แผ่นดินไหว 5.0 ที่เมียนมา ไม่กระทบไทย

แผ่นดินไหว ขนาด 5.0 ที่เมียนมา ห่าง จ.แม่ฮ่องสอน 517 กม. ยังไม่กระทบไทย

สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเกิดเหตุแผ่นดินไหว เมื่อเวลา 03.23 น. ของวันที่ 29 ธ.ค. 2560 เกิดแผ่นดินไหวบนบก ขนาด 5.0 ความลึก 70 กม. บริเวณประเทศเมียนมา ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 517 กม. โดยเหตุแผ่นดินไหวดังกล่าว ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

แผ่นดินไหวพม่า, ข่าวแผ่นดินไหว, ข่าวสดวันนี้
แผ่นดินไหวพม่า

10 อันดับเหตุภัยพิบัติรุนแรงที่สุดแห่งปี 2560

10 อันดับภัยพิบัติที่รุนแรงที่สุดในปี 2560 ในเกือบทุกทวีปทั่วโลก 

ภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้นในเกือบทุกทวีปทั่วโลก ตลอดปี 2560 ทั้งเหตุน้ำท่วมและมรสุมที่โหมกระหน่ำหลายประเทศในเอเชียใต้ พายุเฮอร์ริเคนและแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในอเมริกาเหนือ เหตุดินถล่มและความแห้งแล้งในแอฟริกา รวมถึงสึนามิที่โจมตีอเมริกากลาง

เว็ปไซต์ยูเอส นิวส์ จัดอันดับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงที่สุดตลอดทั้งปีนี้ 10 อันดับ โดยเปรียบเทียบจากจำนวนผู้เสียชีวิต ดังนี้

อันดับ 10 น้ำท่วมครั้งใหญ่ในซิมบับเว เสียชีวิต 117 ราย

เหตุน้ำท่วมเกิดขึ้นหลังจากฝนที่ตกอย่างหนักและพายุที่พัดถล่มในช่วงต้นปี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 117 ราย แต่หากนับความเสียหายตั้งแต่ช่วงฤดูฝนในเดือนตุลาคม ปี 2559 มีชาวบ้านเสียชีวิตอย่างน้อย 246 คน เหตุน้ำท่วมเกิดขึ้นในหลายหมู่บ้าน ส่งผลให้ถนนหลายสาย และผลผลิตทางการเกษตรและปศุสัตว์ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ ยังทำให้ประชาชนราว 2 พันคนไร้ที่อยู่อาศัย และถูกตัดขาดจากโลกภายนนอก เนื่องจากถนนถูกน้ำท่วมและสะพานได้รับความเสียหาย

รัฐบาลได้ประกาศให้เป็นภัยพิบัติแห่งชาติ ขณะที่ซิมบับเวต้องขอเงินช่วยเหลือจากนานาชาติ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 3 พัน 200 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

อันดับ 9 น้ำท่วมหนักในจีน เสียชีวิตอย่างน้อย 144 ราย

จีนเผชิญกับน้ำท่วมหนักหลายระลอก ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงกรกฎาคม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 144 ราย// ประชาชนราว 1 ล้านคนไร้ที่อยู่อาศัย และบ้านเรือน 3 หมื่น 1 พันหลังได้รับความเสียหาย โดยในช่วงเดือนมิถุนายน พายุฝนพัดถล่มพื้นที่ต่างๆ ในจีนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในมณฑลหูเป่ย ที่อยู่ทางตอนกลาง และมณฑลกุ้ยโจว ทางตะวันตกเฉียงใต้ ส่งผลให้มีน้ำท่วมและดินถล่มเกิดขึ้นหลายพื้นที่

สถานีอุตุนิยมวิทยาในเขตปกครองตนเองชนชาติเอินซื่อถู่เจียและแม้ว ประกาศเตือนภัยในระดับสีแดง หลังจากที่ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง โดยเมือง “จิงหยาง” เป็นหนึ่งในสถานที่ที่เผชิญฝนตกหนัก และเกิดเหตุดินถล่มตามมา ส่งผลให้ถนนสายหลักในเมืองถูกตัดขาด และบ้านเรือนหลายหลังพังเสียหาย

ส่วนที่มณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกของจีน ก็เผชิญกับฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดเหตุดินถล่ม และสร้างความเสียหายแก่ถนนหลายเส้นทาง รวมถึงพื้นที่การเกษตร

อันดับ 8 น้ำท่วมหนักในเปรู เสียชีวิตอย่างน้อย 150 ราย

เหตุน้ำท่วมในเปรูเกิดขึ้นในช่วงต้นปีนี้ เป็นผลมาจากกระแสน้ำอุ่นนอกชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 150 ราย และส่งผลกระทบต่อประชาชนมากกว่า 1 ล้านคน ต้องใช้งบประมาณในการฟื้นฟูมากกว่า 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 2 แสน 9 หมื่นล้านบาท

