เพิ่มผู้ป่วย 5 กลุ่มโรค ‘ห้ามขับรถ’ เริ่มต้นปี 2561 !!

กรมขนส่งทางบกกำลังดำเนินการแก้ไขกฎกระทรวงเพื่อกำหนดเงื่อนไขการขอใบอนุญาตขับขี่ ให้เพิ่ม 5 กลุ่มโรคที่เสี่ยงจะเกิดอันตรายในการขับขี่

วันนี้ (4 ธ.ค.) นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมขนส่ง เปิดเผยว่า ตอนนี้กรมขนส่งทางบกกำลังดำเนินการแก้ไขกฎกระทรวงเพื่อกำหนดเงื่อนไขการขอใบอนุญาตขับขี่ ให้เพิ่มกลุ่มโรคที่เสี่ยงจะเกิดอันตรายในการขับขี่ เบื้องต้นได้ข้อสรุปแล้วว่ามีทั้งหมด 5 กลุ่มโรค จากการหารือร่วมกันของกรมขนส่งทางบกกับแพทยสภา ได้แก่ 1.โรคลมชัก 2.เบาหวานร้ายแรง 3.ความดันโลหิตสูง 4.ผู้ที่เคยผ่าตัดสมองมาก่อน 5.โรคหัวใจ ที่เสี่ยงจะเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือด”

นายกมล กล่าวว่า “คาดว่าใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 เดือน คงจะเรียบร้อย ประมาณเดือน มกราคม หรือเดือนกุมภาพันธ์ คงออกมาบังคับใช้ได้ และคงไม่มีแก้ไขอีกแล้วในส่วนของ 5 กลุ่มโรคนี้ เพราะเราหารือกันมาหลายรอบแล้ว” 

รองอธิบดี กล่าวว่า เนื่องจากกรมขนส่งไม่สามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเอง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือของหน่วยงานอื่นด้วย ซึ่งกรณีนี้คือแพทยสภา กรมขนส่งจึงใช้เวลานานในการดำเนินการเรื่องนี้ เพราะมีการดำเนินการมาหลายปีแล้ว

พร้อมกันนี้นายกมล กล่าวว่า สำหรับ 5 กลุ่มโรคนี้ ซึ่งบางส่วนไม่ได้เป็นโรคแต่เป็นอาการ จะต้องมีการกำหนดรายละเอียดด้วยว่า เป็นขนาดไหน เช่นเบาหวานร้ายแรง แค่ไหน ความดัน เท่าไร รายละเอียดเหล่านี้ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งทางแพทยสภาจะเป็นผู้ดำเนินการ

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้การขอใบอนุญาตขับขี่ จะมีการห้ามเฉพาะ 5 โรค คือ 1.เท้าช้าง 2.วัณโรค 3.เรื้อน 4.พิษสุราเรื้อรัง 5.ติดยาเสพติดให้โทษ โดยจะมีการแก้ไขกฎกระทรวงเพื่อเพิ่มเติมอีก 5 กลุ่มโรคที่เป็นอันตรายต่อการขับขี่เข้าไป

นายกฯเน้นมาตรการ ปีใหม่ 7-7-7 ขับช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัด

รมว.คมนาคม เผย นายกรัฐมนตรี จี้ พัฒนาบุคคลากรด้านการบิน รองรับอนาคต พร้อมเน้นมาตรการความปลอดภัย ปีใหม่ 7-7-7 ขับช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัด

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้สถาบันการบินพลเรือน หรือ สบพ. และกระทรวงศึกษาธิการ เร่งพัฒนาบุคลากรให้เพียงพอ ทั้งในส่วนของนักบิน ช่างซ่อมอากาศยาน และเจ้าหน้าที่ภาคพื้นบิน โดย สบพ. ได้ตั้งคณะทำงาน เพื่อพัฒนาหลักสูตรการศึกษาและการฝึกอบรมด้านการซ่อมบำรุงอากาศยานพร้อมกันนี้

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ กพท. จะพิจารณาความเหมาะสมของการจัดตั้งสภาวิชาชีพนักบินพาณิชย์ พร้อมทั้งการจัดทำกฎระเบียบและข้อบังคับด้านการซ่อมบำรุงอากาศยาน ให้เป็นไปตามมาตรฐานองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO

นอกจากนี้ในส่วนของมาตรการความปลอดภัยช่วงเทศกาลปีใหม่ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แผนมาตรการความปลอดภัยช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 เน้นมาตรการ 7-7- 7 คือก่อนช่วงเทศกาล7วันระหว่างเทศกาล 7 วัน และติดตามผลหลังเทศกาล 7 วัน พร้อมกันนี้เน้น ในเรื่องขับช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัดซึ่งจากสถิติสามารถลดอุบัติเหตุได้ อย่างไรก็ตามให้มาตรการดังกล่าวเริ่มมีผล ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนล่วงเพื่อควบคุมอุบัติเหตุ ซึ่งหวังว่าจะเกิดขึ้นน้อยที่สุด

วัยรุ่นหนุ่มหนีตาย หลังถูกแก๊งโจ๋ไล่ยิง เหตุเพราะแต่งตัวแนววินเทจคล้ายเด็กช่าง!!

วัยรุ่นหนุ่มวิ่งหนีตาย หลังถูกโจ๋ไล่ยิงย่าน คลองสาม ปทุมธานี คาดเหตุเพราะแต่งตัวแนววินเทจคล้ายเด็กช่าง 

วันนี้ (4ธ.ค.60) ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า ผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ MorNing ได้โพสต์คลิปจากกล้องวงจรปิด เป็นภาพเหตุการณ์รุ่นชาย4คน ขับขี่และซ้อนท้ายจยย.จำนวน 2 คัน ใช้อาวุธปืนยิงใส่วัยรุ่นชาย 1 คนที่ขับขี่จยย.มาคนเดียว จนทำให้รถจยย.พลิกคว่ำ ก่อนที่คนร้ายจะใช้อาวุธปืนยิงใส่แล้วขับขี่จยย.หลบหนีไป

พร้อมโพสต์ข้อความว่าฝากไว้เป็นอุทาหรณ์ครับความคิดส่วนตัวของผมผมไม่เอาความนะครับไม่เอาคืนด้วยถือว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตผม (คดีอาญาขึ้นอยู่กับผมว่าจะเอาความมั้ย) ผมได้คำถามจากผู้ชายคนนั้นว่า-มึงเรียนไหน? ผู้ใหญ่ควรพิจารณา #แต่งตัวแบบนี้ก็คิดว่าเรียนอาชีวะ #ตัดผมสตายที่ชอบต้องคิดว่าเรียนช่าง #ผมก็เด็กที่เกิดในไทยเรียนรู้สังคมไทยมาตั้งแต่เด็ก#ผมของผมไม่เสียดายหรอกแต่ชีวิตมันสำคัญกว่าเยอะ#ผมลูกผู้ชายคำไหนคำนั้นโดยมีผู้แสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมากถึงความอุกอาจที่เกิดขึ้น

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปที่นายต้นตะวัน หรือ ต้น ขอสงวนนามสกุล อายุ 18 ปี เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเวลา 21.30น.วันที่ 1 ธันวาคม2560 ที่ผ่านมา บริเวณถนนเลียบคลองสาม บริเวณสะพานข้ามธาราอเวนิว รังสิตคลองสามศูนย์รวมอาหารฟู๊ดเซนเตอร์ ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของสภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์

ขณะเกิดเหตุตนเองขับจยย.ออกมาจากหอพักเพื่อกลับบ้านที่นิคมอุตสาหกรรมนวนคร ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณสะพานข้ามธาราอเวนิวรังสิตคลองสาม ได้มีวัยรุ่นชาย 4 คน ขับขี่ และซ้อนท้ายรถจยย. จำนวน 2 คัน มาประกบ ก่อนจะตะโกนถามตนเองว่า เรียนที่ไหน ตนเองก็ไม่ตอบ เพราะตนเองไม่ได้เรียนอาชีวะ จึงขับจยย.หลบหนี คนร้าย 1 ใน 4 คน ได้ดึงรถจยย.ไว้ จนทำให้ล้ม ก่อนที่ตนเห็นท่าไม่ดีจึงวิ่งหนี ทำให้คนร้ายจะใช้อาวุธปืนยิงใส่จำนวน 1 นัดแล้วหลบหนีไป

โชคดีที่ตนเองไม่ได้รับอันตรายหลังเกิดเหตุตนเองได้แจ้งความไวที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์แล้ว และในวันนี้หลังเลิกเรียนหากเป็นเวลาไม่ดึกมาก ตนเองจะเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งสาเหตุคาดว่าคนร้ายน่าจะเข้าใจว่าตนเองเป็นนักเรียนอาชีวะ เพราะการแต่งกายของตนเอง ในวันเกิดเหตุเป็นแนววินเทจ ที่เด็กอาชีวะชอบแต่งกัน