ครอบครัว ‘น้องเมย’ เคลื่อนศพเตรียมฌาปนกิจ เผยยังอยากรู้สาเหตุการตาย

ครอบครัวเศร้า เตรียมประกอบพิธีฌาปนกิจ “น้องเมย” อย่างเรียบง่าย มารดา เผยยังอยากรู้ข้อเท็จจริงสาเหตุการเสียชีวิตของบุตรชาย

บรรยากาศ ที่วัดวิเวกการาม ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ครอบครัวและญาติของ นายภคพงษ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 เสียชีวิตในโรงเรียนเตรียมทหาร ได้มีการเตรียมทำพิธีฌาปนกิจ “น้องเมย” ในเวลา 15.30 น. วันนี้ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบง่ายมีเพียงครอบครัวและญาติคนสนิทของน้องเมยเดินทางมาร่วมงานเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ทางครอบครัวได้เคลื่อนศพของ “น้องเมย” ไปเตรียมประกอบพิธีบนเมรุแล้ว

ด้าน นางสุกัญญา ตัญกาญจน์ มารดา กล่าวว่า ขณะนี้ครอบครัวยังรู้สึกกังวลกับกระแสข่าวที่เกิดขึ้น เพราะบางสื่อมีการนำเสนอข้อมูลที่ผิดพลาดจากข้อเท็จจริง เช่น สี่โครงหักสี่ซี่ แต่ความเป็นจริงคือซี่โครงซี่ที่สี่หัก ส่วนเรื่องคดียังไม่อยากจะพูดอะไรก่อนอยากรอให้งานศพเรียบร้อยก่อน แต่ทางครอบครัวก็ยังอยากจะรู้ข้อเท็จที่เกิดขึ้น และวันนี้จะงดการให้สัมภาษณ์สื่อ เนื่องจากตั้งใจไว้ว่าจะส่งน้องเมยโดยไม่มีน้ำตา เพราะก่อนหน้านี้ตัวเองร้องไห้ตลอด วันนี้จึงไม่อยากให้ลูกเห็นว่าแม่ร้องไห้อีก ส่วนพิธิฌาปนกิจวันนี้ไม่ได้เชิญใครมาเป็นพิเศษ และยังไม่มีใครบอกว่าจะมาร่วมพิธี แต่หากใครจะมาร่วมทางครอบครัวก็ยินดี

ขณะชาวบ้านที่มาร่วมพิธี กล่าวว่า น้องเมย เป็นเด็กดีมาก ก่อนนอนกราบเท้าพ่อ ห่มผ้าให้แม่ การสูญเสียครั้งนี้ถือเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญและเป็นอนาคตของชาติ

รัฐบาลปัดเก็บภาษีเงินตูนวิ่ง 7 % ขู่ฟันคนปล่อยข่าว โต้นายกฯบริจาค 20 บาท

รัฐบาลปัดเก็บภาษีเงินตูนวิ่ง 7 % ขู่ฟันคนปล่อยข่าว ขณะโต้นายกรัฐมนตรี บริจาค 20 บาท

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีการแชร์ข้อมูลกันในสื่ออนอนไลน์ว่า รัฐบาลจะเก็บภาษีจากเงินที่ได้รับบริจาคทั้งหมดในโครงการก้าวคนละก้าว เพื่อโรงพยาบาลของรัฐในอัตราร้อยละ 7 และนำไปปรับปรุงสถานีตำรวจในประเทศไทยให้มีคุณภาพดีขึ้น รวมทั้งใช้จัดหากล้องวงจรปิดและยานพาหนะของทางราชการ ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง

โดยไม่แน่ใจว่า ผู้ที่สร้างข่าวนี้ขึ้นมาต้องการอะไร แต่เชื่อว่าเป็นการกระทำของผู้ไม่หวังดี เพราะที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยมีนโยบายในลักษณะเช่นนี้ มีแต่สนับสนุนให้นายอาทิวราห์ หรือตูน บอดี้สแลม และทีมงานทำโครงการที่ตั้งใจให้สำเร็จ ทั้งการมอบกำลังใจและสมทบเงินบริจาคด้วย ส่วนกระแสข่าวที่นายกรัฐมนตรี ร่วมบริจาคเงินสมทบโครงการฯ เป็นจำนวนเงิน 20 บาท ก็ไม่เป็นความจริงเช่นเดียวกัน

พร้อมกันนี้ รัฐบาลขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณ ไม่หลงเชื่อข่าวสารที่ถูกบิดเบือนโดยง่ายหรือแชร์ส่งต่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม และขอเตือนผู้ที่สร้างข่าวเท็จและนำไปเผยแพร่บนสื่อออนไลน์ รวมทั้งผู้ที่ส่งต่อกันโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่า ให้หยุดการกระทำดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่จะติดตามสืบหาต้นตอของผู้กระทำผิด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

ด.ช.วัย 14 ซิ่งจยย. เสียหลักล้ม ตาหลุดจากเบ้า อาการสาหัส

เด็กชายวัย 14 ปี ซิ่งรถจักรยานยนต์เสียหลักล้ม ตาหลุดจากเบ้า อาการสาหัส

วันนี้ (10 ธ.ค. 60) มีรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำด้วยตนเอง ส่งผลให้ ดช.เอ นามสมมุติ อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.1 ซึ่งเป็นผู้ขับขี่ ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากการสอบสวน ทราบว่า ดช.เอ ได้ขับขี่จักรยานยนต์ทะเบียน 3กห 9929 กทม. จากบ้าน ซอยสุดสาคร เพื่อไปส่งน้าสาวที่โรงพยาบาลธนบุรี เเละได้ขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว เพื่อที่จะกลับที่พักในซอยสุดสาคร ถนนพรานนก แต่ประสบอุบัติเหตุรถเสียหลักล้มด้วยตนเอง

ทั้งนี้ ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ดช.เอ ได้ขับรถมาเลนขวาด้วยความเร็ว เเละมาเจอทางกลับรถจึงมีรถต่อคิว เพื่อที่จะกลับรถ โดย ดช.เอ ได้เบรครถกระทันหันเลยทำให้รถเสียหลัก ตัวนายเอ กลิ้ง ไปกับท้องถนนพร้อมรถจึงมีอาการสาหัส ดวงตา ข้างขวาหลุดออกมา ใบหน้าข้างขวาเป็นแผลฉกรรจ์ โดยผู้เห็นเหตุการณ์ได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมกตัญญูมาปฐมพยาบาล ก่อนจะส่งถึงมือแพทย์ต่อไป