ชาวบ้าน ต.หนองตรุด อ.เมือง โอดหมดตัวจากน้ำท่วมซ้ำซาก วอนขอบ้านหลังใหม่ แค่ยกเสาสี่เสาให้สูงพ้นน้ำ ไม่ต้องมีสิ่งของเครื่องใช้ใดๆ สำหรับไว้เก็บสิ่งของให้พ้นน้ำ ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ระบุจะต้องเร่งฟื้นฟูความเสียหายไม่ต่ำกว่า 80 ล้านบาท และหากต้องแก้ปัญหาน้ำท่วมทั้งระบบจะต้องใช้งบไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท ในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ คลองระบายน้ำและแก้มลิง
วันที่ 10 ธันวาคม 2560 สถานการณ์น้ำท่วมทั้ง 8 อำเภอกว่า 25,000 หลังคาเรือน สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนกว่า 80,000 คน วันนี้ ระดับน้ำลดลงแล้วในหลายพื้นที่ คงเหลือหลายหมู่บ้านในตำบลนาตาล่วง ตำบลหนองตรุด ตำบลบางรัก ต.ควนปริง อ.เมือง รวมทั้งที่ตำบลควนธานี ตำบลโคกยาง และตำบลย่านซื่อ อ.กันตัง ยังประสบปัญหาน้ำท่วมสูง 1-2 เมตร
โดยที่ ต.หนองตรุด ยังมีน้ำไหลท่วมถนนสายอีก จำนวน 2 สายทาง ระยะทางยาวประมาณ 800 เมตร -1 กิโลเมตร คือ สายหนองตรุด-บ้านหลังเขา รถจักรยานยนต์และรถยนต์เก๋งยังผ่านไม่ได้ และถนนภายในหมู่บ้าน หมู่ที่ 2 รถทุกชนิดยังผ่านไม่ได้ และมีบ้านเรือนประชาชนกว่า 500 หลังคาเรือน ยังถูกน้ำท่วมสูงตั้งแต่ 50 เซนติเมตรถึง 2 เมตร
โดยเฉพาะที่หมู่ที่ 2 ต.หนองตรุด ซึ่งเป็นหมู่บ้านหลังพนังกั้นน้ำ พบว่ายังคงมีน้ำจากพนังกั้นน้ำไหลลงมาเติมตลอดเวลา แม้ระดับน้ำจะลดลงจากประมาณ 3 เมตร เหลือประมาณ 80 เซนติเมตร – 1.50 เมตร ถนนทางเข้าหมู่บ้านยังถูกตัดขาด ยังต้องใช้เรือในการเข้าออก โดยจะมีหน่วยงานต่างๆนำเรือเข้าไปมอบสิ่งของช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ โดยเฉพาะจากภาคเอกชน แต่บางจุดชาวบ้านสามารถเดินลุยน้ำเข้าไปสำรวจทรัพย์สินภายในบ้านได้แล้ว และพยายามรื้อกิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อให้น้ำไหลไปได้รวดเร็วขึ้น ส่วนคนยังต้องนอนในเต้นท์อพยพ ซึ่งหลายรายพบว่าข้าวของเสียหายทั้งหมด เนื่องจากยกไว้ที่สูงแล้ว แต่ยังไม่พ้นน้ำที่ท่วมสูงกว่าปีที่ผ่านมา

โดยนางเครือวัลย์ แสงสอน อายุ 56 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 60/2 กล่าวอย่างท้อใจ ต่อปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะข้าวของในบ้านยกไว้ที่สูงแล้ว แต่ไม่พ้นน้ำเสียหายทั้งหมด จนไม่มีเงินจะซื้อใหม่ บ้านเรือนก็เสียหายบางส่วน วอนหากรัฐบาลจะช่วย
ทางด้านนายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ลดระดับลงมากแล้ว ชาวบ้านส่วนใหญ่กลับเข้าบ้านได้แล้ว คงเหลือพื้นที่ราบลุ่มต่ำริมฝั่งแม่น้ำ 7 ตำบลของ อำเภอเมือง คือ ต.หนองตรุด ,ต.นาท่ามใต้ ,ต.นาท่ามเหนือ,ต.นาตาล่วง ,ต.บางรัก,ต.นาโต๊ะหมิง และต.ควนปริง ที่น้ำจากพนังที่แตกยังคงไหลหลากลงมาเติมตลอดเวลา โดยเฉพาะ ต.หนองตรุด เนื่องจากพนังกั้นน้ำที่แตกลึก กว่าขอบตลิ่งลงไปในดินอีกประมาณ 1 เมตร ทำให้ยังคงมีน้ำไหลมาเติมตามช่องตลอดเวลา แต่คาดว่าประมาณ 7 วัน ระดับน้ำในแม่น้ำตรังจะลดต่ำกว่าตลิ่ง และไม่เกิน 20 วัน ชาวบ้านจะสามารถเข้าบ้านได้ทั้งหมด ส่วนมูลค่าความเสียหายจากน้ำท่วมครั้งนี้ ประมาณ 80 ล้านบาท แบ่งเป็นความเสียหายด้านทรัพย์สินที่อยู่อาศัยและพื้นที่การเกษตรประมาณ 50 ล้านบาทและอีก 30 ล้านบาท เป็นความเสียหายด้านสิ่งสาธารณูปโภคพื้นฐานอย่างถนนและพนังกั้น

ซึ่งหลังจากนี้จะเร่งดำเนินการฟื้นฟู ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาวได้นำเสนอแนวทางต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในโอกาสลงมาติดตามปัญหาน้ำท่วมที่จังหวัดตรังแล้ว จะต้องเร่งก่อสร้างพนังกั้นน้ำคอนกรีต อ่างเก็บน้ำในพื้นที่ต้นน้ำ แก้มลิง และคลองผันน้ำในระยะแรกให้แล้วเสร็จโดยเร็ว พร้อมขอระยะ 2 ด้วย เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมทั้งระบบ คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท โดยในระยะเวลาอันใกล้หลังน้ำลด จะต้องเร่งฟื้นฟูบ้านเรือน และพื้นที่ทางการเกษตร รวมทั้งจะต้องเร่งซ่อมแซมพนังกั้นน้ำที่แตกให้ ประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้ก่อน




