อัยการฟ้อง ‘สุเทพ’ กับพวกแกนนำข้อหากบฏ24ม.ค.นี้

24 ม.ค. อัยการฟ้อง สุเทพกับพวกแกนนำส่วนใหญ่ข้อหากบฏ บางคนโดนสนับสนุน ถ้าเลื่อนไม่มีเหตุโดนหมายจับ

สำนักงานอัยการคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้เรียกผู้ต้องหาในสำนวนคดีพิเศษที่ 261/2556 หรือคดีร่วมกันเป็นกบฏในการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ที่มี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวกรวม 53 คน เป็นผู้ต้องหา มาเพื่อรายงานตัวและฟังคำสั่งคดีในวันที่ 24 มกราคมนี้ โดยการนัดฟังคำสั่งดังกล่าว ทางอัยการมีคำสั่งว่าตัวผู้ต้องหาทุกคนจะต้องเดินทางมาฟังคำสั่งด้วยตนเอง เนื่องจากวันดังนั้นทางอัยการจะมีคำสั่งเลยว่าจะฟ้องผู้ต้องหารายใดและข้อหาใดบ้าง ซึ่งตัวผู้ต้องหาจะต้องมีการเตรียมหลักทรัพย์มาให้พร้อม เพราะหากมีคำสั่งฟ้อง ทางอัยการจะนำตัวผู้ต้องหาที่มีความเห็นสั่งฟ้องไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญาตามที่อัยการได้มีคำสั่ง ซึ่งทางอัยการได้แจ้งว่าหากมีการฟ้องคดีผู้ต้องหาต้องใช้หลักทรัพย์หากประสงค์ในการยื่นประกันตัว

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 24 มกราคมนี้ ที่อัยการมีความพร้อมที่จะสั่งคดีเเละไม่มีการเลื่อน ถ้าผู้ต้องหาเดินทางมาตามที่อัยการนัดก็สามารถจะสั่งคดีได้ทุกคน ซึ่งก่อนหน้านี้ที่มีข่าวว่าในวันดังกล่าวจะสามารถยื่นฟ้องผู้ต้องหาได้เพียง 9 คนนั้น เป็นเพียงทนายความของผู้ต้องหามีการยื่นคำร้องมาว่าจะมารายงานตัว 9 คน ส่วนผู้ต้องหาคนอื่น ถ้าไม่มารายงานตัวเราก็จะพิจารณาว่าไม่มาเพราะอะไร หรือถ้าขอเลื่อนมีสาเหตุอะไร มีเหตุผลสมควรพอฟังได้ หรือไม่ หากไม่มีเหตุผลสมควรก็จะพิจารณาออกหมายจับ

ส่วนระดับแกนนำเช่น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ, นายถาวร เสนเนียม จะโดนฟ้องข้อหากบฏในวันนั้นหรือไม่ เชื่อว่า ผู้ต้องหาเเต่ละคนย่อมรู้พฤติการณ์อยู่แล้วว่าโดนข้อหาอะไรบ้าง แต่ทราบว่าแกนนำดังกล่าวได้ยื่นหนังสือแจ้งว่าจะมาในวันรายงานตัว ในวันดังกล่าว ซึ่งมีรายงานว่าในข้อหากบฏนั้นผู้ต้องหาส่วนใหญ่จะโดนข้อหานี้เกือบทุกคน แต่อาจจะมีบางคนที่ไม่โดนเป็นตัวการแต่เป็นผู้สนับสนุน

ว่อนคลิปชายหื่นนั่งชิด นศ.สาว งัดของลับช่วยตัวเองโชว์บนรถเมล์

แชร์ว่อนโลกออนไลน์ คลิปชายพยายามสำเร็จความใคร่ขณะอยู่บนรถเมล์

สมาชิกเฟซบุ๊ค ข้าวมันไก่ ชลดา โพสต์ภาพและคลิปวิดีโอเตือนภัยบนรถเมล์เมื่อมีชายคนหนึ่งพยายามสำเร็จความใคร่ขณะอยู่บนรถเมล์ พร้อมเขียนข้อความบรรยายว่า

#เตือนภัย เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 61 เวลาประมาณบ่ายสองโมง น้องสาวเดินทางกลับบ้านจาก ม.สวนสุนันฯ มามหาชัย นั่งรถ ปอ.68 ระหว่างทางมีชายรูปร่างสูงใหญ่ ขึ้นรถมานั่งติดกับน้องสาว ซึ่งมีที่นั่งว่างอยู่หลายที่ แต่มันไม่นั่ง มันมานั่งใกล้น้องสาว เเล้วเหมือนพยายามเบียด เอามือมาโดนต้นขา น้องสาวก็พยายามเขยิบหนี ตอนแรกก็ว่าจะลุกเปลี่ยนที่นั่ง แต่พอหันไปอีกทีก็ไม่มีที่นั่งแล้ว เลยนั่งต่อไปเพราะมันก็ใกล้ถึงที่ที่น้องจะลงแล้ว ก็นั่งไปมองนอกหน้าต่าง สักพักหันมาเห็นมันนั่งช่วยตัวเองอยู่ ละสายตาที่มองมาแบบโรคจิต มองต้นขา มองตัว และก็ช่วยตัวเอง น้องสาวบอกทำไรไม่ถูกเพราะไม่เคยเจอแบบนี้ และกลัวมาก เลยแค่ถ่ายคลิปไว้แล้วก็โทรหาพี่เขย และเหมือนมันจะรู้ตัว เลยลงไประหว่าง ทางลูกใคร ผัวใคร พ่อใคร ฝากเตือน และช่วยแชร์ด้วยจ้า

ไทม์ไลน์สีสัน ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ 1 ปีแรก ผู้นำสหรัฐฯ

