พบศพ! สาวนิรนาม เน่าเปลื่อยกลางป่า ไม่ชัดฆาตกรรมหรือตายเอง

พบศพ! สาวนิรนามเน่าเปลื่อยกลางป่ากระถิน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ชี้ชัดฆาตกรรมหรือตายเอง

เมื่อเวลา 00.30 น. (23 ม.ค.61) พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จ.ชลบุรี พ.ต.อ.โสฬส เอี่ยมสอาด ผกก.สภ.นาจอมเทียน พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานชลบุรี เจ้าหน้าที่มูลนิธิโรจนธรรมสถานสัตหีบ ร่วมตรวจสอบศพผู้เสียชีวิตภายในป่ากระถิน ตั้งอยู่ริมถนนนาจอมเทียนซอย 2 ตัดถนนจอมเทียนสาย 2 ม.1 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ในที่เกิดเหตุเป็นป่ากระถินห่างจากถนนประมาณ 20 เมตร เข้าตรวจสอบพบเส้นผมจำนวนหนึ่งอยู่ก่อนเข้าไปในป่าคาดว่าถูกสุนัขคาบออกมา จากนั้นเข้าไปตรวจภายในป่ากระถินพบส่วนกระโหลกศีรษะ กระดูกช่วงขา และแขน นอกจากนั้นยังพบส่วนลำตัวอีกชิ้น พร้อมกับชุดกระโปรงสีดำแดง 1 ชุด ชุดชั้นใน 1 ชุด รองเท้าผู้หญิงแบบหุ้มส้น 1 ข้าง นอกจากนั้นยังพบหูฟังที่ข้างศพ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ทั้งนี้ นายบัวเรียน สมเพชร อายุ 40 ปี อาชีพรับจ้าวทั่วไป เล่าว่า มีคนงานต่างด้าวที่อยู่บริเวณนั้นมาหาของในป่ากระถิน แล้วเจอชิ้นส่วนจึงได้ตามตนมาดู ตนจึงได้มาดูและพบว่าเป็นชิ้นส่วนของมนุษย์จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ

ด้าน พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า เบื้องต้นยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นการฆ่าตัวตายเองหรือฆาตกรรม เพราะสภาพศพเหลือเพียงโครงกระดูก จึงต้องนำไปพิสูจน์ทราบที่สถาบันนิติเวร โรงพยาบาลตำรวจเสียก่อน นอกจากนั้นยังฝากประชาชนหากสงสัยเป็นญาติตัวเองให้มาขอดูภาพที่ สภ.นาจอมเทียน ได้ เพราะหากรู้ว่าผู้ตายเป็นใครก็คงสามารถคลี่คลายถึงสาเหตุได้เร็วขึ้น

นอกจากนั้น ยังให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนไม่ว่าจะเป็น สภ.นาจอมเทียน ชุดสืบสวนพื้นที่เขตติดต่ออย่าง สภ.เมืองพัทยา รวมทั้งชุดสืบสวนจังหวัดลงพื้นที่เร่งหาเบาะแสผู้ตายให้เร็วที่สุดเพื่อคลี่คลายถึงสาเหตุการตาย ซึ่งขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานก่อน และคงไม่ช้าน่าจะทราบว่าผู้ตายเป็นใครมาจากไหนและตายด้วยสาเหตุใด

สิ้นท่าพ่อค้ายาบ้าขาใหญ่ โดดหนีเจ้าหน้าที่แต่ก้าวเท้าไม่พ้น สะดุดรากไม้ล้มหน้าคว่ำหัวคะมำ

พ่อค้ายาบ้าเมืองคอน กระโดดหนีเจ้าหน้าที่ วิ่งไล่ล่าระทึกกลางสวนยาง สุดท้ายก้าวเท้าไม่พ้นสะดุดรากไม้ยางพาราล้มคว่ำ สิ้นท่าพ่อค้ายาบ้าขาใหญ่ประจำหมู่บ้าน

วันที่ 23 ม.ค.61 พ.ต.อ.ปรีชา ปัญญาเลิศ ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช มอบหมายให้ ร.ต.อ.รุ่งโรจน์ ประเสริฐ รอง สวป.นำกำลังเจ้าหน้าที่พร้อม อส.ตร.เข้าตรวจค้นแหล่งขายยาบ้าในหมู่บ้าน หลังจากได้รับรายงานจากสายลับว่าที่บ้านไม่มีเลขที่ในสวนยางพาราบ้านเขาหลัก หมู่ 6 ต.ทุ่งสัง อ.ทุ่งใหญ่

