ในวันนี้ได้มีข่าวใหญ่เกี่ยวกับเหตุการณ์ประท้วงที่กรุงลิมา ประเทศเปรู กรณีประธานาธิบดีเปโดร ปาโบล คักซิงสกี อภัยโทษ อัลเบอร์โต ฟูจิโมริ อดีตประธานาธิบดีด้วยเหตุผลด้านสุขภาพและมนุษยธรรม ขณะรับโทษจำคุก 25 ปี ในข้อหาคอร์รัปชันและละเมิดสิทธิมนุษยชน จากข่าวดังกล่าวทำให้ผู้คนทั่วโลกเกิดความสงสัยว่า ชายเชื้อชาติญี่ปุ่นคนนี้คือใคร และเพราะเหตุใดชายชาวเอเชียคนนี้ถึงสามารถขึ้นมาเถลิงอำนาจในประเทศเปรูได้นานถึง 10 ปี !!
ย้อนไปเมื่อ 27 ปีที่แล้ว ประเทศเปรูได้มีประธานาธิบดีเชื้อชาติญี่ปุ่นแท้ชื่อว่า อัลเบอร์โต ฟูจิโมริ ซึ่งพ่อแม่เป็นผู้อพยพจากประเทศญี่ปุ่น ขณะที่เขาได้ถือสัญชาติเปรูและญี่ปุ่นในเวลาเดียวกัน โดยฟูจิโมริ เกิดที่ประเทศเปรูเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2481 ในกรุงลิมาพ่อแม่ของเขาเป็นชาวญี่ปุ่นที่อพยพมาอยู่ในประเทศเปรู โดยบิดาชื่อ นะโอะอิชิ ฟุจิโมะริ (สกุลเดิม: มินะมิ) ส่วนมารดาชื่อ มะสึเอะ มิโนะโมะโตะ ฟุจิโมะริ (สกุลเดิม: มิโนะโมะโตะ) โดยอพยพมาจากเมืองคุมะโมะโตะ และเข้ามาในเปรูในปี พ.ศ. 2477ทำให้ฟูคีโมรีมีทั้งสัญชาติเปรูและสัญชาติญี่ปุ่น เขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมการเกษตรจากมหาวิทยาลัยการเกษตรแห่งชาติลาโมลีนา และปริญญาโทสาขาคณิตศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-มิลวอกีในสหรัฐอเมริกา

จากนั้นฟูจิโมริลงสมัครประธานาธิบดีใน พ.ศ. 2533 เศรษฐกิจของประเทศเปรูในขณะนั้นตกอยู่ในภาวะเงินเฟ้อขั้นรุนแรง เขานำเสนอนโยบายแก้ปัญหาโดยการปฏิรูปอย่างค่อยเป็นค่อยไป แตกต่างจากบาร์กัส โยซา คู่แข่งที่เสนอจะใช้นโยบายรุนแรง เขาชนะการเลือกตั้งไปอย่างเหนือความคาดหมาย และกลายเป็นชาวเอเชียคนแรกที่ได้รับตำแหน่งผู้นำประเทศในทวีปอเมริกาใต้
ทว่าเมื่อขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแล้ว ฟูจิโมริได้ทำการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจแตกต่างจากนโยบายที่เขาใช้หาเสียง โดยใช้วิธีเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ส่งผลกระทบรุนแรง (ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “ฟูคีช็อก”) เช่น ยกเลิกการควบคุมค่าสาธารณูปโภคซึ่งมีผลทำให้ราคาสาธารณูปโภคต่าง ๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ รวมไปถึงน้ำมันถีบตัวสูงขึ้นอย่างมาก ยกเลิกการควบคุมค่าเงิน เปิดเสรีการค้าระหว่างประเทศ ปรับระบบการเก็บภาษี การปรับเปลี่ยนนโยบายเหล่านี้มีจุดประสงค์อย่างหนึ่งคือ เพื่อให้องค์การการเงินระหว่างประเทศยอมยื่นมือช่วยเหลือประเทศเปรูซึ่งในขณะนั้นไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยตัวเองได้
หลังจากที่ฟูคีโมรีดำเนินนโยบายดังกล่าว กองทุนการเงินระหว่างประเทศจึงยอมให้เปรูกู้ยืมเงิน เงินเฟ้อลดลงอย่างรวดเร็ว และการลงทุนจากต่างชาติเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ เขายังทำการแปรรูปองค์กรรัฐวิสาหกิจจำนวนมาก และเปลี่ยนค่าเงินของเปรูจากอินตีเป็นนวยโบซอล

