เปิดแฟ้ม 10 คดีดัง ปี 2560 โจษจันทั่วบ้านทั่วเมือง

ในปี พ.ศ. 2560 มีเหตุการณ์และคดีความต่างๆ ที่ตกเป็นประเด็นให้ผู้คนในสังคมได้พูดถึงร่วมกันวิพากษ์วิจารณ์กันมากมาย แต่ละคดีที่เกิดขึ้นในปีนี้ หลายคดีเป็นการกระทำอย่างอุกอาจ แต่ท้ายที่สุดแล้วคนร้ายก็ต้องถูกจับกุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และต้องรับผิดชอบในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำ ณ โอกาสนี้ทางทีมข่าว MThai ได้คัด 10 คดีดังในปี พ.ศ.2560 มานำเสนอให้ผู้อ่านได้ติดตามกัน

1. เปรี้ยวสวยเพชฌฆาต-พร้อมพวก ฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม

มาเริ่มกันที่ คดีเปรี้ยวฆ่าหั่นศพ หรือคดีฆ่าหั่นศพ “น้องแอ๋ม” หรือ น.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย คดีที่สังคมให้ความสนใจเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนตามหาตัวคนร้ายตั้งแต่ตกเป็นข่าว การกระทำของคนร้ายในคดีเป็นที่โจษจันอย่างมาก แทบไม่มีใครเชื่อเลยว่า พวกเขาจะกล้าฆ่าหั่นศพเหยื่ออย่างเลือดเย็น แล้วนำไปฝังดิน

คลิกอ่านข่าวเพิ่มเติม >>> เปรี้ยว ปรียานุช พร้อมพวก ฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม

2. อดีต ผกก.บ้านโป่ง สั่งอุ้มฆ่าสาวทอม

สำหรับคดีนี้นับเป็นอีกหนึ่งคดีที่เผยให้เห็นถึงจิตใจอันโหดเหี้ยมอำมหิตของมนุษย์ เหยื่อผู้ถูกกระทำคือ น.ส.สุภัคสรณ์ พลไธสง อายุ 28 ปี  ผู้หญิงตัวเล็ก ที่ถูก พ.ต.อ.อำนวย พงษ์สวัสดิ์ อดีตผู้กำกับการ สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี สั่งทีมสังหารอุ้มฆ่าฝังดิน โดยการกระทำของผู้ก่อเหตุเป็นไปอย่างอุกอาจ

คลิกอ่านข่าวเพิ่มเติม >>>  อดีต ผกก.สภ.บ้านโป่งกับพวก อุ้มฆ่าสาวทอมฝังดินโบกปูน

3.อดีตเพื่อนชาย อุ้มฆ่าเผาอำพราง น้องพลอย

สำหรับคดีอุ้มฆ่า น.ส.พลอยนรินทร์ ผลิผล หรือ น้องพลอย นั้นได้เริ่มตั้งแต่ น.ส.พลอยนรินทร์ หายตัวไปเมื่อ 3 ปีก่อน ซึ่งเป็นการลักพาตัวโดยนายพลกฤต วิเศษ อดีตเพื่อนชาย ผู้ต้องหาสารภาพว่า ได้ลงมือสังหารน้องพลอยเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ก่อนจะนำศพเผาอำพรางภายในป่าแห่งหนึ่งในอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี

คลิกอ่านข่าวเพิ่มเติม >>>  นายพลกฤต วิเศษ อดีตเพื่อนชาย ลงมือสังหารก่อนเผาอำพรางศพน้องพลอย

4.บุกฆ่ายกครัวผู้ใหญ่บ้านอ่าวลึก ดับ 8 ศพ จ.กระบี่

สำหรับคดีอุกฉกรรจ์นี้เกิดขึ้นเมือช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 10 ก.ค. 2560 กลุ่มคนร้ายประมาณ 6 – 7 คน แต่งกายด้วยชุดลายพรางคล้ายทหาร พร้อมอาวุธ บุกเข้าไปในบ้านเลขที่ 14/3 หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก ซึ่งเป็นบ้านของ นายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้าน จากนั้นใช้อาวุธปืนยิงทุกคนที่อยู่ในบ้าน มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว รวม 8 คน เรียกได้ว่า เป็นการก่อเหตุอาชญากรรมที่สะเทือนขวัญต่อสังคมอีกคดี

