พบเจ้าหน้าที่ DSI เอี่ยวโยงคดีครูจอมทรัพย์ จ่อฟัน ม.157 อั้งยี่ซ่องโจร

โฆษก ตร. เผยมีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เอี่ยวขบวนการสร้างหลักฐานเท็จ “ครูจอมทรัพย์” เข้าข่ายสนับสนุนรื้อคดี ผิด ม.157 อั้งยี่ซ่องโจร

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย ความคืบหน้าการดำเนินคดีกับขบวนการสร้างหลักฐานเท็จของนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หรือ ครูจอมทรัพย์ ว่าขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ และจากหนังสือรายงานผลการจับเท็จของบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ ที่ดีเอสไอรายงานต่อกระทรวงยุติธรรมไปเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 ชี้ให้เห็นว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรื้อคดีโดยมิชอบอย่างแน่นอน เนื่องจากรายงานการจับเท็จ ระบุว่านายสับ วาปี และ นายสุริยา นวนเจริญ ได้รับสารภาพต่อเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ที่ควบคุมเครื่องจับเท็จว่า นายสุริยา และ ครูจอมทรัพย์ ได้สืบค้นหารถที่มีป้ายทะเบียนใกล้เคียงกับทะเบียนรถของครูจอมทรัพย์ จนไปพบกับนายสับ และได้ว่าจ้างให้นายสับรับผิดแทน เป็นเงิน 4 แสนบาท  โดยจะมอบเงินให้หลังจากที่ศาลรับฟ้องแล้ว และมีการสร้างพยานหลักฐานเท็จ แต่สุดท้ายนายสับกลัวว่าจะถูกคุมขังจริง จึงรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอว่าถูกว่าจ้างมา

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่นายสับ และนายสุริยา รับสารภาพกับเจ้าหน้าที่แล้ว เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ กลับยังมีความพยายามที่จะผลักดันสำนวนให้ไปสู่การรื้อฟื้นคดีในชั้นศาล เข้าข่ายมีส่วนส่งเสริมสนับสนุน โดยขณะนี้ได้เรียกเจ้าหน้าที่ DSI เข้าให้ปากคำกับคณะกรรมการแล้ว 12 นาย โดยหลังจากสอบปากคําเจ้าหน้าที่ครบ 14 นายแล้ว ก็จะเร่งสรุปผลว่ามีเจ้าหน้าที่นายใดเข้าไปเกี่ยวข้อง และเข้าข่ายกระทำความผิดให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า เพื่อที่จะดำเนินคดีในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และอาจถูกแจ้งข้อหาอั้งยี่ซ่องโจรร่วมด้วย

ส่วนประชาชนทั่วไปที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ขณะนี้มีการแจ้งข้อหา ไปแล้ว 9 คน เหลืออีก 2 คน คือ นายธณัช สุขตลอดปี ทนายความ และนางวาสนา เพชรทอง ผู้รับมอบอำนาจ ที่ตำรวจออกหมายเรียกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 12 และ 14 ธันวาคมนี้ ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม

ตร. เผยเอาผิดทนาย ‘หนอ วีระชัย’ ฐานพกพาอาวุธปืน แฉ! พฤติกรรมไม่ต่างจากลูกความ

ตำรวจทองหล่อยืนยันแจ้งความดำเนินคดีกับ ทนายความ “หนอ วีระชัย” ดาราหนุ่มอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ปปส. ฐานพกพาอาวุธปืนแล้ว พร้อมเร่งสืบสวนหาความเชื่อมโยงทางคดี

จากกรณีที่เฟซบุ๊กแฟนเพจชื่อดัง แหม่มโพธิ์ดำ ได้มีการโพสต์ข้อความขุดคุ้ยประวัติของทนายความของ นายวีระชัย ศรีวณิก วรรณึกกุล หรือ หนอ อดีตนักแสดงที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ป.ป.ส. บุกเข้าไปตรวจค้น ผู้เสียหายในพื้นที่สน.สายไหม โดยกล่าวหาว่า เคยมีคดีพกพาอาวุธปืน และแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ป.ป.ส. ในพื้นที่สน. ทองหล่อ และอาจเป็นผู้ร่วมขบวนการกับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้

ล่าสุดเพจ “กองบัญชาการตำรวจนครบาล-บช.น.” ได้โพสต์ข้อความชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า พนักงานสอบสวนสน. ทองหล่อได้ดำเนินคดีกับทนายความคนดังกล่าวแล้ว และขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และรอผลการตรวจอาวุธปืนรวมทั้งใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน โดยผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว พร้อมมีหลักประกันในชั้นสอบสวน ซึ่งเป็นไปตามหลักสิทธิเสรีภาพบุคคลตามกฎหมาย และเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา ซึ่งขณะนี้ทนายความคนดังกล่าวยังเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา และยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาว่ากระทำผิดจริง หากมีผลความคืบหน้าของคดีทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะแจ้งให้ทราบ และจากการสอบสวนเบื้องต้นยังไม่พบว่าทั้ง 2 คดีมีความเกี่ยวข้องกัน

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล ของพฤติการณ์การก่อเหตุของ นายวีระชัย และทนายความว่า ทั้งสองคดีจะมีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ซึ่งหากพบว่ามีความเกี่ยวข้องกัน ก็จะมีการออกหมายเรียกทนายคนดังกล่าวมาทำการสอบสวนต่อไป