อย่างไรก็ตาม ฟูคีโมรีไม่สามารถปฏิรูปเศรษฐกิจหรือจัดการกับกบฏลัทธิเหมากลุ่มเซนเดโรลูมีโนโซได้ตามที่เขาต้องการเพราะอำนาจในสภาตกอยู่กับพรรค APRA และ FREDEMO เขาจึงทำรัฐประหารตนเอง (auto-coup) ในวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2535 การทำรัฐประหารครั้งนี้นอกจากจะเป็นที่ยอมรับของประชาชนแล้วยังทำให้คะแนนความนิยมของรัฐบาลฟูจิโมริ สูงขึ้นด้วย ฟูจิโมริ มักใช้การสนับสนุนของประชาชนเป็นข้อแก้ตัวในการทำรัฐประหารครั้งนี้ว่า “มันไม่ใช่การกระทำที่ขัดแย้งกับประชาธิปไตย แต่เป็นการตามหาการเปลี่ยนแปลงที่จะรับประกันประชาธิปไตยที่ถูกต้องและมีประสิทธิผล”
การทำรัฐประหารของฟูจิโมริถูกต่อต้านจากนานาชาติ องค์การรัฐอเมริกันต่อต้านการทำรัฐประหารและเรียกร้องให้กลับคืนสู่ระบอบระบอบประชาธิปไตย หลังการเจรจาระหว่างองค์การรัฐอเมริกัน รัฐบาล และกลุ่มผู้คัดค้าน ฟูจิโมริต้องการให้มีการออกเสียงประชามติเพื่อให้ยอมรับรัฐประหาร แต่องค์การรัฐอเมริกันปฏิเสธ ฟูคีโมรีจึงเสนอให้มีการเลือกตั้ง Democratic Constituent Congress (CCD) ซึ่งมีหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และให้มีการทำประชามติรับรอง ข้อเสนอนี้ได้รับยอมรับจากการประชุมเฉพาะกิจขององค์การรัฐอเมริกันในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม และการเลือกตั้ง CCD ถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 1992

นอกจากนี้ ประเทศต่าง ๆ ก็แสดงท่าทีต่อต้านรัฐประหารครั้งนี้ เพราะสร้างความปั่นป่วนไปทั่ว เวเนซุเอลาตัดความสัมพันธ์ทางการทูตและอาร์เจนตินาถอนทูตออกจากประเทศเปรู ชิลีเข้าร่วมกับอาร์เจนตินาในการเรียกร้องให้เปรูถูกถอดออกจากการเป็นสมาชิกองค์การรัฐอเมริกัน ประเทศที่ให้ความช่วยเหลือทางการเงินต่างยืดเวลาการส่งความช่วยเหลือออกไป สหรัฐอเมริกา เยอรมัน และสเปน ยกเลิกการช่วยเหลืออื่นที่ไม่ใช่การช่วยเหลือในด้านมนุษยชน รัฐประหารครั้งนี้จึงส่งผลกระทบต่อแผนการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจและสร้างความยุ่งยากต่อการคืนเงินให้แก่ IMF
อย่างไรก็ตามในขณะนี้อัลแบร์โต ฟูจิโมริ ในวัย 79 ปี ผ่านการต้องโทษจำคุกในข้อหาทุจริตคอรัปชั่นและละเมิดสิทธิมนุษยชนระหว่างดำรงตำแหน่งป่วยหนักด้วยโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะและมีความดันต่ำ และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการเร่งด่วน เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ทั้งนี้ระหว่างที่ถูกควบคุมตัวในโรงพยาบาล นายฟูจิโมริ ได้อัดคลิปวิดีโอระหว่างป่วยอยู่บนเตียงคนไข้ เผยแพร่ผ่านทางเฟซบุ๊ค โดยมีใจความว่า การกระทำของเขาทำให้เพื่อร่วมชาติต้องผิดหวัง จึงขอร้องให้ทุกคนโปรดให้อภัยในสิ่งที่เขาทำด้วย นอกจากนี้หลังจากได้รับอภัยโทษแล้ว ชีวิตใหม่ของเขาจะสนับสนุนให้เกิดการสมานฉันท์อีกด้วย
สนับสนุนเนื้อหา Alberto Kenya Fujimori Inomoto




