‘เก่ง เกียร์อาร์’ ร้องปอท. ถูกโพสต์โยงกรณีชายต่อยหญิงบนรถแท็กซี่

‘เก่ง เกียร์อาร์’ ร้อง ปอท. ถูกโพสต์หมิ่นและนำภาพไปตัดต่อ ทำให้เสียชื่อเสียง หลังถูกโยงกรณีชายต่อยหญิงบนรถแท็กซี่

วันนี้ (28 ธ.ค. 60) มีรายงานว่า เวลาประมาณ 10.00 น. นายภัทรศักดิ์ เทียมประเสริฐ ดีเจประจำคลื่น 89 Gift FM เจ้าของสมญานาม “เก่ง เกียร์อาร์” ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) หลังถูกชาวโซเชียลพาดพิงกรณีวัยรุ่นต่อยสาวในรถแท็กซี่ และถูกนำภาพไปตัดต่อว่าดมกาว ซึ่งทำให้เสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องจริง

โดย เก่ง เกียร์อาร์ เปิดเผยว่า เนื่องจากกรณีที่ถูกพาดพิงเรื่องชายต่อยหญิงบนรถแท็กซี่ แล้วเพื่อนเขาก็โพสต์ทำนองว่า ทำไมตนได้รับโอกาสจากสังคม แต่เพื่อนของเขาไม่ได้ ซึ่งผมชี้แจงแล้วว่า มันไม่เหมือนกัน ผมไม่ต่อยผู้หญิง แล้วก็มีการนำภาพเก่าๆ และภาพตัดต่อ ไปลงเพจแห่งหนึ่งซึ่งมีสมาชิกประมาณ 3 แสน และ 90% คือให้กำลังใจผม มีแค่ 2 คน ที่นำภาพตัดต่อมาลงที่เพจนี้ จนเกิดการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง สร้างความเสียหายให้กับผม

นอกจากนี้ เก่ง เกียร์อาร์ ยังบอกอีกว่า ถ้าเกิดยังไม่รู้ความจริง อย่าเอาไปพูดให้เกิดความเสียหาย หากอยากรู้อะไรให้ถามตนได้ เพราะตนนั่งรถเมล์ รถตู้ รถไฟฟ้า ไม่ได้ขับรถ ทุกวันนี้ก็ยังบำเพ็ญประโยชน์ ซึ่งในวันนี้ได้เดินทางมาแจ้งความกับบุคคลทั้ง 2 ในข้อหาเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ หมิ่นประมาท สร้างความเสียหายให้กับชื่อเสียง

อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ.ปัสสิทธิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาหมิ่นประมาท ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง และดำเนินการรับเรื่องและส่งไปยังสน. ท้องที่เกิดเหตุ และรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนส่งให้ผู้บังคับบัญชาให้นำเรื่องไปพิจารณาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

กยศ. เตรียมหักเงินเดือนข้าราชการใช้หนี้เป็นกลุ่มแรก มี.ค. 61

กยศ. เตรียมหักเงินเดือนข้าราชการใช้หนี้เป็นกลุ่มแรก มี.ค. 61 ส่วนในบริษัทเอกชนคาดจะเริ่มหักได้สิ้นปี 61

นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กยศ. เห็นชอบพระราชบัญญัติกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาฉบับใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา เปิดทางให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา สามารถเริ่มดำเนินมาตรการหักหนี้ กยศ. ผ่านบัญชีเงินเดือนได้

โดยจะเริ่มในหน่วยงานราชการต้นแบบ คือ กรมบัญชีกลาง ในเดือนมีนาคม 2561 เป็นกลุ่มแรก เเละขยายไปหน่วยงานราชการที่ได้รับเงินเดือนผ่านกรมบัญชีกลาง รัฐวิสาหกิจ และองค์กรอิสระตามลำดับ

สำหรับลูกหนี้ กยศ. ในบริษัทเอกชน คาดว่าจะเริ่มหักเงิน ไตรมาสที่ 4 ของปี 2561 เนื่องจากเป็นลูกหนี้กลุ่มใหญ่หลายล้านบัญชี และยังอยู่ระหว่างการวางระบบไอที โดยระหว่างนี้ กยศ.จะเร่งพิจารณาหาข้อสรุปแนวทางปฏิบัติ ควรหักแบบกำหนดสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ หรือรูปแบบใด

อย่างไรก็ตาม ขอฝากเตือนไปยังลูกหนี้ กยศ.ที่ได้รับจดหมายแจ้งเตือนการชำระหนี้ ให้เข้ามาติดต่อเพื่อประนีประนอมกับ กยศ. เป็นการด่วน เนื่องจากกองทุนมีนโยบายในการช่วยเหลือปรับโครงสร้างหนี้ให้ และสามารถผ่อนชำระได้ถึง 9 ปีเต็ม แต่หากลูกหนี้ไม่ติดต่อเข้ามาจะถูกฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

นักวิชาการชี้ แนวทางลดการบ้าน แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าปมเด็กเครียด

นักวิชาการ ระบุ แนวทางลดการบ้าน เพื่อเพิ่มความสุขให้นักเรียนเป็นนโยบายที่ดี แต่เป็นเพียงแต่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า พร้อมแนะ ปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาไทย เพื่อความยั่งยืน

ศาสตราจารย์สมพงษ์ จิตระดับ ผู้อำนวยการศูนย์วิชาการเด็กเยาวชนและครอบครัว กล่าวถึงนโยบายลดการบ้าน ตามแนวทางที่นายกรัฐมนตรี มอบหมายกระทรวงศึกษาธิการ ว่า เป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้เด็กมีเวลาเหลือในการทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งถือเป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียน และพัฒนาด้านอารมณ์ (EQ)

อย่างไรก็ตาม มองว่า นโยบายลดการบ้าน เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ไม่สามารถปฏิบัติได้อย่างยั่งยืน เนื่องจากโครงสร้างการศึกษาไทย ประกอบกับบุคลากรทางการศึกษา ที่ยังคงยึดติดกับ แนวทางการศึกษาเดิมๆ ที่เน้นด้านวิชาการ, การสอบ และการให้การบ้าน เป็นต้น
ผู้อำนวยการศูนย์วิชาการเด็กเยาวชนและครอบครัว แนะนำอีกว่า หากจะทำให้นโยบายลดการบ้าน สามารถทำได้อย่างยั่งยืน และทำให้เด็กไทย ฉลาดมากกว่าการเรียนรู้ในห้องเรียน ต้องเริ่มต้นจากปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาเป็นอันดับแรก

โดยก่อนหน้านี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความห่วงใยว่า ครูเป็นส่วนหนึ่งที่ให้การบ้านนักเรียนมากเกินไป จนทำให้เด็กเกิดความเครียด จึงมอบหมายกระทรวงศึกษาธิการ หาแนวทางลดการบ้านนักเรียน กระทั่งล่าสุดทาง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ออกแนวปฏิบัติลดการบ้านของนักเรียน