แม่ค้าผลไม้ – ลูกค้าเปิดใจ หลังปะทะคารมเดือดกลางตลาดเมืองนนท์

คลิปแม่ค้าผลไม้ – ลูกค้า เปิดใจหลังด่ากันดังลั่นตลาดท่าน้ำนนทบุรี  หลังไม่พอใจกันเรื่องโกงตราชั่ง

วานนี้ (30 พ.ย. 60) ผู้สื่อข่าว MThai ได้ลงพื้นที่ตลาดท่าน้ำนนทบุรี เพื่อไปสอบถามแม่ค้าผลไม้รายหนึ่ง ที่ปรากฏในคลิปฉาว หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กนำมาเผยแพร่ขณะเกิดเหตุปะทะคารมเดือดกับลูกค้า เรื่องความซื่อสัตย์โกงนำหนักผลไม้ แต่กระนั้นก็ไม่พบตัวแม่ค้าคนดังกล่าวเนื่องจากไม่ได้มาขายของ จึงได้สอบถามแม่ค้าในบริเวณใกล้เคียงก่อนจะทราบว่า แม่ค้าที่ปรากฏอยู่ในคลิปพักอยู่ที่ห้องเช่าหลังหนึ่งในซอยศรีพรสวรรค์ ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงได้เดินทางไปยังห้องเช่าดังกล่าวแทน

ซึ่งเมื่อไปถึงก็พบแม่ค้ารายดังกล่าวอยู่ในห้องพัก ทราบชื่อต่อมาคือ นาวสาวกัลยา นิ่มคุ้ม อายุ 38 ปี  ทั้งนี้จากการสอบถามก็ได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขายผลไม้อยู่บริเวณที่เกิดเหตุภายในคลิป เมื่อคู่กรณีมาถึงก็ขอชิมผลไม้ที่ตนขาย ซึ่งตนก็ให้ชิมพร้อมกับหยิบใส่ถุงให้ แต่พอชิมเสร็จลูกค้ากับไม่รับแถมบอกว่าของมีตำหนิ  ตนจึงบอกว่าชิมไปหลายคนตนไม่รับคืน จากนั้นก็ถามมาว่าชั่งตรงหรือไม่ ตนก็บอกให้ดูกิโล และมีการเถียงกันสักพัก และกลุ่มผู้หญิงคนนั้นก็เดินจากไปสักพัก และกลับมาเอาของขว้างใส่ตน

ซึ่งเป็นขณะที่ตนไม่สนใจ ตนบอกให้ไปแจ้งความ ถ้าของตนไม่ตรง ไม่ใช่มาด่าเรา เขาซื้อสตอร์เบอรี่ครึ่งโล ราคา 40 บาท ก่อนซื้อเขาก็ชิมและดูผลไม้ก่อน ตนไม่ได้ขายตรงนี้ประจำเช่าได้ตรงไหนก็ขาย ตำรวจที่ขับรถเข้ามาบอกว่าอย่ามาเถียงกันให้ไปแจ้งความ ตนก็ด่าไปอย่างที่ในคลิปเพราะตนโมโห ตนยืนยันว่าชั่งน้ำหนักตรงไม่เคยโกง แต่ตนเป็นคนเสียดังแต่ไม่เคยด่ากับลูกค้าแต่กับแม่ค้าด้วยกันก็มีบ้าง คนนี้เห็นแก่ตัวชิมตั้งหลายลูกยังจะมาว่าของเราไม่สวยแค่ลูกเดียวที่มีตำหนิจะมาเปลี่ยนของมันคละกันไป แม่ค้าในคลิปฉาวกล่าว

แม้ค้า
แม้ค้า – ลูกค้า

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าว ยังได้เดินทางไปสอบถามนางพัชรินทร์ แจ่มจันทร์ อายุ 40 ปี ลูกค้าที่มีปากเสียงกับแม่ค้าด้วยว่า ตนพาลูกและพี่สาวไปเดินตลาดเล่น เจอร้านสตอร์เบอรี่ก็ถามลูกว่าจะเอาไหม แม่ค้าก็เรียกให้ชิมทั้งตนและลูก ตนตั้งใจจะซื้อ 1 โลและช่วยเขาหยิบใส่ถุง แต่แม่ค้าปัดมือแล้วบอกว่าเลือกไม่ได้ ถ้าเลือกไม่ได้ตนจึงได้เปลี่ยนเป็นซื้อแค่ครึ่งโล เขาก็เหมือนไม่พอใจ และส่งของให้

พอดีตนเห็นว่าตาชั่งเหมือนไม่ถึงครึ่งโล เขาก็หยิบเงินไป ตนจึงขอให้เขาช่างอีกรอบแต่เขาไม่ช่างและพูดคำหยาบ พูดว่าไม่อยากขาย พี่สาวจึงได้เรียกตนกับลูกสาว จากนั้นแม่ค้าก็ด่าบุพการีเรา แต่พี่สาวห้ามเราไว้ เมื่อตนเดินไปถึงร้านขายเนื้อหมูจึงขอให้แม่ค้าชั่งให้ ชั่งได้ประมาณ 3 ขีดกว่าไม่ถึง 4 ขีด

