‘ศิริพร อำไพพงษ์’ รำถวายพญานาค หลังถูกหวยหลักล้าน ชาวบ้านแห่ตีเลขเด็ด

ศิริพร อำไพพงษ์ ถูกลอตเตอรี่ได้เงินหลักล้าน ไปรำถวายพญานาค ทำบุญวันเกิด ณ วัดศิริพร ชาวบ้านแห่ร่วม พร้อมตีเลขเด็ดงวดต่อไป

วันนี้(13 ธ.ค.)  โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพ ศิริพร อำไพพงษ์ นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลอีกครั้ง ในงวดวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา เป็นเงินหลักล้าน ก่อนที่เจ้าตัวจะมาทำบุญวันเกิด จัดรำถวาย ปู่ศรีสุทโธ ย่าศรีปทุมมา ณ วัดป่าสว่างธรรม จ.อุดรธานี หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดศิริพร ซึ่ง “แม่นาง” ได้บริจาคเงินสร้างจากความศรัทธา ในวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ชาวบ้านและคอหวย ได้มีการขอเลขเด็ดจาก แม่นาง ศิริพร เพื่อเอาไปตีหวยในงวดหน้า ซึ่งก็มีข่าวว่าได้เลขเด็ด 632 ส่วนวันเกิดของแม่นาง คือวันที่ 7 ธันวาคม 2507 แต่มาทำพิธีในวันที่ 9

คุกตลอดชีวิต! ‘เล่าต๋า แสนลี่’ ราชายาเสพติด ปรับ 2.5 ล.

ศาลพิพากษา จำคุกตลอดชีวิต ปรับสองล้านห้าแสนบาท เลาต๋า แสนลี่ ราชายาเสพติด คดีค้าไอซ์ เมื่อปี 2559

นายเล่าต๋า แสนลี่ พร้อมพวก รวม 5 คน จำเลยในคดีค้ายาเสพติด ถูกเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์เบิกตัวมาจากเรือนจำเพื่อฟังคำพิพากษาในคดี พนักงานอัยการฝ่ายคดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องในความผิดฐาน ร่วมกันสมคบและร่วมกันจำหน่าย ยาไอซ์ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต , และ ข้อหา ความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน ฯ พ.ศ.2490 ภายหลังที่ทั้งหมด ถูกตำรวจปราบปรามยาเสพติด บุกจับกุมในระหว่างส่งขายยาไอซ์ 20 กิโลกรัม ในปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2559

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์เห็นว่า จำเลย ที่ 1 ถูกฟ้องสองคดี คือจำหน่ายยาไอซ์ 1 กิโลกรัม และจำหน่ายยาไอซ์ 20 กิโลกรัม จำเลยให้การรับสารภาพทั้งสองคดี ศาลตัดสินโทษประหารชีวิต แต่จำเลยรับสารภาพจึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ปรับ 2.5 ล้านบาท

จำเลยที่สองภรรยาเลาต๋า ถูกฟ้องสองคดี คือจำหน่ายยาไอซ์ 1 กิโลกรัม ศาลลงโทษจำคุกตลอดชีวิต จำเลยสารภาพ ลดโทษเหลือจำคุก 25 ปี ปรับ 2.5 ล้านบาทส่วนจำเลยที่สาม ถูกฟ้องในคดีเดียวกันและให้การปฏิเสธนำสืบว่า เป็นนายหน้าขายปุ๋ยไม่รู้เรื่องยาไอซ์ แต่โจทก์นำสืบให้ศาลเห็นว่า จำเลยเป็นนายหน้า และได้ส่วนแบ่งในการหาลูกค้าจริง ศาลจึงลงโทษตลอดชีวิต

ส่วนจำเลยที่ 4 อดีตกำนัน ลูกชายของเลาต๋า ถูกฟ้องในคดีจำหน่ายยาไอซ์ 20 กิโลกรัม และครอบครองอาวุธปืน ศาลระบุ เพิ่มโทษสามเท่าเนื่องจากเป็นข้าราชการ แม้จำเลยให้การปฏิเสธแต่โจทก์นำสืบได้ชัดเจนว่า จำเลยมีพฤติกรรมรู้เห็นและเป็นผู้ดูแลความปลอดภัยให้นายเลาต๋า ในวันส่งมอบยาไอซ์ 20 กิโลกรัมจริง ศาลลงโทษ ประหารชีวิต ส่วนครอบครองอาวุธปืน รับสารภาพ ลงโทษปรับ 1,000 บาท

ขณะที่ในจำเลยที่ 5 ถูกฟ้องคดีจำหน่ายยาไอซ์ ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธมาโดยตลอด ศาลพิจารณาพยานหลักฐานแล้วเห็นว่า กระทำผิดจริง จึงลงโทษประหารชีวิต สถานเดียว

ในการรับฟังคำตัดสินวันนี้ ไม่มีทนายของจำเลยมาร่วมรับฟังด้วย ศาลจึงให้คำแนะนำจำเลยทั้งห้า ว่า หากต้องการยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดี ให้ยื่นภายใน 13 มกราคมนี้

โปรดเกล้าฯ ถอดยศทหารหญิง-นายทหาร 2 ราย ฐานผิดวินัย ประพฤติชั่วร้ายแรง

ในหลวงรัชกาลที่ 10 โปรดเกล้าฯ ให้ถอดยศทหารหญิง-นายทหาร สัญญาบัตร จํานวน 2 ราย เนื่องจากกระทําความผิดวินัยทหารฐานประพฤติชั่ว อย่างร้ายแรง

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระราชานุญาตให้ถอดยศทหาร และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยมีใจความดังนี้

มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้ถอดนายทหาร สัญญาบัตร จํานวน 2 ราย ออกจากยศทหาร เนื่องจากกระทําความผิดวินัยทหารฐานประพฤติชั่ว อย่างร้ายแรง ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช 2469 แก้ไขเพิ่มเติม

โดยพระราชบัญญัติยศทหาร (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2501 ประกอบระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วย ผู้ซึ่งไม่สมควรจะดํารงอยู่ในยศทหารและบรรดาศักดิ์ พ.ศ. 2507 ข้อ 2 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับพระราชทานทุกชั้นตรา ตามข้อ 6 และข้อ 7 (4) ของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทาน พระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. 2548 ดังนี้

1. พันโทหญิง ลักศิกุลธินี ตันปา สังกัดกองทัพบก ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 ซึ่งเป็นวันที่มีคําสั่งปลดออกจากราชการ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรมาลา

2. นาวาอากาศโท พสิษฐ์ ฝ่ายบุตร สังกัดกองทัพอากาศ ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2560 ซึ่งเป็นวันที่มีคําสั่งปลดออกจากราชการ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญ จักรมาลา

ประกาศ ณ วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560
ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ์
รองนายกรัฐมนตร