มือระเบิดโพสต์จวก “ทรัมป์” ก่อนบึ้มนิวยอร์ก

มือระเบิดโจมตีนิวยอร์กโพสต์เฟซบุ๊กตำหนิประธานาธิบดีทรัมป์ก่อนลงมือก่อเหตุ ด้านผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าเหตุการณ์นี้จะช่วยผลักดันมาตรการจำกัดผู้อพยพของผู้นำสหรัฐฯ

นายอาคาเอ้ด อุลเลาะห์ ชายต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดในย่านแมนฮัตตัน นครนิวยอร์กของสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ล้มเหลวในการปกป้องประเทศ ก่อนหน้าที่เขาจะลงมือก่อเหตุในวันจันทร์ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้เผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดที่แสดงให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่คนร้ายที่เป็นผู้อพยพชาวบังกลาเทศก่อเหตุใช้ระเบิดที่ทำขึ้นเองผูกกับตัวเองไว้ ก่อนกดชนวนให้เกิดระเบิดขณะเดินปะปนอยู่กับฝูงชนบริเวณสถานีรถโดยสารย่านแมนฮัตตันของนครนิวยอร์ก เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น แต่ระเบิดไม่ได้รุนแรง จึงไม่มีใครเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า เหตุการณ์โจมตีนครนิวยอร์กที่เกิดขึ้น จะทำให้หลายฝ่ายกลับมาทบทวนมาตรการจำกัดจำนวนผู้อพยพ ที่ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีทรัมป์ เคยเรียกร้องให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศ และลดจำนวนผู้อพยพที่ต้องการเดินทางเข้ามาอาศัยอยู่กับญาติในสหรัฐฯ

เหตุโจมตีนครนิวยอร์ก เกิดขึ้นในระยะเวลาไม่ถึง 2 เดือนหลังจากเกิดเหตุคนร้ายขับรถบรรทุกไล่ชนกลุ่มคนใกล้กับอาคาร “เวิลด์เทรด เซ็นเตอร์” ซึ่งคนร้ายที่ก่อเหตุก็เป็นผู้อพยพชาวอุซเบกิสถานที่อพยพเข้ามาอยู่ในสหรัฐฯ และก็มีแรงจูงใจมาจากกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ IS เช่นเดียวกับครั้งนี้

นับตั้งแต่ปี 2508 นโยบายเรื่องผู้อพยพของสหรัฐฯ เน้นให้สิทธิพิเศษกับผู้คนที่มีความสามารถทางการศึกษา หรือทักษะ และคนที่มีญาติเป็นพลเมืองสหรัฐฯ หรือผู้มีสิทธิพำนักถาวรอย่างถูกกฎหมาย นอกจากนี้ ยังอนุญาตให้ผู้ที่ได้รับสัญชาติอเมริกัน ยื่นขอสิทธิ์ให้แก่คู่สมรส บุตร พี่น้อง รวมถึงคู่สมรสของพี่น้อง และญาติที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ให้อพยพเข้าสหรัฐฯ ซึ่งจะต้องผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ

ในขณะที่รัฐบาลของนายทรัมป์ ได้เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงระบบตรวจคนเข้าเมืองใหม่ ซึ่งจะจำกัดสิทธิ์ในการออกกรีนการ์ดให้แก่คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของผู้ที่มีสัญชาติอเมริกันเท่านั้น

จ่อออกหมายจับ หนุ่มไลฟ์สด เผาบ้านลูกหนี้

ตำรวจบุรีรัมย์ เตรียมออกหมายจับ หนุ่มไลฟ์สด เผาบ้านทวงหนี้ และเพื่อนที่ร่วมก่อเหตุ

จากกรณีคลิปเฟซบุ๊กไลฟ์ของหนุ่มเจ้าหนี้รายหนึ่ง ที่บุกไปบ้านของลูกหนี้ โชว์เผาบ้าน จนเรื่องดังกล่าวกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ ตามข่าวที่เคยนำเสนอไปแล้วนั้น อ่านต่อ >> เจ้าหนี้สายโหด ไลฟ์สดเผาบ้านลูกหนี้ ด้าน ตร.เร่งล่าตัว

ล่าสุด พันตำรวจตรี ประยูร ฤทธิตา สารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธร แคนดง จ.บุรีรัมย์ เผยว่า ได้ตรวจสอบข้อมูล จากเฟซบุ๊กของเจ้าหนี้รายนี้ จนทราบว่าคือ นายอาทิตย์ จักรคุ้ม เป็นชาว ต.เสม็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ แต่มีภรรยาและลูกอยู่ที่ จ.ลพบุรี จากการตรวจสอบประวัติ พบเคยต้องโทษคดียาเสพติด

