ครอบครัว ‘น้องเมย’ ไม่พอใจ หลังกองทัพไทยไม่ยอมให้ญาติเข้าฟังคำชี้แจง

ครอบครัว ‘น้องเมย’ ไม่พอใจ หลังกองทัพไทยไม่ยอมให้ญาติเข้ารับฟัง ก่อนตกลงกันได้และเข้าฟังคำชี้แจง

วันนี้ (23 ม.ค. 61) ที่ อาคาร 6 กองบัญชาการกองทัพไทย ครอบครัวของ นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 จำนวน 5 คน ประกอบด้วย นายพิเชษฐ ตัญกาญจน์ นางสุกัญญา ตัญกาญจน์ น.ส.สุพิชชา ตัญกาญจน์ และลุงของน้องเมย และญาติอีกคน เข้าพบ พล.อ.อ.ชวรัตน์ มารุ่งเรือง รองเสนาธิการทหาร ในฐานะเป็นประธานกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีการเสียชีวิตของนายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 เพื่อรับฟังผลการสอบสวนของคณะกรรมการ ภายหลังทำหนังสือเชิญเมื่อปีที่แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อทางครอบครัวมาถึงทาง นางสุกัญญา นำรูปของน้องเมยใส่ชุดนักเรียนเตรียมทหาร เข้าสักการะอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช บริเวณด้านหน้ากองบัญชาการกองทัพไทย ในขณะที่ บิดา พี่สาว และลุงของน้องเมย รออยู่ด้านนอก

ทั้งนี้ นางสุกัญญา กล่าวสั้นๆ ว่า วันนี้มาฟังผลสอบการเสียชีวิตบุตรชาย ของกองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งยังติดใจหลายประเด็น ส่วนจะดำเนินคดีฟ้องร้องกองบัญชาการกองทัพไทยหรือไม่นั้น ขอให้สอบถามทางบุตรสาว

กระทั่งเวลา 11.20 น. ครอบครัวน้องเมยได้เดินออกมาจากอาคาร 6 ภายในกองบัญชาการกองทัพไทยด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและไม่พอใจ โดยเปิดเผยด้วยน้ำเสียงโมโหว่า สาเหตุที่เดินออกมา เนื่องจากทางกองทัพไทยไม่อนุญาตให้ลุงน้องเมย และญาติอีกคนเข้ารับฟังผลการสอบสวน ซึ่งต้องเข้าใจว่าทุกคนมีส่วนร่วมในการเลี้ยงดูน้องเมยมา ขอให้สื่อไปสอบถามทาง พล.อ.อ.ชวรัตน์ เอง และยืนยันว่าจะฟ้องร้องดำเนินคดีทุกอย่างตามกฎหมายอย่างเต็มที่ และที่มานี้ยังไม่ได้รับฟังคำชี้แจงอะไรจากประธานและยังไม่รู้อะไรทั้งสิ้น เพราะเรามา 5 คน แต่เขาไม่ให้เข้าฟังทั้งหมด” นางสุกัญญากล่าว

ด้าน น.ส.สุพิชา กล่าวว่า ไม่เข้าใจทำไมกรรมการที่เปิดเผยข้อเท็จจริง ที่โปร่งใส ทำไมไม่ให้ลุงและน้าเข้าไป เพราะเลี้ยงน้องมาตั้งแต่เด็ก ขณะที่ นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมให้ตามไปที่ จ.ชลบุรี ตนจะมีการแถลงข่าวต่อกรณีนี้ พร้อมขึ้นรถส่วนตัวเตรียมเดินทางกลับ

จากนั้นเวลา 11.35 น. ทางกองทัพไทยได้โทรตามครอบครัวน้องเมย โดยยืนยันจะให้เข้ารับฟังทั้งหมด ครอบครัว น้องเมย จึงเดินทางกลับมาร่วมรับฟังอีกครั้ง ก่อนเข้าฟังการชี้แจงกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนเดินออกมาด้วยสีหน้าไม่พอใจ และยังไม่ขอให้สัมภาษณ์ และเดินทางกลับทันที

‘ศรีวราห์’ เผย รู้เบาะแส ‘เสี่ยกำพล’ แล้ว จ่อตรวจค้นอาบอบนวด

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผย ใช้กฎหมาย 5 ฉบับ จัดระเบียบอาบอบนวด 5 แห่ง เครือข่ายวิคตอเรียซีเคร็ท ขณะที่ตำรวจรู้เบาะแสเสี่ยกำพลและภรรยาแล้ว

