อิสราเอลเสนอตั้งชื่อสถานีรถไฟใต้ดินตามชื่อ “ทรัมป์”

รัฐมนตรีคมนาคมอิสราเอลเสนอตั้งชื่อสถานีรถไฟใต้ดินตามชื่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ ท่ามกลางเหตุปะทะต่อเนื่องระหว่างชาวปาเลสไตน์กับกองทัพอิสราเอล

นายยิสราเอล คาทซ์ รัฐมนตรีคมนาคมอิสราเอล ได้เสนอให้ตั้งชื่อสถานีรถไฟใต้ดินใกล้กับกำแพงตะวันตกในเมืองเก่าของเยรูซาเลม ซึ่งอยู่ใจกลางพื้นที่ที่ชาวปาเลสไตน์ต้องการให้เป็นเมืองหลวงของตนในอนาคต ตามชื่อของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เพื่อขอบคุณที่เขารับรองเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล

แต่การขยายรถไฟใต้ดินความเร็วสูงระหว่างกรุงเทลอาวีฟกับเยรูซาเลมยังคงอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา และกระทรวงคมนาคมยังคงต้องรอการอนุมัติ
การประกาศดังกล่าวถูกประณามจากผู้นำปาเลสไตน์อย่างรวดเร็ว

ขณะที่เมื่อวานนี้ ชาวปาเลสไตน์หลายสิบคนปะทะกับกองกำลังรักษาความมั่นคงอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ ท่ามกลางการประท้วงต่อต้านกรณีที่สหรัฐฯ ประกาศรับรองให้เยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลที่เมืองเบธเลเฮม กองกำลังรักษาความมั่นคงอิสราเอลได้ยิงแก๊สน้ำตาใส่เยาวชนชาวปาเลสไตน์ที่ขว้างปาหินตอบโต้ เช่นเดียวกับที่เมืองนาบลัส ซึ่งเกิดการปะทะ แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ก่อนหน้านี้ ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติมีมติคัดค้านการประกาศรับรองเยรูซาเลมของประธานาธิบดีทรัมป์ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ซึ่งทำให้เกิดความโกรธแค้นในหมู่ชาวปาเลสไตน์ ขณะที่ประเทศส่วนใหญ่มองว่า ข้อสรุปเรื่องสถานะของเยรูซาเลมจะต้องเกิดขึ้นภายใต้กระบวนการสันติภาพ ซึ่งต้องยุติลงกลางคันในขณะนี้

กสทช. สั่งค่ายมือถือ เพิ่มขีดความสามารถให้บริการช่วง เทศกาลปีใหม่

กสทช. กำชับค่ายมือถือดูแลคุณภาพสัญญาณ พร้อมให้เพิ่มขีดความสามารถให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ช่วง เทศกาลปีใหม่

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ วันที่ 30 ธ.ค. 2560-2 ม.ค. 2561 เป็นอีกเทศกาลหนึ่งที่มีสถิติการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่กันมาก ประชาชนนิยมติดต่อสื่อสารและส่งข้อความอวยพรกันผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค หรือคลิปวิดีโอสั้น ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ถือเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ทุกคนในครอบครัวมารวมกัน

ดังนั้น กสทช. จึงได้สั่งการไปยังผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายให้เพิ่มขีดความสามารถและความระมัดระวัง ในการดูแลบำรุงรักษา ซ่อมแซม และแก้ไขปรับปรุงโครงข่ายโทรคมนาคม เครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ ที่นำมาใช้ในการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดระยะเวลาช่วงเทศกาลปีใหม่

ทั้งนี้ การดำเนินการทั้งหมดของสำนักงาน กสทช. ก็เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับให้ประชาชนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถใช้บริการอย่างต่อเนื่อง และไม่มีปัญหาในการใช้งานในช่วงวันปีใหม่