คลิกอ่านข่าวเพิ่มเติม >>> ฆ่ายกครัวผู้ใหญ่บ้านอ่าวลึก ดับ 8 ศพ จ.กระบี่

5.ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หายตัวลึกลับ

สำหรับ ผอ.อ้อย หรือ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปปริศนา ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 2560 จากนั้นทางครอบครัวได้เข้าร้องทุกข์เนื่องจากไม่สามารถติดต่อผอ.อ้อยได้เลย ภายหลังการสืบสวนสอบสวน

เมื่อวันนี้ที่ 23 ตุลาคม 2560 เจ้าหน้าที่ก็ได้พบศพของ ผอ.อ้อย ที่บริเวณใกล้กับฐานปฏิบัติการอนุพงศ์ ของกองร้อยทหารพราน 2305 อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่พบศพนั้น คาดว่าศพอาจจะถูกสัตว์ป่ากัดแทะกินเป็นอาหาร ทำให้ศพเหลือแต่กระดูก เมื่อทำการตรวจดีเอ็นเอผลก็ออกมาว่า เป็นผอ.อ้อยจริง คดีนี้นับเป็นอีกหนึ่งคดีที่สังคมจับตามอง เนื่องจากมีชื่อเจ้าหน้าที่ราชการนายทหารเอี่ยวอยู่ในคดีด้วย

คลิกอ่านข่าวเพิ่มเติม >>> ผอ.อ้อย หายตัวลึกลับ

6.จับกุมขบวนการค้ายาเสพติด ไซซะนะ แก้วพิมพา พ่อค้ายาชาวลาว

กลายเป็นเรื่องราวที่สังคมให้ความสนใจจนถึงทุกวันนี้ สำหรับการจับกุมเครือข่ายยาเสพติด ไซซะนะ แก้วพิมพา พ่อค้ายาชาวลาว ซึ่ง เบนซ์ เรซซิ่ง สามีดาราสาว แพท ณปภา ได้ถูกซัดทอดว่ามีส่วนพัวพันเครือข่ายนี้ด้วย คดีนี้ก็ยังคงเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจ และติดตามกันอย่างต่อเนื่อง

คลิกอ่านข่าวเพิ่มเติม >>> ขบวนการค้ายาเสพ ไซซะนะ แก้วพิมพา

7. กิ๊กสาว – เก่งว่าที่เจ้าบ่าว ฆ่า ‘หมอปอ’ เจ้าหน้าที่ทันตสาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสลุย

หมอปอ หรือนางสาวนนทิญา ครัวจัตุรัส หรือ หมอปอ อายุ 25 ปี เจ้าหน้าที่ทันตสาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสลุย หญิงสาวผู้กำลังจะเป็นเจ้าสาวในอีกไม่กี่วัน ญาติพี่น้องของเธอควรได้ไปร่วมยินดีในงานวิวาห์ กลับกลายต้องมาจัดงานศพ เป็นเรื่องช็อกซ้ำอีก เมื่อผู้ลงมือฆ่าหมอปอคือว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ หมอปอถูกนายรณชัย ปานชาติ หรือเก่ง อายุ 26 ปี แฟนหนุ่มยิงเสียชีวิตเมื่อกลางดึกวันที่ 18 ธันวาคม ที่ผ่านมา หลังจากการสืบสวนสอบสวนพบว่า น.ส.นฤมล อายุ 23 ปี สาวคนสนิทของนายเก่ง ร่วมฆ่า “หมอปอ” ด้วย

คลิกอ่านข่าวเพิ่มเติม >>> ว่าที่เจ้าบ่าว บุกยิงหมอปอแฟนสาว ก่อนแต่ง 5 วัน

8.วัฒนา ภุมเรศ วางระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

ช่วงเช้าของวันที่ 22 พฤษภาคม 2560 เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อเสียงระเบิดดังสนั่น ควันโขมง ขึ้นที่ ชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ถือเป็นการกระทำที่ค่อนข้างโหดร้าย ที่กระทำต่อสถานพยาบาล อันเป็นพื้นที่สันติภาพ อันสงวนไว้รักษาผู้บาดเจ็บ แต่ท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถควบคุมตัว นายวัฒนา ภุมเรศ อายุ 62 ปี อดีตวิศวกรไฟฟ้า ผู้ก่อเหตุลอบวางระเบิดภายในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าได้