ย้อนดูวีรกรรม  โดนัลด์ ทรัมป์ หลังทำงานในตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาครบ 1 ปี ทั้งวิวาทะ นโยบาย และคำสั่งที่สร้างความประหลาดใจ

เสร็จสิ้นการฉลองตำแหน่งประธานาธิบดีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ครบรอบ 1 ปี โดยตลอดการทำงานในฐานะผู้นำของชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐ ทรัมป์ มีวาทะ นโยบาย และคำสั่งที่สร้างความประหลาดใจ เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ต่อต้าน และได้รับความสนใจจากทั่วโลกได้หลายครั้ง นับเป็นผู้นำที่มีสีสันไม่น้อย วันนี้จึงจะพาย้อนดูวีรกรรมของทรัมป์ อีกครั้ง

20 มกราคม ปี 2560 นายโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ แต่ความชื่นมื่นยังไม่ทันจางหาย เพียงวันเดียว ทรัมป์ก็ตอบโต้สื่อ รายงานอย่าลำเอียงว่าจำนวนคนที่มาร่วมงานสาบานตนรับตำแหน่งน้อยกว่าความเป็นจริง

24 มกราคม ปีเดียวกัน ประธานาธิบดีทรัมป์ ลงนามในคำสั่งบริหาร เพื่อกีดกัดไม่ให้พลเมืองจาก 6 ชาติมุสลิมเดินทางเข้าสู่สหรัฐฯ เป็นเวลา 90 วัน ส่งผลให้เกิดความวุ่นวายที่สนามบินและสร้างความสงสัยเกี่ยวกับนโยบายด้านผู้อพยพของสหรัฐฯ ขณะที่ศาลกลางสหรัฐฯ ไม่อนุมัติคำสั่งดังกล่าว

13 กุมภาพันธ์ นายไมเคิล ฟลินน์ ลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของทรัมป์ เพราะตรวจพบว่า “ฟลินน์” เคยติดต่อกับทางการรัสเซีย นี่จึงส่งผลต่อความเชื่อในผู้นำโลกทันที

6 เมษายน สหรัฐฯ มีคำสั่งโจมตีจากกองเรือยิงขีปนาวุธไปยังซีเรีย ตอบโต้ต่อการใช้อาวุธเคมีโจมตีพลเรือน ซึ่งการเคลื่อนไหวครั้งนี้สร้างความไม่พอใจให้กับรัสเซียทันที

สีสันของผู้นำชาติอเมริกัน ยังไม่จบและเรียกเสียงฮือฮาไม่น้อย เมื่อ เขาไล่นาย “เจมส์ โคมีย์ อดีตผอ. FBI ออกจากตำแหน่ง และแต่งตั้ง “โรเบิร์ต มุลเลอร์” เป็นที่ปรึกษาพิเศษเพื่อสืบสวนความเกี่ยวข้องของ “โคมีย์” และรัสเซีย ขณะที่สื่อมองว่าเป็นการกลบประเด็นที่เขาผอ. FBI เพ็งเล็งเรื่องของความสนิทของทรัมป์ กับรัสเซีย เช่นกัน

โดนัล ทรัมป์
โดนัล ทรัมป์

1 มิถุนายน สหรัฐฯ ถอนตัวออกจากการเป็นภาคีข้อตกลงปารีสว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศโลก ส่งผลให้ทั่วโลกไม่พอใจท่าทีนี้

7 กรกฎาคม ทรัมป์ พบกับประธานาธิบดี “ ปูติน” ของรัสเซีย ครั้งแรก ระหว่างร่วมประชุม จี 20 ขณะที่ข่าวอื้อฉาวที่รัสเซียอาจมีเอี่ยวในการเลือกตั้งในสหรัฐฯ ยังคงไม่มีข้อเท็จจริงปรากฏ

8 สิงหาคม ทรัมป์ก็สร้างวาทะกรรมสีสันอีกครั้ง เมื่อเขากล่าวหา เกาหลีเหนือไม่น่าเกรงขามพอที่จะเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ หลังจากที่นายคิม จอง-อึน ทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป 2 ครั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม

พฤศจิกายน 2560 ทรัมป์ เดินทางเยือนเอเชียอย่างเป็นทางการ ทั้งญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน จากนั้นร่วมประชุมสุดยอดผู้นำเอเปคที่เวียดนาม และร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ แม้จะเป็นสัญญานที่ดี แต่ไม่วายที่จะถูกจับผิด เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ถึงพฤติกรรมส่วนตัว

6 ธันวาคม 2560 รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศรับรองให้เยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางการต่อต้านจากทั่วโลกแม้มิตรแท้อย่างอังกฤษก็ไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้

4 มกราคม 2561 ประธานาธิบดีทรัมป์ เผชิญมรสุมจากข่าวด้านลบจากหนังสือเปิดโปงเกี่ยวกับนายทรัมป์ที่ชื่อว่า “Fire and Fury : Inside the Trump White House” ที่เขียนโดยนายไมเคิล วูฟฟ์ โดยออกมาตอบโต้ว่า ข้อความหลายอย่างในหนังสือดังกล่าวโกหก หนึ่งในเรื่องที่หนังสือเปิดโปงคือ ทีมทำงานของนายทรัมป์ได้พบกับเจ้าหน้าที่รัสเซียในระหว่างการหาเสียง

เหล่านี้ คือเรื่องฮือฮา ตลอดการดำรงตำแหน่งปีแรกของนายทรัมป์ที่เชื่อว่าปีที่2 สีสันน่าจะดุเดือดขึ้น

กมลชนก ดิลกรัชตสกุล MONO 29 รายงาน