หญิงคู่กรณีร้องรัฐสภาสืบสวน “ทรัมป์” กรณีล่วงละเมิด

ผู้หญิง 3 คนที่อ้างว่าถูกประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ล่วงละเมิดทางเพศ ออกมาเรียกร้องให้รัฐสภาสหรัฐฯ สืบสวนเรื่องนี้ ขณะที่ทำเนียบขาวออกโรงปฏิเสธ

ผู้หญิง 3 คน ที่กล่าวหาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กรณีล่วงละเมิดและคุกคามทางเพศ ออกมาเรียกร้องเมื่อวันจันทร์ ให้รัฐสภาสหรัฐฯ ทำการสืบสวนนายทรัมป์ ในข้อหาพฤติกรรมทางเพศไม่เหมาะสม

ในงานแถลงข่าว นางเจสสิก้า ลีดส์, นางซาแมนธา โฮลวีย์ และนางราเชล ครุกส์ ได้กล่าวถึงสิ่งที่พวกเธอถูกนายทรัมป์ คุกคามทางเพศในอดีต

ผู้หญิงกลุ่มนี้ ซึ่งเปิดเผยเรื่องราวการถูกคุกคามของพวกเธอก่อนการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว อ้างถึงกระแสเคลื่อนไหวทางสังคมที่ผู้คนออกมาเปิดเผยเรื่องราวการกระทำความผิดทางเพศ ทั้งนักธุรกิจผู้มีชื่อเสียง คนในวงการสื่อและนักการเมือง พวกเธอจึงตัดสินใจออกมาพูดต่อสาธารณชนเกี่ยวกับพฤติกรรมของนายทรัมป์

โดยนางครุกส์ ซึ่งขณะนั้นอายุ 22 ปี และทำงานเป็นพนักงานต้อนรับที่อาคารทรัมป์ ทาวเวอร์ ระบุว่า นายทรัมป์จูบเธอโดยที่เธอไม่เต็มใจ

ขณะที่นางเจสสิก้า ลีดส์ คือหนึ่งในผู้หญิงคนแรกๆ ที่กล่าวหาว่า เธอถูกนายทรัมป์ลูบคลำร่างกายบนเครื่องบินเมื่อหลายสิบปีก่อน

ด้านนางซาราห์ ฮักคาบี แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาว ระบุว่า นายทรัมป์ได้กล่าวเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเหล่านี้โดยตรงและได้ปฏิเสธไปแล้ว

นายกฯ ไปกาฬสินธุ์ ขึ้นรถอีแต๊กพบชาวบ้าน เล็งเท 4 พันล้านแก้น้ำท่วม

นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ สวมชุดผ้าไหมแพรวา ที่ชาวบ้านมอบให้ ขึ้นรถอีแต๊กทักทายประชาชน ร่วมฟ้อนรำชาวบ้าน โปรยยาหอมขออย่าลืมฉัน เทงบฯ4พันล้านบาทแก้น้ำท่วม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พร้อมด้วย พร้อมคณะ อาทิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์,นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เดินทางไปยังจังหวัดกาฬสินธุ์เพื่อพบปะประชาชน ซึ่งหลังเดินทางไปถึงนายกรัฐมนตรีและคณะได้เดินทางมายัง ศูนย์วัฒนธรรมภูไท เพื่อ เยี่ยมชมวิถีชีวิตการทอผ้าไหมแพรวากาฬสินธุ์

ข่าวINN, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ข่าวกาฬสินธุ์, ข่าวสดวันนี้
ประยุทธ์ จันทร์โอชา

โดยนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะได้สวมชุดผ้าไหมแพรวา ที่ชาวบ้านได้มอบให้ พร้อมได้ขึ้นรถอีแต๊ก กล่าวทักทายชาวบ้านที่มาต้อนรับด้วยบรรยากาศอบอุ่น พร้อมบอกกับชาวบ้านว่า ดีใจ ที่ได้พบกัน และการเดินทางมาครั้งนี้ไม่ต้องให้มีการเกณฑ์คนรอ เพราะตนเองไม่ใช่คนใหญ่คนโต เป็นเพียงข้าราชการของประชาชน

พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรี ยังได้พบปะพูดคุยกับชาวบ้าน และยังได้ชิมหนอนไหม และแนะนำชาวบ้านให้สร้างเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับผ้าไหมแพรวาเพื่อใช้เป็นจุดขาย จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในระหว่างพูดคุยว่า เบื้องต้นจะอนุมัติงบประมาณกว่า 300 ล้านบาท เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก

และการแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำด้วยงบประมาณกว่า 4 พันล้านบาท และจะสนับสนุนการท่องเที่ยวให้มีกิจกรรมเพื่อดึงดูดสร้างเม็ดเงินให้กับประชาชน พร้อมกับโปรยยาหอมรักแล้วอย่าลืมฉัน สร้างความสดชื่นให้กับประชาชนที่ร่วมต้อนรับจำนวนมาก สำหรับในช่วงบ่ายจะเดินทางไปที่อำเภอเขาวง เพื่อทำการประชุมแผนพัฒนาจังหวัดกาฬสินธุ์แบบบูรณา การและการเข้าชมอุโมงค์ผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์อีกด้วย

ภาพจาก Wassana Nanuam

องค์กรพิทักษ์สัตว์โลก จับมือ เชฟบุ๊ค ชวนร่วมโครงการ Raise with Care เลี้ยงหมู ไม่ใช่กักขัง!!

