แก๊งคอลเซ็นเตอร์อาละวาดหนัก หนุ่มใหญ่พนักงานรัฐวิสาหกิจหลงกลสูญ 155,000 บาท เผยเฉพาะต้นเดือน ม.ค. 61 มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วกว่า 5 คดี ตำรวจภาค 5 เผย 50 เบอร์อันตราย
ความคืบหน้าการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กำลังอาละวาดหลอกลวงประชาชน มีผู้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อสูญเสียทรัพย์สินไปแล้วจำนวนมาก ล่าสุดวันนี้ ( 22 มกราคม) พล.ต.ต.จารึก ลิ้มสุวรรณ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 และ พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ประชุมผลการดำเนินการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงการติดตามคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 5

โดยคดีล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มกราคม หนุ่มใหญ่ อายุ 54 ปี พนักงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ว่า ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้เบอร์โทรศัพท์หมายเลข 044-255277 อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยศพันตำรวจโท ชื่อกิตติภพ แจ้งกับผู้เสียหายว่า ได้ร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทยจังหวัดนครราชสีมา ตรวจสอบพบว่าผู้เสียหายได้เปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารกรุงเทพ สาขาบางแค กรุงเทพมหานคร และ มีคนชื่อฉีมิน กับ อริสา เป็นผู้ต้องสงสัยได้โอนเงินที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินเข้ามาในบัญชีดังกล่าว พร้อมอ้างถึงคดีของนางสาวณิชา เกียรติธนไพบูลย์ ที่ถูกคนร้ายนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีรวม 7 ธนาคาร มาข่มขู่ว่าอาจจะถูกดำเนินคดี
หลังคนร้ายพูดจาจนผู้เสียหายหลงเชื่อ คนร้ายก็ทำทีขอทราบหมายเลขบัญชีเพื่อการอายัด แต่หากไม่ต้องการถูกอายัดเงินในบัญชีจะต้องโอนเงินมายังหมายเลขบัญชีของเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบ จากนั้นในช่วงเย็นเจ้าหน้าที่จะโอนเงินคืนกลับไปให้ผู้เสียหาย ทั้งนี้ผู้เสียหายได้หลงกลและเดินทางไปถอนเงินในบัญชีจำนวน 155,000 บาท พร้อมโอนเงินเข้าบัญชีของหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร แต่ปรากฏว่าหลังจากโอนเงินไปแล้วก็ไม่ได้รับการติดต่ออีกเลย จึงเชื่อว่าตัวเองถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงอย่างแน่นอน

พ.ต.อ.ธวัชชัย เปิดเผยว่า ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ใช้โทรศัพท์โทรหลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินมีมานานแล้ว แต่หายไปพักหนึ่งก่อนที่ในช่วง 7 – 8 เดือนที่ผ่านมาจะกลับมาอาละวาดอีกครั้ง ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตั้งชุดเฉพาะกิจขึ้นมาคลี่คลายคดี ขณะที่ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ก็ให้ความสำคัญ โดยที่ผ่านมาทั่วประเทศได้มีการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทั้งคนไทยและต่างชาติไปแล้วกว่า 200 คน และออกหมายจับผู้ที่หลบหนีอีกว่า 100 คน แต่กลุ่มผู้กระทำความผิดก็ยังคงหาช่องทางหลอกลวงประชาชนอย่างต่อเนื่อง เฉพาะต้นเดือนมกราคมนี้ ในพื้นที่ภาค 5 เกิดคดีขึ้นแล้วกว่า 5 คดี ล่าสุดผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรช้างเผือก ว่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงินจำนวน 155,000 บาท
ชุดสืบสวนของตำรวจภูธรภาค 5 อยู่ระหว่างติดตามหญิงสาวที่เป็นเจ้าของบัญชีที่ผู้เสียหายโอนเงินไปให้ เพราะจากการตรวจสอบพบว่าหลังผู้เสียหายโอนเงินไปก็ถูกถอนออกจากบัญชีทันที จึงเชื่อว่าหญิงสาวรายนี้น่าจะเป็นคนรับจ้างเปิดบัญชี
อย่างไรก็ตามฝากเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อกลลวงของขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่มักจะแฮกระบบโทรศัพท์ของหน่วยงานต่างๆ เพื่อข่มขู่ให้ผู้เสียหายเกิดความกลัวและโอนเงินไปให้ ขอให้ประชาชนตั้งสติหากได้รับโทรศัพท์ที่อ้างว่าโทรมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ธนาคาร หรือ หน่วยงานต่างๆ ขอให้ตัดสายทิ้งทันที หรือหากสงสัยให้ติดต่อหน่วยงานนั้นๆโดยตรง ซึ่งแต่ละหน่วยงานไม่มีนโยบายโทรศัพท์เข้าไปแจ้งข้อมูล หรือขอหมายเลขบัญชีรวมทั้งหลายเลขบัตรประชาชนจากประชาชนอย่างแน่นอน
ขณะเดียวกันตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้แจ้งประชาสัมพันธ์ 50 หมายเลขพึงระวัง ซึ่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์มักจะใช้โทรศัพท์ไปหลอกลวงประชาชนไปตามสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆแล้ว