ตนก็รู้สึกว่าถูกด่าด้วยของไม่ครบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจเขามาช่วยพูดให้นะ บอกว่าถ้าบริสุทธิ์ใจก็ช่างให้เขาดู จากนั้นเถียงกันตำรวจก็ให้ไปแจ้งความ จากนั้นก็เป็นตามคลิปเลย มาหาว่าตนเดินกินไป ปกติชิมมันยังไม่ได้ล้างเลยจะกินไปได้อย่างไร

ตนอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องลงไปตรวจสอบตาชั่งบ้าง ถ้าเป็นแบบนี้ผู้บริโภคเสียหาย ทุกคนทุกอาชีพต้องซื่อสัตย์ต่ออาชีพตน ตนไม่ได้เป็นคนดี แต่ต้องการความยุติธรรมไม่อยากถูกโกง เราไม่อยากมองข้ามจุดเล็กๆ เพราะมันจะพอกหางหมูเป็นเรื่องใหญ่ หลังจากดูคลิปก็ใจเย็นลงไม่ได้คิดอะไร ถ้าเขาพร้อมขอโทษก็ไม่คิดอะไรมาก

น้ำท่วม จ.สงขลา เข้าขั้นวิกฤติ ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติแล้ว 16 อำเภอ

สถานการณ์น้ำท่วม จ.สงขลา เข้าขั้นวิกฤติ ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติแล้ว 16 อำเภอ มีผู้เสียชีวิต 3 ราย เจ้าหน้าที่เร่งอพยพประชาชน

สถานการณ์น้ำท่วมที่จ.สงขลา ยังอยู่ในภาวะวิกฤติ เนื่องจากถูกน้ำท่วมทั้งจังหวัดรวม 16 อำเภอ และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 คน และทางจังหวัดได้ประกาศให้เป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินทั้ง 16 อำเภอแล้ว ซึ่งสภาพน้ำท่วมที่เกิดขึ้นครอบคลุมพื้นที่ทั้งชายฝั่งทะเลสาบสงขลา ตัวเมือง และหมู่บ้านต่างๆ

โดยหนึ่งในอำเภอที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในขณะนี้คือ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ซึ่งถูกน้ำท่วมหนักมา 3 รอบ และครั้งนี้หนักสุดโดยเฉพาะที่บ้านแลแบง หมู่1 ต.สะบ้าย้อย ขณะนี้น้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตรและไม่มีท่าว่าจะลดลงแม้จะถูกน้ำท่วมสูงมา 5 วัน

สภาพทั้งหมู่บ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ทางตำรวจสภ.สะบ้าย้อยต้องลำเลียงเครื่องยังชีพล่องเรือเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านบางส่วนที่ยังคง อยู่เฝ้าบ้านไม่อพยพออกมา ส่วนที่เหลือได้อพยพออกมาหมดทั้งหมู่บ้านแล้วนับร้อยครัวเรือนโดยเฉพาะเด็กๆ และผู้หญิงโดยมาอาศัยอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ว่าอำเภอสะบ้าย้อย

ศาลยกฟ้อง ‘หญิงไก่’ ไม่เข้าข่ายผิดค้ามนุษย์

ศาลอาญายกฟ้อง “หญิงไก่” คดีค้ามนุษย์ ลวงเด็กสาวอายุ 16 ใช้งานไม่จ่ายค่าจ้าง  ระบุหลักฐานยังไม่เข้าข่ายความผิด

ศาลอาญารัชดา อ่านคำพิพากษา ในคดีค้ามนุษย์ ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ 2 เป็นโจทก์ฟ้องนางมณตา หรือ ไก่ หยกรัตนกาญ อายุ 60 ปี  เป็นจำเลยในความผิดฐานค้ามนุษย์ จากกรณี เมื่อช่วงต้นเดือน พ.ค. 2551- 30 พ.ย. 2553 ต่อเนื่องกัน จำเลยได้ฉ้อฉล หลอกลวง น.ส.หน่อน (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย อายุ 16 ปีเศษ  อ้างว่า เป็นคนใจบุญ ชอบช่วยเหลือคนยากจน จึงชักชวนผู้เสียหายไปทำงานที่กรุงเทพ จะให้เงินเดือนๆละ 5 พันบาท พร้อมอุปการะส่งเสียให้เรียน และส่งเงินให้ทางบ้าน จนหลงเชื่อยอมไปทำงานกับจำเลย จำเลยจึงพาผู้เสียหายจาก จ.แม่ฮ่องสอน มาอยู่กับจำเลยที่ ประชานิเวศน์คอนโดฯ แต่กลับบังคับให้ผู้เสียหายทำงานเป็นแม่บ้าน หรือคนรับใช้ ตั้งแต่เวลา 05.00 –  22.00 น.ทุกวันโดยไม่มีวันหยุดและไม่จ่ายค่าจ้าง

ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งงสองฝ่ายนำสืบหักล้างกันแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมายังรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยได้กระทำการข่มขืนใจ บังคับใช้แรงงานคล้ายเอาคนมาเป็นทาส จึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานค้ามนุษย์ตามฟ้อง ส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนนั้น การชดใช้ต้องเป็นกรณีที่ศาลพิพากษาว่ากระทำผิด กรณีนี้ศาลจึงไม่อาจมีคำสั่งให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ พิพากษายกฟ้อง