เหมยขาบขาวโพลน ทั่วดอยม่อนล้าน-อินทนนท์ หลังเกิดอุณหภูมิลดต่ำ 3 องศา

เหมยขาบโผล่ดอยม่อนล้าน ครั้งแรกของฤดูหนาวปีนี้ หลังอุณหภูมิลดวูบเหลือ 9 องศาฯ ขณะที่ดอยอินทนนท์อุณหภูมิลดเหลือ 3 องศา ทำน้ำค้างในสายยางกลายเป็นน้ำแข็ง

วันนี้ (1 ธ.ค. 60) ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า สภาพอากาศที่จังหวัดเชียงใหม่ หนาวเย็นลงอย่างต่อเนื่องหลังอุณหภูมิลดลง ส่งผลทำให้หลายบริเวณมีน้ำค้างแข็งหรือเมหมยขาบเกิดขึ้นเต็มเวลา โดยเฉพาะบริเวณจุดชมวิวกิ่วแม่ปาน อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ได้เกิดปรากฏกาณ์น้ำค้างแข็งหรือเหมยขาบเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นในพื้นที่ท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

หลังอุณหภูมิลดเหลือ 3 องศาเซลเซียล หลังจากที่สองวันก่อนเหมยขาบ เกิดขึ้นในพื้นที่ของสถานีรายงาน กองทัพอากาศ ซึ่งเป็นพื้นที่ปิด นักท่องเที่ยวไม่สามารถเข้าชมได้ จนสร้างความตื่นเต้นให้กับนักทองเที่ยวที่ได้พบเห็นเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้นอกจาก ปรากฎการณ์น้ำค้างแข็งบนยอดหญ้า หรือ  เหมยขาบ จะเกิดขึ้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์แล้ว ที่ดอยม่อนล้าน ภายในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติศรีลานนา อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ก็มีเหมยขาบเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน หลังภูมิต่ำสุดที่ยอดดอยม่อนล้านเช้านี้อยู่ที่ 9 องศาลเซลเซียส

สำหรับเหมยขาบที่เกิดขึ้นเช้านี้เกาะอยู่ตามพื้นสนามหญ้าภายในอุทยานฯ จนขาวโพลนไปทั่วบริเวณ นักท่องเที่ยวพากันถ่ายภาพเพื่อเก็บความสวยงามของเหมยขาบแรกของปีที่ดอยม่อนล้านไว้เป็นที่ระลึกกันอย่างคึกคัก

เหมยขาบ, ข่าวจังหวัดเชียงใหม่

นอกจากนี้ปรากฏการณ์เหมยขาบที่ม่อนล้านยังมีทะเลหมอกที่สวยงามไม่แพ้กับแหล่งท่องเที่ยวบนยอดดอยอื่น ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสความสวยงามของทะเลหมอกและแสงแรกของพระอาทิตย์ยามเช้าที่โผล่พ้นขอบฟ้าผ่านทิวสนที่สวยงาม รวมทั้งยังชมวิวทิวทัศน์แบบ 360 องศา กินพื้นที่ 2 อำเภอ 2 จังหวัด คืออำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่และอำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ซึ่งดอยม่อนล้านอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,695 เมตร

สำหรับอุณหภูมิในสัปดาห์นี้ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบนยอดดอยอินทนนท์ที่ลดต่ำเป็นเลขตัวเดียว ขณะที่อุณหภูมิที่ลดลงต่อเนื่อง ทำให้มีโอกาสที่อุณหภูมิจะแตะ 0 องศา หรือ ติดลบ ได้ภายในไม่กี่วันนี้ และจะส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์น้ำค้างแข็งหรือเหมยขาบไปพร้อมกัน

เหมยขาบ, ข่าวจังหวัดเชียงใหม่
เหมยขาบ

 

‘ศรีวราห์’ ยันอาวุธสงครามแปดริ้วโยง ‘โกตี๋’ รู้ตัวเจ้าของจ่อหมายจับ

“พล.ต.อ.ศรีวราห์”  ยันพบอาวุธสงครามแปดริ้ว โยงกลุ่ม “โกตี๋” ขณะที่รู้ตัวเจ้าของแล้วจ่อหมายจับรอ DNA