จึงไปตรวจสอบที่เป้าหมายตามที่ได้รับแจ้งมา เมื่อรถเจ้าหน้าที่จอดที่บ้านต้องสงสัย กลุ่มคน 3 – 4 คน ได้วิ่งหนีกันคนละทางไปในสวนยางพาราข้างบ้านเจ้าหน้าที่จึงไล่ล่าติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัย โดยวิ่งไล่อยู่พักใหญ่ ผู้ต้องสงสัยวิ่งไปสะดุดรากไม้ยางพาราที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก จึงทำให้ล้มกลิ้งหลายตลบเจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวเอาไว้ตรวจสอบในกระเป๋าสะพายพบยาบ้าบรรจุตลับพลาสติกจำนวน 53 เม็ด อาวุธปืนจุด 38 ไม่มีทะเบียน 1 กระบอก กระสุน จำนวน 3 นัด

จึงทำการสอบสวนทราบชื่อต่อมานายชัยยันต์ จันดี อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 93/4 หมู่ 6 ต.ทุ่งสัง อ.ทุ่งใหญ่ ให้การว่าตนรับยาบ้ามาจากเพื่อนในราคาเม็ดละ 60 บาท นำมาขายในหมู่บ้านเม็ดละ 100 บาท รวมทั้งเสพเองด้วย แต่ถูกจับกุม เพราะขณะวิ่งหลบหนีเจ้าหน้าที่ เท้าไปสะดุดรากไม้ยางพาราจึงล้มลงแบบคว่ำหน้าสิ้นท่าต่อหน้าเจ้าหน้าที่

อีกรายเจ้าหน้าที่อีกชุดจับได้ขณะเข้าไปหลบซ่อนอยู่ในบ้านที่เกิดเหตุตรวจค้นพบน้ำต้มใบพืชกระท่อมจำนวน 2 ขวด อาวุธปืนจุด 22 ไม่มีทะเบียน จำนวน 1 กระบอก กระสุนจำนวน 3 นัด ทราบชื่อต่อมานายระวีวัฒน์ ทองจิตร อายุ 21 ปี บ้านเลขที่ 92/1 หมู่ 6 ต.ทุ่งสัง อ.ทุ่งใหญ่ รับว่าน้ำต้มใบพืชกระท่อมเป็นของตนมีไว้ดื่มพร้อมเสพยาบ้า แต่ตำรวจมาจึงวิ่งเข้าซ่อนในบ้าน แต่ไม่รอด เจ้าหน้าที่จึงนำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ไม่พอใจ!! กองทัพไม่ให้ ‘ครอบครัวน้องเมย’ เข้าฟังคำชี้แจงทุกคน

ไม่พอใจ!! กองทัพไม่ให้ ‘ครอบครัวน้องเมย’ เข้าฟังคำชี้แจงทุกคน – เตรียมฟ้องร้องกองทัพไทย

จากการติดตามความคืบหน้าสาเหตุการเสียชีวิตของ นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ล่าสุดวันนี้ (23 ม.ค.61) เวลาประมาณ 10.30 น. ครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาที่กองบัญชาการกองทัพไทย เพื่อรับฟังผลการสอบสวนข้อเท็จจริง จากพลอากาศเอกชวรัตน์ มารุ่งเรือง รองเสนาธิการทหาร ในฐานะเป็นประธานกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงฯ

เมื่อครอบครัวมาถึงกองบัญชาการกองทัพไทย “นางสุกัญญา ตัญกาญจน์” (มารดา) ได้เข้าสักการะอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้ากองบัญชาการกองทัพไทย และกล่าวว่า ยังมีอีกหลายประเด็นที่ติดใจและมียังมีข้อสงสัยสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิต แต่เบื้องต้นขอขึ้นไปรับฟังผลการสอบสวนข้อเท็จจริงก่อน ส่วนจะมีการไปถอนฟ้องกองทัพไทยหรือไม่นั้น ให้ไปถาม “นางสาวสุพิชา” (พี่สาวน้องเมย)

แต่ในเวลาประมาณ 11.20 น. “นางสุกัญญา” และครอบครัว เดินลงมาจากอาคารกองบัญชาการกองทัพไทย ด้วยสีหน้าไม่พอใจ พร้อมระบุว่ายังไม่ได้มีการพูดคุยกันเพราะฝ่ายทหารไม่ยอมให้ครอบครัวเข้าไปฟังผลการสอบสวนข้อเท็จจริง จะให้เข้าไปเพียงตน สามี และลูกสาวเท่านั้น ไม่ยอมให้ลุงเข้าไปด้วย

ซึ่งทางครอบครัวเห็นว่า การที่กองทัพไทยไม่ยอมให้ครอบครัวเข้ารับฟังทั้งหมด แสดงให้ห็นว่าไม่บริสุทธิ์ใจ จึงไม่เข้ารับฟัง และยืนยันว่าจะเดินหน้าฟ้องร้องดำเนินคดีกับกองทัพไทย เพื่อหาความยุติธรรมให้กับลูกชายจนถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม ทางครอบครัวจะกลับเข้าไปในห้องประชุมอีกครั้ง เมื่อกองทัพ “ยินยอมให้ลุงเข้าร่วมการรับฟังด้วย”

ขอขอบคุณข้อมูล : ผสข.ปภาดา พูลสุข  , จส. 100