราย ช่วงปีใหม่2561 วันที่ 2 เสียชีวิตแล้ว 92 ราย จ.ศรีสะเกษสูงสุด 7ศพ บาดเจ็บ รวม 1,107 ราย อุบัติเหตุ 1,053 ครั้ง

นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รองประธาน กรรมการคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนคนที่ 1 ในฐานะประธาน แถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ประจำปี 2561 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการ ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนประจำปี 2561 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2560 เกิดอุบัติเหตุ 576 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 49 ราย ผู้บาดเจ็บ 609 คน รวม 2 วัน เกิดอุบัติเหตุ 1,053 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 92 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 1,107 คน

ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดในปีนี้ ยังได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 42.45 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 24.50 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 75.79 รถจักรยานยนต์สาธารณะ ร้อยละ 8.23และช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา16.01-20.00 น. ร้อยละ 31.72 สำหรับจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ ศรีสะเกษ 7 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 48 คน สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 2 วัน (28-29 ธ.ค.60) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,053 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 92 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 1,107 คน

ทั้งนี้ รองประธาน กรรมการคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ยังฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหา บังคับใช้กฏหมายอย่างเคร่งครัด เข้มงวดอย่างต่อเนื่อง เช่น ปัญหา การขับรถเร็ว เมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ

พร้อมกันนี้ ให้เพิ่มความเข้มในการตั้งด่าน ประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจกับคนในชุมชน ถึงอันตรายที่เกิดจากการเมาแล้วขับ อย่างไรก็ตาม เมื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบถึงสาเหตุแล้ว ขอให้นำกลับไปปรับปรุงเตรียมความพร้อม เพื่อแก้ไขปัญหา โดยเชื่อว่าระยะเวลาอีก 5 วัน ในช่วง 7วันอันตรายสถานการณ์ภาพรวมจะดีขึ้น