ทางการเปรูได้ประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นเวลา 60 วัน ใน 3 แคว้น ซึ่งรวมถึงกรุงลิมา หลังจากเกิดเหตุน้ำท่วมเนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้น จนล้นตลิ่งและไหลบ่าเข้าท่วมบริเวณใกล้เคียง ซึ่งมีรายงานความเสียหายเกิดขึ้นกับสะพาน และมีน้ำท่วมปิดกั้นทางหลวงสาย “เซ็นทรัล ไฮเวย์” ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่เชื่อมต่อกับกรุงลิม่า

ฝนที่ตกหนักยังทำให้เกิดเหตุดินถล่มในเขตภูเขาสูงใกล้กับกรุงลิมา ขณะที่ในแคว้นปิวรา ซึ่งห่างจากกรุงลิมาไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 858 กิโลเมตร มีประชาชนมากกว่า 3 หมื่น 5 พันคน ต้องอพยพออกจากพื้นที่หลังเกิดน้ำท่วม

อันดับ 7 หิมะถล่มในอัฟกานิสถาน เสียชีวิต 156 ราย

หิมะที่ตกอย่างหนักทั่วประเทศอัฟกานิสถาน เป็นเหตุให้เกิดหิมะถล่ม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 156 ราย บ้านเรือน 300 หลังคาเรือนในหลายเมืองได้รับความเสียหาย และปศุสัตว์ล้มตาย โดยพื้นที่ๆ ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด คือ จังหวัดนูริสถาน ที่มีประชาชนเสียชีวิตอย่างน้อย 64 ราย และจังหวัดบาดัคชาน หิมะที่ตกหนักได้ปิดเส้นทางสัญจร และทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 19 ราย

ขณะที่ทีมกู้ภัยต้องเผชิญอุปสรรคด้านการเดินทาง เนื่องจากหิมะที่ปิดกั้นเส้นทางตามถนนสายต่างๆ ที่มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

อันดับ 6 ดินถล่มในคองโก เสียชีวิตอย่างน้อย 200 ราย

เหตุดินถล่มที่หมู่บ้านโตรา บริเวณชายฝั่งทะเลสาบเลค อัลเบิร์ต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เสี่ยงเกิดแผ่นดินไหว ในจังหวัดอิตูริ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 200 ราย ทางการได้ขอความร่วมมือจากนานาชาติในการช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ๆ ได้รับผลกระทบ ซึ่งนายอับดุลลาห์ เปเน บากา ผู้ว่าการจังหวัดอิตูรี ระบุว่า มีบ้าน 50 หลังได้รับความเสียหาย

อันดับ 5 น้ำท่วม-ดินถล่มในศรีลังกา เสียชีวิต 213 ราย

พื้นที่ทางตะวันตกและตอนใต้ของศรีลังกาเผชิญกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มในหลายพื้นที่ ทำให้ผู้คนกว่า 1 แสนคนต้องไร้ที่อยู่

โดยหนึ่งในสถานที่ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด คือ ในเขต “มาตารา” ที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทางตอนใต้ ส่วนในเขต “กัลเล่” ซึ่งเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถนำของบรรเทาทุกข์ไปแจกจ่ายได้

เหตุดินถล่มในศรีลังกา ถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วไปในช่วงฤดูมรสุม ประกอบกับปัญหาการตัดไม้ทำลายเพื่อปลูกต้นชาและต้นยาง ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกของประเทศ จึงทำให้ปัญหาดังกล่าวรุนแรงขึ้นอีก

อันดับ 4 แผ่นดินไหวในเม็กซิโก เสียชีวิต 225 ราย

เมื่อเดือนกันยายน เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.1 ที่มีศูนย์กลางอยู่ใกล้กับเมือง “อเตซินโก” ในรัฐปูเอบลาของเม็กซิโก ห่างจากกรุงเม็กซิโกซิตี้ราว 120 กิโลเมตร และเกิดลึกลงไปใต้ดิน 51 กิโลเมตร ได้สร้างความเสียหายในพื้นที่ตอนกลางของเม็กซิโกเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งยอดผู้เสียชีวิตยู่ที่ 225 ราย

มีรายงานความเสียหายเกิดขึ้นกับโรงเรียน กว่า 200 แห่ง ในจำนวนนี้โรงเรียนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือโรงเรียนประถมศึกษา “เอนริเก้ เร็บซาเมน” ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของกรุงเม็กซิโกซิตี้ โดยอาคารได้ถล่มลงมา และทำให้มีผู้เสียชีวิต 37 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็กนักเรียน 32 ราย

นอกจากนี้ ยังมีอาคารราว 44 แห่ง ได้รับความเสียหายรุนแรง ในจำนวนนี้รวมถึงซูเปอร์มาร์เก็ต โรงงาน และแฟลตสูง 6 ชั้น เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ เกิดขึ้นตรงกับวันครบรอบ 32 ปีของเหตุแผ่นดินไหวขนาด 8.0 เมื่อปี 2528 ซึ่งเชื่อว่ามีผู้เสียชีวิตมากถึง 1 หมื่นราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บราว 3 หมื่นคน ขณะที่ก่อนหน้านี้ 2 สัปดาห์ ก็เพิ่งเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.2 ที่มีผู้เสียชีวิต 96 ราย