วันนี้(23 ม.ค.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามการดำเนินคดีที่เกี่ยวเนื่องกับสถานบริการวิคตอเรีย ซีเคร็ท พร้อมเปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ ปทส. ขออนุมัติศาลเข้าตรวจค้นสถานบริการอาบอบนวด 7 แห่ง ที่มีของ นางสาวศศิธร วิระเทพสุภรณ์ เป็นผู้จดทะเบียน ประกอบด้วย วิคตอเรียซีเคร็ท ลองบีช แอมบาสซี่ เดอะลอท และโคปาคาบาน่า

โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจค้นเพื่อหาหลักฐานความผิดใน 5 พรบ ได้แก่ พ.ร.บ.อาคาร พ.ร.บ.น้ำบาดาล พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม พ.ร.บ.สาธารณสุข และ พ.ร.บ.สถานบริการ เนื่องจาก ทั้ง 5 แห่ง เป็นเครือข่ายของนางสาวศศิธร จึงต้องสงสัยว่ากระทำผิด โดยให้ตรวจค้นให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 27 มกราคมนี้

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า สถานบริการทั้ง 10 แห่ง ในเครือข่ายของนางสาวศศิธร ปิดให้บริการชั่วคราว ตั้งตั้งวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา เนื่องจาก เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจค้น และหากพบหลักฐานการค้าประเวณี จะประสานดีเอสไอตรวจสอบ เนื่องจาก คดีค้ามนุษย์ ได้เข้าเป็นคดีพิเศษแล้ว

ส่วนการติดตามตัว นายกำพล วิระเทพสุภรณ์ และนางนิภา วิระเทพสุภรณ์ หรือ ธีระตระกูลวัฒนา ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีค้ามนุษย์วิคตอเรีย ในฐานะที่เป็นเจ้าของ ตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 และสืบสวน กำลังดำเนินการ โดยพบเบาะแสเส้นทางการหลบซ่อนตัวแล้ว ซึ่งยังไม่พบภลบหนีออกนอกประเทศ และยังไม่มีการติดต่อมอบตัว

ซิ่งไม่ดูกำลัง เก๋งดำปาดซ้ายขวา ก่อนแฉลบชนแท็กซี่คว่ำหลายตลบ

นาทีรถเก๋งสีดำขับปาดซ้ายขวา ก่อนแฉลบพุ่งชนแท็กซี่จนพลิกคว่ำหลายตลบ 

วันนี้ (23 ม.ค. 61) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Sakda Kaewbuadee Vaysse ได้มีการเผยแพร่คลิปนาทีชีวิตขณะเกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนกันจนเป็นเหตุทำให้รถอีกคันพลิกคว่ำไปหลายตลบ

โดยคลิปได้เผยให้เห็นภาพการจราจรบนถนนเส้นหนึ่งที่มีรถวิ่งกันอยุ่เต็มถนน จากนั้นไม่นานก็มีรถเก๋งสีดำไม่ทราบยี่ห้อวิ่งมาด้วยความเร็วในลักษณถซิ่งมุดปาดซ้ายขวา แต่ระหว่างนั้นรถคันดังกล่าวกลับเสียหลักก่อนจะแฉลบไปชนกับรถที่วิ่งอยู่บนถนนอีก 2 คันจนรถคันหนึ่งพลิกคว่ำหลายตลบ

รถชน, ข่าวอุบัติเหตุ, ข่าวสดวันนี้

ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า เกือบตายแล้ว โลรองขับอยู่ดีๆ ก็เกิดอุบัติเหตุ รถคันหลังส่งคลิปมาให้เราครับ
รถเราสีส้มคันขวา และมีแท๊กซี่ชมพูด้านซ้าย แล้วรถคันดำขับรถมาปาดหน้ารถผม ทำให้โลรองเสียหลักไปทางซ้ายชนกับแท๊กซี่ และรถคันดำก็ข้ามไปชนแท๊กซี่อีกทีจนคว่ำหลายตลบ ตัวโลรองไม่เป็นไรแค่รถพัง แต่แอร์โฮสเตสผู้โดยสารในแท๊กซี่ บาดเจ็บสาหัส ตอนนี้เรากับโลรองมาคุยกับตำรวจอยู่ที่สถานีตำรวจ รอการสืบสวนครับ ว่าใครผิด …

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่โจมตีพฤติกรรมการขับรถของรถเก๋งคันดำที่ประมาทจนนำไปสู่อุบัติเหตุดังกล่าว