‘พลาม พรมจำปา’ อดีตตร.ดัง เตรียมวิ่งรอบ 3 แม่สาย-เบตง

‘พลาม พรมจำปา’ ตำรวจชื่อดัง ประกาศเตรียมวิ่งรอบที่ 3 จาก อ.แม่สาย ถึง อ.เบตง จ.ยะลา เพื่อรณรงค์เรื่องสันติภาพใต้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจ่าสิบตำรวจพลาม พรมจำปา อายุ 57 ปี อดีตตำรวจชื่อดัง และผู้อำนวยการสถาบันมัชฌิมาการต่อสู้ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Plam Promjumpa นักวิ่งคนที่ 2 ของไทย วิ่งระยะไกลกว่า 2,215 กิโลเมตร จาก อ.เบตง จ.ยะลา ไปยัง อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อรณรงค์เรื่องสันติภาพใต้ โดยมีข้อความระบุว่า

ไปปักหมุดการวิ่งถ่วงโซ่ตวน 7 กิโลกรัมกับการวิ่ง 2,000 โลจะเกิดขี้นที่นี่ 3,500,000 ก้าวกับพลาม พรมจำปา

มีสัญญาใจไว้ ณ ที่นี่อีกครั้งแม่สายดินแดนแห่งมนต์ขลังจุดเริ่มต้นไปยังจุดสิ้นสุดที่เบตง หลักฐานเดิมเว้นแต่ครั้งนี้ต่างจากเดิมคือข้อเท้ามีโซ่น้ำหนักรวม 7 ก.ก.เพิ่มเป็นภาระเท่านั้นผมเคยทำสำเร็จมาแล้ว 2 ครั้ง ทำไมต้องเป็นที่นี่เพราะตรงนี้เป็นระยะทางยาวไกลที่สุดในแผ่นดินนี้ จะเกิดขึ้นอีกนับเป็นรอบที่ 3 บนถนนสายนี้กับ 2,000 กิโลเมตร พร้อมกับการบันทึกสถิติโลกอย่างเป็นทางการเป็นเกียรติในชีวิตการเป็นนักวิ่งในตำนานของผม และเพื่อเพื่อนนักรบอีก 4 เหล่าทัพ รวมทั้งอาสาสมัครตลอดประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่เกิดเหตุการณ์ก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

ได้โปรดอย่าได้ทอดทิ้งพวกเขาให้เป็นเพียงวีรบุรุษ 3 วัน ขอน้ำใจคนไทยทั้งประเทศได้ช่วยพวกเขาเหล่านี้ซึ่งผมไม่เคยทำมาก่อนไหนๆก็ไหนๆแล้วผมเหนื่อยอยู่แล้ว โครงการวิ่ง”นักรบเพื่อนักรบ”จะเกิดขึ้นจริงจะเป็นโครงการวิ่งสุดท้ายของผม ขอแรงเชียร์เพื่อนพี่น้องรบพิเศษผม 4 เหล่าทัพอาสาวิ่งกับผมตลอดเส้นทางเริ่ม13 เมษายน – 23 พฤษภาคม 2561กำหนด 40 วันทีมเล็กนิดเดียวนอนวัด ปั๊มน้ำมัน ป้อมสถานีตำรวจ ศาลาข้างทางเหมือนเดิมครับผม นักวิ่งในตำนาน 2000 โลคนที่ 2 ประเทศไทย

สำหรับจ่าสิบตำรวจพลาม เคยวิ่งระยะทางไกลมาแล้ว 4 ครั้ง เริ่มต้นครั้งแรกปี 2548 วิ่งจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย ไปยัง อ.เบตง จ.สงขลา ระยะทาง 2,215 กิโลเมตร ใช้เวลา 42 วัน ครั้งที่ 2 ปี 2550 วิ่งจากด่านเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี ไปผาแต้ม จ.อุบลราชธานี ระยะทางประมาณ 995 กิโลเมตร ใช้เวลา 20 วัน

ส่วนครั้งที่ 3 ปี 2552 วิ่งจาก สิบสองปันนา ไปสนามหลวง กรุงเทพฯ ระยะทางเกือบ 1,000 กิโลเมตร ใช้เวลา 30 และครั้งที่ 4 ปี 2558 วิ่งจาก อ.เบตง จ.ยะลา แวะโรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพฯ และ จ.หนองคาย สิ้นสุดที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 2,590 กิโลเมตร ใช้เวลา 52 วัน

ขอบคุณข้อมูลจาก Plam Promjumpa