อันดับ 3 ดินถล่มในโคลอมเบีย เสียชีวิตอย่างน้อย 300 ราย

เหตุดินถล่มที่เมืองโมเกา จังหวัดปูตูมาโย ทางตอนใต้ของโคลอมเบียในช่วงต้นเดือนเมษายน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 300 ราย และได้รับบาดเจ็บราว 400 คน

ประธานาธิบดีฮวน มานูเอล ซานโตส ระบุว่า ภัยพิบัติในครั้งนี้มีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ จนทำให้น้ำฝนในเมืองโมเกาในช่วง 1 คืน มีปริมาณมากถึง 1 ใน 3 ของปริมาณน้ำฝนที่ตกตลอด 1 เดือนในช่วงเวลาปกติ จึงเป็นสาเหตุให้น้ำในแม่น้ำหลายสายเอ่อท่วมพื้นที่ ขณะที่ประชาชนบางส่วน ระบุว่า ปัญหาการทำลายป่า ทำให้ต้นไม้ที่จะช่วยชะลอความแรงของกระแสน้ำมีจำนวนน้อยลง

อันดับ 2 ดินถล่มในเซียร์ราลีโอน ตายกว่า 600 คน

หลังจากที่เกิดฝนตกหนักติดต่อกัน 3 วัน กรุงฟรีทาวน์ของเซียร์ราลีโอนก็ต้องเผชิญกับน้ำท่วมรุนแรงและดินถล่มในช่วงเดือนสิงหาคม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 600 คน และประชาชนประมาณ 2 หมื่นคน ต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน

โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดอยู่ในเขตรีเจนท์และเขตลัมลีย์ ที่จมอยู่ใต้โคลนถล่มเป็นระยะทาง 6 กิโลเมตรและทำลายบ้านเรือนกว่า 300 หลังตามแนวแม่น้ำของแม่น้ำจูบา นอกจากนี้ ชุมชนอย่างน้อย 4 แห่งในพื้นที่อื่นๆ ในกรุงฟรีทาวน์ยังต้องเผชิญกับน้ำท่วมฉับพลัน

ผลจากดินถล่มยังทำให้เซียร์ราลีโอนต้องรับมือกับอหิวาตกโรคและโรคมาลาเรีย รวมถึงชาวบ้านบางคนมีอาการติดเชื้อทางผิวหนังจากน้ำที่ไม่สะอาด

อันดับ 1 น้ำท่วมพื้นที่เอเชียใต้ เสียชีวิตมากกว่า 1,200

พื้นที่ทางตอนเหนือของอินเดีย ทางตอนใต้ของเนปาล และทางตอนเหนือของบังกลาเทศ เผชิญกับเหตุน้ำท่วมรุนแรงในช่วงฤดูมรสุม ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1 พัน 200 ราย และส่งผลกระทบต่อประชาชนอีกอย่างน้อย 41 ล้านคน

พื้นที่ที่เกิดความเสียหายมากสุด คือ อินเดีย โดยมีรายงานว่า ในรัฐพิหาร รัฐอุตตรประเทศ รัฐเบงกอลตะวันตก และรัฐอัสสัม ของอินเดีย มีผู้เสียชีวิตรวมกันอย่างน้อย 680 ราย ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เกิดจากการจมน้ำ เหตุดินถล่ม และถูกงูกัด

ส่วนในบังกลาเทศ มีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 5 แสนคน ซึ่งจำนวนมากต้องอพยพออกจากที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตรถูกทำลายกว่า 6 หมื่น 2 พัน 500 ไร่ ในขณะที่พื้นที่การเกษตรแห่งอื่นๆ อีกกว่า 3 ล้าน 7 แสน 5 หมื่นไร่ ก็ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมที่เกิดขึ้น

ขณะที่ในเนปาล บ้านเรือนประชาชนหลายหมื่นหลังจมอยู่ใต้น้ำ หรือเผชิญเหตุดินถล่ม ฝนที่ตกหนักจากมรสุมในภูมิภาคเอเชียใต้เริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายน และแผ่อิทธิพลในพื้นที่นี้ไปจนถึงเดือนกันยายน

7 วันอันตรายปีใหม่ วันแรกตาย 41 ศพ เกิดอุบัติเหตุ 477 ครั้ง

วันแรกของการรณรงค์ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร เกิดอุบัติเหตุ 477 ครั้งตาย 41 ราย บาดเจ็บ 500 คน จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือเชียงใหม่ ส่วนศรีสะเกษตายมากสุด 6 คน

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ประจำปี 2561 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนประจำปี 2561 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน วันที่ 28 ธันวาคม 2560 วันแรก ของการรณรงค์ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร

เกิดอุบัติเหตุจำนวน 477 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 41 ราย บาดเจ็บ 500 คน โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ การเมาสุรา ร้อยละ 42.77 ขับรถเร็วเกินกําหนดร้อยละ 26 โดยยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ รถจักรยานยนต์

อย่างไรก็ตาม จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่จังหวัดเชียงใหม่ มีจำนวน 23 ครั้ง และจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีผู้เสียชีวิต 6 ราย และสำหรับจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด คือที่จังหวัดเชียงใหม่จำนวน 25 คน