ศาลสอบพยานโจทก์ ‘ไผ่ ดาวดิน’ นัดสุดท้าย 22 มี.ค.นี้

ศาล มทบ.23 สอบพยานโจทก์ “ไผ่ ดาวดิน” นัดสุดท้าย 22 มี.ค. ขณะที่ทนายความตั้งทีมสู้

ศาลมทบ.23 อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้ทำการนัดสอบพยานฝ่ายโจทก์ นัดที่ 2 ในคดีขัดคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 โดยมีการเบิกตัว นายจตุภัทร์ หรือ ไผ่ ดาวดิน ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ด้าน นายอานนท์ นำภา ทนายความ กล่าวว่า คดีความดังกล่าวนี้นั้นศาลได้นัดสอบพยานฝ่ายโจทก์นัดนี้เป็นครั้งที่ 2 โดยอัยการทหาร มทบ.23 ได้เบิก พ.ต.ท.นรวัฒน์ คำภิโล รอง ผกก.(สส.) สภ.เมืองขอนแก่น ขึ้นให้การตลอดทั้งวัน โดยมีทีมทนายความซักค้าน ตามข้อกล่าวหาที่ตั้งไว้คือขัดคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558

ทั้งนี้ ศาล มทบ.23 มีคำสั่ง นัดสอบพยานโจทก์ ปากสุดท้าย ตามที่อัยการทหารได้เบิกขึ้นให้การทั้งหมด 5 ปาก โดยพยานคนสุดท้ายคือพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ในฐานะเจ้าของคดี โดยนัดสอบปากคำในวันที่ 22 มี.ค.2561 ขณะที่ผู้ต้องหาที่ร่วมในคดีความดังกล่าวขณะนี้อยู่ในระหว่างการประกันตัวคือ นายภาณุพงษ์ หรือ ไนซ์ ดาวดิน ศาล มทบ.23 นัดสอบพยานนัดแรกในวันที่ 19 ก.พ.ที่จะถึงนี้

อย่างไรก็ดี ขณะนี้ ไผ่ ถูกจำคุกแล้วเกือบ 1 ปี ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา ม.112 และ พรบ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งคดีความดังกล่าวหากตัดสินมาอย่างไรก็จะมีการนับควบการคุมขังต่อไปซึ่งประเด็นดังกล่าวนี้ทนายความได้เสนอต่อศาล เนื่องจากเป็นคดีด้านความมั่นคง โดยหลังเสร็จสิ้นการสอบพยานฝ่ายโจทก์ ในวันที่ 22 มี.ค.2561 จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนของการสอบพยานฝ่ายจำเลย

โดยทีมทนายความที่รับผิดชอบคดีนี้จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้แต่งตั้งทีมทนายความรับผิดชอบคดีดังกล่าวนี้ทั้งหมด 3 คน ในการนัดสอบพยานฝ่ายจำเลยคาดว่าจะมีขึ้นในเดือน เม.ย. ซึ่งฝ่ายจำเลย ได้ขอเบิกพยานทั้งหมด 4 ปาก ซึ่งคาดว่าการนัดสอบพยานฝ่ายจำเลยนั้นจะสิ้นสุดในอีก 4 เดือนต่อจากนี้จากนั้นก็จะเข้าสู่การพิจารณาคดี ซึ่งคดีความนี้มั่นใจว่าจะสิ้นสุดและตัดสินภายในปี 2561

แรงศรัทธา ทนายนำเหรียญหลวงพ่อคูณ – ในหลวง ร.9 ติดเป็นผนังบ้านบูชา !!

เปิดบ้านทนายความ ผู้เคารพศรัทธาหลวงพ่อคูณ และ ร.9 ใช้เวลากว่า 20 ปี เก็บวัตถุมงคลติดเป็นผนังบ้านไว้บูชา เผยมีมูลค่าเกินกว่า 3 ล้านบาท

วันนี้ (22 ม.ค. 61) ผู้สื่อข่าว MThai ได้ลงพื้นที่เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 14/4-6 ม.2 ต.ด่านขุนทด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นของนายนที ศรีลมุล อายุ 56 ปี อาชีพทนายความ หลังสืบทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวนำวัตถุมงคลประเภทเหรียญและธนบัตรชนิดต่างๆ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และหลวงพ่อคูณ มาติดไว้เป็นผนังบ้านเพื่อสัการะบูชา

โดยนายนที เจ้าของบ้านเปิดเผยว่า ตนเองและครอบครัวนั้นมีความซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 และเคารพศรัทธาหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เป็นอย่างมาก เมื่อประมาณ 20-30 ปี ก่อนหน้านี้ตนก็จะชอบเก็บสะสมธนบัตรเงินเหรียญต่างๆ รวมถึงเช่าบูชาวัตถุมงคลพระเครื่องขอหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ไว้ตลอดเรื่อยมา จากนั้นตนก็แจกให้กับผู้หลักผู้ใหญ่ ญาติมิตรสนิทกันให้ได้นำไปบูชาโดยไม่คิดเก็บเงินเลยแม้แต่บาทเดียว

เหรียญหลวงคูณ
เหรียญหลวงคูณ

แต่มาระยะหลังทางภรรรยาและลูกชายก็ได้ทักท้วงว่า พระเครื่องของหลวงพ่อคูณ ที่เสียเงินทองเช่าบูชามากกว่า 1 ล้านบาทนี้คงเหลืออยู่ติดบ้านไม่น่าเกิน 15,000 องค์ ไม่อยากให้ตนเองต้องแจกพระเครื่องแก่คนอื่นจนหมด อยากให้ตนได้เก็บไว้เพื่อลูกหลานบ้าง จึงได้มีแนวคิดนำมาใช้ติดผนังบ้านดังกล่าว เพื่อใช้เวลากับครอบครัว โดยทำมาแล้วประมาณ 2 ปี และจะทำต่อไปเรื่อยๆ นายนทีกล่าว