คลิกอ่านข่าวเพิ่มเติม >>> ระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

9.  ครูจอมทรัพย์  สร้างหลักฐานเท็จจ้างรับผิดแทน

นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครูใน จ.สกลนคร ถูกตัดสินจำคุก 3 ปี 2 เดือน ในคดีขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ที่ จ.นครพนม เมื่อปี 2548  มีการยื่นคำร้องขอรื้อฟื้นคดีใหม่ โดยอ้างว่า ครูจอมทรัพย์ตกเป็นแพะ ไม่ใช่ผู้ต้องหาตัวจริงที่ขับรถชนคู่กรณีจนเสียชีวิต แต่ภายหลังการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบเป็นขบวนการสร้างหลักฐานเท็จจ้างคนรับผิดแทน ซึ่งคดีนี้เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าเอาผิดผู้ร่วมขบวนการ

คลิกอ่านข่าวเพิ่มเติม >>> แก๊ง ‘ครูจอมทรัพย์’ สร้างหลักฐานเท็จจ้างรับผิดแทน

10.น้ำมนต์ สาวลวงหนุ่มวิวาห์ ก่อนเชิดเงินสินสอด

น.ส.จริยาภรณ์ บัวใหญ่ หรือ น้ำมนต์ อายุ 32 ปี หญิงสาวที่หลอกผู้ชายกว่า 10 คน ว่าจะแต่งงานด้วย แต่สุดท้ายกลับเป็นเพียงการหลอกลวงเอาเงินค่าสินสอด ทำเอาชายหนุ่มที่ตกหลุมรักเธอต้องสูญเงินรวมแล้วกว่า 5 ล้านบาท

คลิกอ่านข่าวเพิ่มเติม >>> ‘น้ำมนต์’ เจ้าสาวหลอกวิวาห์ ก่อนเชิดสินสอดหนี

เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย โจมตีศูนย์วัฒนธรรมในกรุงคาบูล

เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายที่ศูนย์วัฒนธรรมของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ ในกรุงคาบูลของอัฟกานิสถาน โดยมีรายงานผู้เสียชีวิต 41 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 80 คน

เจ้าหน้าที่อัฟกานิสถาน ระบุว่า คนร้ายใช้วิธีระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีใส่ผู้คนที่อยู่ในศูนย์วัฒนธรรมของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ ที่ตั้งอยู่ในกรุงคาบูลของอัฟกานิสถาน เมื่อวานนี้ ก่อนจะมีเสียงระเบิดเกิดขึ้นตามมาอีกอย่างน้อย 2 ครั้ง มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 41 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 84 คน

นายนาจิบ เดนิช โฆษกกระทรวงมหาดไทยของอัฟกานิสถาน ระบุว่า คนร้ายได้ติดตั้งระเบิดบริเวณด้านหน้าศูนย์วัฒนธรรม ก่อนที่จะบุกเข้าไปด้านใน จากนั้นก็กดให้ระเบิดทำงานที่ชั้นแรกของอาคาร ซึ่งมีผู้คนแห่มาร่วมกันรำลึกถึงเหตุการณ์ที่กองกำลังของสหภาพโซเวียต หรือปัจจุบันคือรัสเซีย นำกำลังเข้ารุกรานชุมชน “ตอเบียน” และศูนย์วัฒนธรรม ซึ่งเป็นย่านที่พักอาศัยส่วนใหญ่ของชาวมุสลิมนิกายสุหนี่ ในอัฟกานิสถาน เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2522

อาคารที่เกิดเหตุดังกล่าวตั้งอยู่ในย่าน “แดชต์-อี-บาร์จี” ซึ่งเป็นย่านที่พักอาศัยของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของกรุงคาบูล

หลังเกิดเหตุ กลุ่มรัฐอิสลาม หรือ IS ออกมาอ้างว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ โดยอ้างผ่านสำนักข่าว “อามัค” ที่เชื่อมโยงกับกลุ่ม IS ว่า มีเป้าหมายโจมตีศูนย์วัฒนธรรมของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ ในขณะที่กลุ่มก่อการร้ายตอลีบาน ก็ออกมาประกาศว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีครั้งนี้

ด้านประธานาธิบดีอัชราฟ กานี ของอัฟกานิสถาน เรียกเหตุโจมตีครั้งนี้ว่า เป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ พร้อมระบุในแถลงการณ์ว่า กลุ่มก่อการร้ายได้สังหารชาวอัฟกานิสถาน รวมทั้งโจมตีมัสยิด สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และศูนย์วัฒนธรรม ซึ่งเป็นการโจมตีศาสนาอิสลาม และคุณค่าในฐานะมนุษย์

กลุ่มวัยรุ่นดักแทง 2 พี่น้องในลานจอดรถผับ หลังแย่งกันจีบสาวเสิร์ฟ

2 พี่น้องถูกกลุ่มวัยรุ่นดักแทงในลานจอดรถ หลังมีปากเสียงกันในผับจัดเลี้ยงฉลองปีใหม่ พบปมเหตุมาจากการแย่งกันจีบสาวเสิร์ฟ

วันที่ 29 ธ.ค.60 ร.ต.อ.ศุภวิทย์ ไชยประพันธ์ รอง สว.สอบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ได้รับแจ้งมีเหตุนักเที่ยวยกพวกแทงกันมีคนได้รับบาดเจ็บหลายรายไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลทุ่งใหญ่ จึงไปตรวจสอบพร้อม ร.ต.อ.ธวัชชัย ยั่งยืน รอง สว.สส. ร.ต.อ.นนทวัช รัตนนิพนธ์ รอง สว.สส.และฝ่ายสืบสวน

พบผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อนายประสิทธิ์ ขวัญเมือง หรือ อ๊อด อายุ 38 ปี อาชีพทำสวนยาง มีบาดแผลถูกแทงเข้าที่ชายโครงซ้ายแผลลึก และยาว ข้อมือขวา 1 แผล แขนซ้าย 1 แผล และหน้าท้อง 1 แผล อาการสาหัส อีกรายนายปิยะวัฒน์ ขวัญเมือง หรือขาบ อายุ 26 ปี เป็นน้องของรายแรก มีอาชีพค้าขาย ถูกแทงที่ราวนมซ้าย 1 แผล และที่แขนขวา 1 แผล ลึกถึงกระดูกแผลเหวอะเลือดพุ่งกระฉูด อาการสาหัส แพทย์ส่งตัวไปรักษาต่อที่ โรงพยาบาลทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช

จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุ นายประสิทธิ์ ผู้ได้รับบาดเจ็บ และเพื่อนๆ อีก 4 คน ได้มาเลี้ยงฉลองปีใหม่กันที่ผับชื่อดังแห่งหนึ่งในตัวเมืองทุ่งใหญ่ อยู่ที่ถนนทุ่งใหญ่ ลำทับ หมู่ 6 ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ ต่อมาได้ไปกระทบกระทั่งจนเกิดเขม่นกับวัยรุ่นอีกกลุ่มที่มากัน 5 – 6 คน เนื่องจากไปชอบสาวเสิร์ฟหน้าตาดีคนหนึ่ง จึงมีเรื่องทะเลาะกันในผับ แต่เจ้าของร้านและสาวเสิร์ฟ เข้าห้ามปราม จึงได้เลิกรากันไป

แต่อีกฝ่ายยังคาใจ และออกจากผับเพื่อมาดักรอที่ลานจอดรถ เมื่อผับเลิกกลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บได้เดินออกไปเพื่อขึ้นรถกลับบ้าน จึงถูกอีกฝ่ายที่ดักรออยู่แล้วยกพวกเข้าถล่มชกต่อยทุบตีกันชุนละมุน จนมีคนถูกแทงได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบมีรอยเลือดตกอยู่หลายกอง จึงถ่ายภาพเป็นหลักฐานและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พร้อมทั้งสอบสวนผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เพื่อติดตามจับกุมคนก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป