‘หมวดเจี๊ยบ’ รับทราบข้อกล่าวหา ปมโพสต์หมิ่นการทำงานรัฐบาล

‘หมวดเจี๊ยบ’ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา หมิ่นรัฐบาล หลังโพสต์ข้อความระบุ คสช. เปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับตูน บอดี้สแลม แต่ไม่เปิดรับม็อบโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา 

จากกรณีที่มีรายงานข่าวว่า ฝ่ายกฎหมายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เข้าแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ให้ดำเนินคดีกับ ร.ท.หญิง สุนิสา เลิศภควัต หรือ หมวดเจี๊ยบ อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และกฎหมายอาญามาตรา 116 เนื่องจากโพสต์ข้อความกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับตูน บอดี้สแลม แต่ไม่เปิดรับม็อบโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา

ล่าสุด วันนี้ (13 ธ.ค.60) ร.ท.หญิงสุณิสา เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยี พร้อมให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า ยืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรผิด สิ่งที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลก็เพื่อรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม หากย้อนดูโพสต์ของตนก็จะรู้ว่าวัตถุประสงค์หลักเป็นการวิจารณ์การทำงานของรัฐบาล การใช้จ่ายเงินของแผ่นดิน ซึ่งถือเป็นสิทธิที่ประชาชนคนไทยทุกคนก็สามารถจะกระทำได้

คกก.สอบสวน สรุป ‘น้อยเมย’ ไม่ได้ถูกซ่อมจนเสียชีวิต

คกก.สอบสวน สรุป “น้องเมย” เสียชีวิตปัญหาสุขภาพ หลายสาเหตุ ทำหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ยันไม่ใช่ถูกซ่อม ส่ง ผบ.สส.วันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการสอบสวนการเสียชีวิตของนักเรียนเตรียมทหาร ภัคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย ที่มี พล.อ.อ.ขวรัตน์ มารุ่งเรือง รองเสนาธิการทหาร เป็นประธาน ได้สรุปผลการเสียชีวิตของ “น้องเมย” แล้วหลังจากสอบปากคำ พูดคุยกับ นักเรัยนเตรียมทหาร ที่เป็นเพื่อนและรุ่นพี่ เจ้าหน้าที่ผู้เห็นเหตุการณ์ ครู นักเรียนบังคับบัญชา ทหารปกครอง ทหารเสนารักษ์ กองแพทย์ รวม 41 คนว่า เกิดจากปัญหาสุขภาพ ที่เกิดจากหลายสาเหตุ ส่งผลให้หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน

ทั้งนี้คณะกรรมการฯ เข้าใจดีว่ากระแสสังคมเชื่อไปแล้วว่า “น้องเมย” ถูกซ่อม เสียชีวิต แต่คณะกรรมการฯ จะนำหลักฐานทางการแพทย์การตรวจรักษาและภาพวงจรปิด รวมทั้งการให้ปากคำมายืนยัน และ จากปากคำของนักเรียนเตรียมทหารพบว่าน้องเมย ไม่สบายบ่อย มีอาการปวดหัวไม่สบาย และนอนอยู่ห้องพยาบาลบ่อยครั้ง

อีกทั้ง ก่อนเสียชีวิต 2 วันก็อยู่แต่ห้องพยาบาล คงไม่มีใครไปทำอะไรน้อง ส่วนนักเรียนเตรียมทหารรุ่นพี่ ที่เป็นนักเรียนบังคับบัญชาที่เคยซ่อมน้องเมยเมื่อ เดือนสิงหาคม ด้วยท่าปักหัวโหม่งโลก นั้น ก็ได้ถูกปลดออกจากตำแหน่งนักเรียนบังคับบัญชา และถูกลงโทษไปแล้ว อีกทั้งตอนนั้น น้องเมย ก็กลับมาเป็นปกติดี ซึ่งถือว่า จบตอนนั้นไปแล้ว แต่ต่อมาก่อน เสียชีวิต 2 วัน นักเรียนรุ่นพี่ยืนยันว่า ให้วิดพื้น ไม่ได้ทำหนักแต่อย่างใด

