ลุงหัวร้อนควงไม้เท้าทุบรถอาจารย์ ม.ดัง ยกมือไหว้ขอโทษ อ้างคุมตัวเองไม่อยู่เพราะป่วยเส้นเลือดในสมองแตก ด้านตำรวจแจ้ง 3 ข้อหา
ความคืบหน้าจากคลิปเหตุการณ์คุณลุงอารมณ์ร้อน ไม่พอใจถูกรถคู่กรณีกดแตรไล่ ลงจากรถใช้ไม้เท้าทุบกระจกรถคู่กรณีจนแตกเสียหายและทำให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บ แถมไม่ยอมหยุดทั้งที่คู่กรณีจะขอร้องเนื่องจากมีเด็กเล็กอยู่ในรถ เหตุเกิดหน้าศูนย์การค้าพรอมเมนาดา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งคลิปนี้ถูกแชร์ไปในโลกออนไลน์ถูกวิจารณ์อย่างหนักนั้น (อ่านข่าว : โหดไปไหน! มนุษย์ลุงคว้าไม้กอล์ฟฟาดรถคู่กรณี ฉุนถูกบีบแตรใส่)
วันนี้ ( 04 ธ.ค. 60 ) ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า นายพรพรหม โทณวนิก อดีตเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง อายุ 60 ปี ( 111 / 35 หมู่ 6 ต.สันกลาง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ) คุณลุงในคลิป พร้อมกับนายสันติภาพ วิริโยทัย อายุ 31 ปี อาจารย์มหาวิทยาลัยพายัพ จ.เชียงใหม่ และ ภรรยา สองผู้เสียหาย เดินทางเข้าให้ปากคำกับ ร.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ ทิวรรณา พนักงานสอบสวน สภ.แม่ปิง
โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย, ทำให้เสียทรัพย์, ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น และทำลายความสงบสุขของประชาชนในถนนหรือทางหลวงโดยขู่เข็ญ ดูหมิ่น หรือ รังแก ตาม พรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 พร้อมแก่นายนายพรพรหม ก่อนจะนำตัวพิมพ์ลายนิ้วมือทำประวัติเพื่อส่งฟ้อง
ทั้งนี้จากการสอบสวนนายพรพรหม รับว่า สาเหตุที่ทำลงไปเป็นเพราะมีอารมณ์แปรปรวน เป็นผลมาจากเส้นเลือดในสมองแตกเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน ซึ่งหลังจากนั้นเป็นต้นมา ทำให้อารมณ์ร้อน บางครั้งควบคุมตัวเองไม่ได้ โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยอมรับความควบคุมตัวเองไม่ได้และไม่รู้ว่าทำอะไรลงไป ก่อนจะมารู้ตัวอีกทีก็สายไปเสียแล้ว ซึ่งจากเหตุที่เกิดขึ้น ตนก็ต้องขอโทษคู่กรณี ค่าเสียหาย ค่ารักษาพยาบาล และ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องจะขอรับผิดชอบทั้งหมด

ด้านนายสันติภาพ เจ้าของรถที่เสียหาย เล่าว่า ตนเองและภรรยารู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก โดยในตอนนั้นได้พยายามขอร้องนายพรพรหม เพราะมีลูกชายวัย 1 ขวบ 9 เดือน นั่งคาร์ซีทในรถ แต่นายพรพรหมก็ยังไม่ยอมหยุด ยังคงใช้ไม้เท้าทุบกระจกอย่างบ้าคลั่งกว่า 10 ครั้ง ตนใช้แขนป้องใบหน้าไว้ ทำให้เศษกระจกถูกแขนข้างขวาเป็นแผล เศษกระจกเข้าตาด้วย
ส่วนภรรยาที่ตั้งครรภ์ 9 เดือน ใกล้คลอด พยายามใช้ตัวบังลูกชายที่นั่งคาร์ซีทเพราะกลัวบาดเจ็บ เหตุการณ์ครั้งนี้โชคดีที่ตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุเร็วมากเพียงแค่ 5 นาที หลังโทรศัพท์ไปแจ้ง ทำให้เหตุการณ์ยุติโดยที่ไม่รุนแรงไปมากกว่านี้
หลังเกิดเหตุตนเองได้พาครอบครัวไปโรงพยาบาล โชคดีที่ลูกชายและภรรยาที่ตั้งครรภ์ไม่เป็นอะไร แต่ลูกชายยังอยู่ในอาการหวาดกลัว เหตุการณ์ครั้งนี้ที่นำคลิปไปเผยแพร่เพราะต้องการให้เป็นอุทธาหรณ์ในการใช้รถให้ทุกคนใจเย็น ไม่คิดว่าจะกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์มากถึงขนาดนี้
ส่วนคู่กรณี ตนเองและภรรยาไม่ติดใจและให้อภัย แต่ในส่วนของการดำเนินคดีก็จะให้ทางตำรวจดำเนินการไปตามพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้เป็นบทเรียนและเป็นตัวอย่างกับคนอื่น ๆ
ด้าน พ.ต.อ.ปิยพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเดินทางมาดูแลคดีนี้ บอกว่า ข้อหาที่แจ้งไปเป็นข้อหาที่สามารถเปรียบเทียบปรับได้ที่โรงพัก แต่เนื่องจากคดีนี้มีพฤติการณ์ที่ค่อนข้างรุนแรง ทำให้ พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ สั่งให้พิมพ์ลายนิ้วมือทำประวัติและส่งฟ้องต่อศาล โดยไม่เปรียบเทียบปรับที่โรงพัก
นอกจากนี้ พ.ต.อ.ปิยพันธ์ ยังได้ประชาสัมพันธ์ในการใช้รถในจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะเดือนธันวาคมซึ่งเป็นเดือนแห่งการท่องเที่ยว มีปริมาณรถมาก ให้ปฏิบัติตามกฏหมายจราจรและให้ใจเย็นเพื่อลดการกระทบกระทั่งและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นตามมาจากความใจร้อน