โดยวันนี้( 13 ธ.ค.) ได้เตรียมออกหมายจับ นายอาทิตย์ และเพื่อนที่ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ ฐานร่วมกันวางเพลิง เนื่องจาก นางดี เช่รัมย์ อายุ 72 ปี ซึ่งมีบ้านติดกันกับบ้านเกิดเหตุ ระบุว่า คนร้ายถือขวดน้ำมัน มาด้วยกัน 2 คน

ทั้งนี้ เบื้องต้นจากการสอบปากคำชาวบ้านพบว่า มีความผิดชัดเจน ประกอบกับมีการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ซึ่งจะเป็นหลักฐานที่มัดตัวเอาผิดผู้ก่อเหตุได้

กรมทางหลวงเร่งปรับผิวจราจร หลังโซเชียลเหน็บทำถนนจนรถยางแตกไป 4คัน

กรมทางหลวงเร่งปรับผิวจราจรหลังถูกโซเชียลโพสต์เหน็บ “ล้อแตกไป 4 คัน ดูมันทำถนนทิ้งไว้”

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าว MThaiNews รายงานว่าที่ถนนสาย 345 (ปทุมธานี-บางบัวทอง) ต.คลองข่อย อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายอนุวัฒน์ เทียมอุดมฤกษ์ อายุ 42 ปี ผู้จัดการบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ยูนิก พร้อมด้วยพนักงานกว่า 20 คน ลงพื้นที่แก้ไขปรับผิวจราจร หลังมีผู้ใช้เฟสบุ๊ก ชื่อ Nattawat Suwankeeree ได้โพสต์ข้อความว่า ” RIP#ล้อแตกไป 4 คัน # ถนนเมืองไทย เห็นแต่เช้าถนนเส้น345 ดูมันทำถนนทิ้งไว้ ” โพสต์เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.60

โดยในภาพเป็นผิวจราจรที่มีการนำแผ่นซีเมนต์ขนาด 1 เมตร คูณ 2 เมตร จำนวน 24 แผ่น วางเรียงไว้เพื่อให้รถยนต์สัญจร ชั่วคราว แต่ช่วงรอยต่อระหว่างผิวถนนจริงกับแผ่นซีเมนต์นั้นมีบางช่วงที่แผ่นซีเมนต์สูงกว่าผิวถนนจริงประมาณ 5 ซม.ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้รถยนต์และรถจยย.ขับมากระแทกจนเกิดอุบัติเหตุหลายคัน โดยเฉพาะล้อรถยนต์ได้รับความเสียหาย จึงทำให้ผู้ที่ใช้เฟสบุ๊กดังกล่าวนำไปโพสต์และมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

หลังจากมีการโพสต์ผ่านโลกโซเชียล เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงได้เข้าตรวจสอบ และได้เรียกบริษัทรับเหมาก่อสร้างเข้ามารับผิดชอบแก้ไขตรงจุดที่เกิดปีญหา ส่วนรถยนต์และรถจยย.ที่ได้รับความเสียหาย ได้ให้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.คลองข่อย โดยบริษัทรับเหมาก่อสร้างดังกล่าวจะรับผิดชอบทั้งหมด

สำหรับผิวจราจรตรงจุดนี้อยู่บริเวณทางคู่ขนาน จากบางบัวทองมุ่งหน้าไปปทุมธานี เลยทางเข้า อบต.คลองข่อยมาประมาณ 100 เมตร ก่อนขึ้นสะพานไปถนนราชพฤกษ์ เจ้าหน้าที่ได้นำรถแบ็กโฮ พร้อมอุปกรณ์เข้ารื้อถอนแผ่นซีเมนต์ออกทั้งหมด และได้ปรับคานเหล็กด้านล่างให้อยู่ในระดับที่จะวางแผ่นซีเมนต์ให้พอดีกับผิวถนนเดิม ซึ่งสาเหตุที่ทำให้แผ่นซีเมนต์กระดกสูงกว่าผิวถนนเดิม เนื่องจากซีเมนต์ด้านล่างที่อยู่ใต้แผ่นซีเมนต์ยังเซ็ตตัวไม่แห้งดี จึงทำให้ซีเมนต์มีการเคลื่อนตัวสูงบ้างต่ำบ้างจนดันแผ่นซีเมนต์ให้กระดกสูงขึ้น

อย่างไรก็ตามสาเหตุที่ต้องรีบวางแผ่นซีเมนต์ทั้งที่คานยังไม่เซ็ตตัวดีเพราะต้องรีบเปิดการจราจรให้ประชาชนได้ใช้ก่อน การแก้ไขโดยการปรับผิวซีเมนต์ที่คานใหม่ให้เรียบจึงจะสามารถนำแผ่นซีเมนต์วางให้ได้ระดับเดียวกับผิวถนนเดิม คาดว่าจะในเช้าวันนี้ (13 ธ.ค.60) จะแล้วเสร็จสามารถเปิดการจราจรตามปกติและให้ทางด้านกรมทางเข้าตรวจสอบได้