องค์กรพิทักษ์สัตว์โลก จับมือ เชฟบุ๊ค ชวนร่วมโครงการ Raise with Care เลี้ยงหมู อย่างใส่ใจ ไม่ใช่กักขัง!!

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) ประเทศไทย ร่วมกับนายบุญสมิทธิ์ พุกกะณะสุต หรือ เชฟบุ๊ค ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำอาหาร ที่โด่งดังผ่านสื่อโซเชียล ชวนกันจัดโครงการ  Raise with Care เลี้ยงดูอย่างใส่ใจ ไม่ใช่กักขัง

เพื่อรณรงค์ให้ฟาร์มสุกร ยกเลิกการเลี้ยงแม่สุกรแบบยืนซองภายหลังคลอดและระหว่างคลอด เปลี่ยนเป็นการเลี้ยงแบบรวมกลุ่มและคอกคลอด เพื่อช่วยให้แม่พันธุ์มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์ อาหารและสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค และยกระดับมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์

องค์กรพิทักษ์สัตว์โลก , เชฟบุ๊ค , Raise with Care

โดย นายสมศักดิ์ สุนทรนวภัทร หัวหน้าฝ่ายโครงการ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) กล่าวว่า “ที่เราริเริ่มโครงการนี้ขึ้นมา เพราะเชื่อว่าสัตว์ในฟาร์มควรมีคุณภาพชีวิตที่ดี การเลี้ยงหมูแบบรวมกลุ่ม มีพื้นที่เคลื่อนไหวได้มากขึ้น จะทำให้หมูเครียดน้อยลง

ทำให้ลูกหมูหย่านมได้เร็วและมีน้ำหนักที่ดีกว่าการเลี้ยงสัตว์ในฟาร์มอย่างไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะการเลี้ยงที่แออัดเกินไปหรือเลี้ยงในกรงแคบๆ หรือที่เรียกว่าหมูยืนซอง จะส่งผลให้หมูเกิดความเครียด ทำให้ภูมิคุ้มกันและสุขภาพของหมูจะแย่ลง

เพราะเหตุนี้เลยเป็นต้นเหตุของการใช้ยาปฏิชีวนะในอัตราที่สูง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของเนื้อหมูที่ได้ โดยทางองค์กรจะมีผู้เชี่ยวชาญจากโครงการไปให้ความรู้ความเข้าใจกับฟาร์มหมูชั้นนำ เพื่อยกระดับการเลี้ยงดู และใส่ใจในสวัสดิภาพของชีวิตหมูในฟาร์มมากขึ้น ที่สำคัญเราอยากได้เสียงสนับสนุนจากทุกคน เพื่อรณรงค์ให้ฟาร์มเลี้ยงหมูใส่ใจในการเลี้ยงดูมากขึ้น และรวมถึงชักชวนให้ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำต่างๆ ส่งเสริมการจำหน่ายเนื้อหมูที่เลี้ยงอย่างถูกต้องและได้มาตรฐานความปลอดภัย

องค์กรพิทักษ์สัตว์โลก , เชฟบุ๊ค , Raise with Care

ด้าน เชฟบุ๊ค-บุญสมิทธิ์ พุกกะณะสุต เชฟชื่อดังจากรายการ Food Work กล่าวเสริมว่า “สังเกตได้ว่าหลายปี มานี้ผู้บริโภคส่วนใหญ่หันมาใส่ใจเลือกทานอาหารที่ส่งผลดีต่อสุขภาพและมีความปลอดภัยมากขึ้น ตนในฐานะที่เป็นเชฟก็ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกวัตถุดิบมาทำอาหารเช่นกัน โดยเฉพาะเนื้อหมู

ตนจะเลือกจากฟาร์มเลี้ยงที่ได้รับมาตรฐาน มีการเลี้ยงดูอย่างถูกต้อง ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะเร่งการเจริญเติบโต เพราะอันตรายจากการใช้ยาจะส่งผลต่อสุขภาพของผู้บริโภคด้วย

สำหรับผู้สนใจอยากร่วมโครงการรณรงค์สามารถโครงการรณรงค์ครั้งนี้ ผู้คนสามารถเข้าไปติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/WorldAnimalProtectionThailand หรือร่วมลงชื่อสนับสนุนโครงการที่ www.worldanimalprotection.or.th/raised-with-care