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้า เหตุพบกลางอาวุธสงครามและ ระเบิดจำนวนมาก ทั้งระเบิดขว้างสังหาร อาร์จีดี 5 30 ลูก ไปป์บอมบ์ 7 ลูก แท่งดินดินระเบิด ลูกระเบิดยิงขนาด 40 มม. จำนวน 2 ลูก กระสุนปืน ถูกนำมาทิ้งไว้ บริเวณริมคลองน้ำในเขตคำบลดอนฉิมพลี อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ว่า เบื้องต้น จากการตรวจสอบพบว่าเป็นอาวุธสงคราม ทั้งหมดนั้น เป็นล็อตเดียวกับที่เคยนำไปก่อเหตุเมื่อปี 2557 และเชื่อมโยง กับกลุ่มของนาย วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ โกตี๋ เพราะเป็นชุดหลักฐานเดียวกัน

ซึ่งขณะนี้ ตำรวจรู้ตัวแล้ว เตรียมขอศาลออกหมายจับ ผู้เกี่ยวข้อง 2-3 คน ในสัปดาห์หน้า และในระหว่างนี้ อยู่ระหว่าง เก็บตัวอย่าง DNA เพื่อเปรียบเทียบก่อน แต่จะเชื่อมโยงกับกลุ่มการเมืองใด อีกหรือไม่ยังตอบไม่ได้ เพราะอยู่ในสำนวน

เปิดวีรกรรมฉาว 14 ผู้คุม หลังอธิบดีกรมราชทัณฑ์มีคำสั่งไล่ออก

เปิดวีรกรรมฉาว 14 ผู้คุม หลังอธิบดีกรมราชทัณฑ์มีคำสั่งไล่ออก พบรับส่วยบ่อนในคุก พัวพันยาเสพติด ปล่อยนักโทษชายหญิง มีเพศสัมพันธ์กัน

พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ที่ประชุม อ.ก.พ.กรมราชทัณฑ์ ครั้งที่ 4/2560 ได้มีมติพิจารณาลงโทษข้าราชการกรณีกระทำผิดวินัย จำนวน 14 ราย สำหรับความผิดที่ลงโทษไล่ออกข้าราชการมีทั้งหมด 13 ราย ประกอบด้วย

1.ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อกันเกินกว่า 15 วัน โดยไม่กลับมา จำนวน 2 ราย

2.มีพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์จากการจับกุมโทรศัพท์มือถือจากผู้ต้องขังแล้วส่งคืน โดยไม่รายงานผู้บังคับบัญชา

3. ไม่นำเงินผลพลอยได้ฝากเข้าบัญชีธนาคาร 14 ครั้ง เป็นเงิน 601,202 บาท

4. มีส่วนรู้เห็นและได้ประโยชน์จากการไม่ตรวจค้นเจ้าหน้าที่ เป็นเหตุให้สามารถลักลอบนำโทรศัพท์มือถือเข้าเรือนจำ

5. ดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณ เงินเดือน ค่าตอบแทนพนักงานราชการจำนวน 4,995,037 บาทโดยทุจริต

6. มีส่วนรู้เห็นและได้ประโยชน์จากการปล่อยให้ผู้ต้องขังลักลอบจำหน่ายสินค้าในเรือนจำโดยใช้เงินสด

7. มีส่วนรู้เห็นและได้ประโยชน์จากการจำหน่ายพระเครื่องในเรือนจำ

8. มีส่วนรู้เห็นและได้ประโยชน์จากการเก็บส่วยเปิดบ่อนการพนันในเรือนจำ

9. รู้เห็นเป็นใจให้ผู้ต้องขังชายลักลอบเข้าไปมีเพศสัมพันธ์กับผู้ต้องขังหญิงในแดนหญิง

10. มีส่วนเกี่ยวข้องในการลักลอบนำโทรศัพท์มือถือและยาเสพติดเข้าเรือนจำ

11. นำสุราไปให้ผู้ต้องขังในเรือนจำ เพื่อแลกกับเงิน จำนวน 2,000 บาท

12. เรียกรับผลประโยชน์จากญาติผู้ต้องขัง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ต้องขังในเรือนจำ ส่วนข้าราชการที่ถูกให้ออกจากราชการมี 1 ราย คือ ประพฤติตนมีมลทินหรือมัวหมองในกรณีที่ถูกสอบสวน ว่ามีส่วนรู้เห็นและได้ประโยชน์จากการนำเงินสด, แหวนทอง เข้าเรือนจำ