คณะกรรมการฯ จึงสรุปผลว่าน้องเมยน่าจะเสียชีวิตจากปัญหาสุขภาพร่างกาย ของตนเองที่ไม่แข็งแรง ประกอบกับอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันและอาการอื่นประกอบด้วย ซึ่งตรงกับผลการสอบสวน ก่อนหน้านี้ของโรงเรียนเตรียมทหารโดยมีแพทย์ยืนยันโดยในวันที่ 13 ธ.ค. คณะกรรมการจะสรุปผลเสนอ พลเอกธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด จากนั้นจะมีการแถลงข่าวชี้แจงภายในสัปดาห์นี้ แต่ตอนนี้ รอผลทางการแพทย์และเอกสารเพิ่มเติมประกอบด้วย

ส่วนกรณีที่ผลสอบของกองทัพไทย อาจจะสวนทางกับผลสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ออกมาก่อนหน้านี้ แพทย์จะเป็นผู้ชี้แจงในการแถลงข่าวเอง

นักวิจัยชี้กาแฟ 3-4 ถ้วยต่อวันดีต่อสุขภาพ

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากอังกฤษ ระบุว่า การดื่มกาแฟ 3-4 ถ้วยต่อวัน ให้ประโยชน์มากกว่าโทษต่อสุขภาพ

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากอังกฤษ ระบุว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟวันละ 3-4 ถ้วย ดูเหมือนจะได้รับประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าโทษ มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรและโรคหัวใจต่ำกว่าผู้ที่ไม่ดื่ม

โดยงานวิจัย ที่ตีพิมพ์ลงในวารสารทางการแพทย์ “บริทิช เมดิคัล เจอร์นัล” ซึ่งเปรียบเทียบข้อมูลจากงานวิจัยอื่นๆ ก่อนหน้านี้มากกว่า 200 ชิ้น ยังพบว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน, โรคตับ, ภาวะสมองเสื่อม และโรคมะเร็งบางชนิดต่ำกว่าผู้ที่ไม่ดื่มกาแฟ

นักวิทยาศาสตร์ ระบุว่า ดื่มกาแฟ 3 หรือ 4 ถ้วยต่อวัน จะเกิดประโยชน์มากที่สุด ยกเว้นสำหรับสตรีมีครรภ์ หรือผู้ที่มีความเสี่ยงกระดูกแตกสูง

อย่างไรก็ตาม โรบิน พูล ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขที่มหาวิทยาลัยเซาท์แธมป์ตันในอังกฤษ ระบุว่า การดื่มกาแฟมากกว่า 3-4 ถ้วยต่อวัน ไม่ได้ให้โทษต่อร่างกาย เพียงแต่จะให้ประโยชน์ลดลง เช่นเดียวกับการดื่มน้อยกว่า 3-4 ถ้วยต่อวัน

ทั้งนี้ พูลได้ทำการศึกษาเรื่องดังกล่าวในแบบครอบคลุม ทั้งการศึกษาด้วยวิธีการสังเกต จำนวน 201 ครั้ง และการศึกษาในห้องทดลอง จำนวน 17 ครั้งทั่วประเทศ

นอกเหนือจากช่วยลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรแล้ว กาแฟยังมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของการป่วยโรคมะเร็งหลายชนิดลดลง เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก, มะเร็งเยื่อบุมดลูก, มะเร็งผิวหนัง, มะเร็งตับ รวมถึงโรคเบาหวานชนิดที่ 2, นิ่วในถุงน้ำดี และเก๊าท์

ประโยชน์มากที่สุดของกาแฟ เห็นได้ชัดในโรคที่เกิดกับตับ เช่น โรคตับแข็ง ซึ่งทีมนักวิจัยของพูล ได้ทำการทดลองแบบสุ่มและหวังว่าท้ายที่สุดแล้ว กาแฟจะช่วยรักษาได้

กาแฟเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก โดยคาดว่า ในแต่ละวัน มีผู้ดื่มกาแฟกว่า 2 พันล้านถ้วย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกาแฟสำเร็จรูป ที่อาจมีประโยชน์ต่อร่างกายเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม นักนักวิจัยเตือนว่า แม้ว่าการดื่มกาแฟโดยทั่วไปจะมีความปลอดภัย ผู้บริโภคจะต้องระวังเกี่ยวกับสิ่งที่บริโภคเข้าไปพร้อมกับกาแฟด้วย อย่างเช่น น้ำตาล น้ำเชื่อม และขนมต่างๆ เพื่อให้การดื่มกาแฟ เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างแท้จริง