มหาวิทยาลัยนเรศวร ผุดโมเดล ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุครบวงจร ไว้รองรับสังคมผู้สูงอายุ
จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากร ที่กำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในเร็วๆ นี้ เนื่องจากสถิติผู้สูงอายุในประเทศไทย พบว่าในปี 2559 เขตภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งมีอยู่ 9 จังหวัด มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากถึง 1,009,690 คน หรือคิดเป็น 16.22 % ของจำนวนประชากรทั้งหมด
จำนวนที่มากอาจทำให้ผู้สูงอายุขาดการดูแล มีคุณภาพชีวิตที่ลดลง และเข้าถึงบริการสุขภาพไม่สะดวก ดังนั้น คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงได้มีแนวคิดจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจร ซึ่งไม่ใช่เปิดเป็นบ้านพักคนชรา แต่จะเป็นศูนย์ที่ดูแลผู้สูงอายุตลอดต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ

นายแพทย์บดินทร์ บุตรธรรม รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร อธิบายถึงกระบวนการของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจรว่า จะเริ่มตั้งแต่การเก็บฐานข้อมูลของผู้สูงอายุในเขตพื้นที่อย่างละเอียด เช่น พิกัดที่อยู่ สภาพความเป็นอยู่ สถานะสุขภาพ โดยจะบูรณาการข้อมูลร่วมกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ส่วนกระบวนการกลางน้ำคือ ระบบเทรนนิ่งการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุให้กับแพทย์ พยาบาล อสม. ขณะที่กระบวนการปลายน้ำคือการเพิ่มคุณค่าคุณภาพชีวิตให้กับผู้สูงอายุ โดยการส่งเสริมให้มีรายได้ มีเงินออม ไม่ให้เป็นภาระแก่ลูกหลาน

สำหรับศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจรตั้งอยู่บริเวณหนองยายขวัญ บ้านปากพิง ตำบลงิ้วงาม อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เนื้อที่ 170 ไร่ ห่างจากมหาวิทยาลัยนเรศวรเพียง 13 กิโลเมตร เป็นสัดส่วนเป็นพื้นที่บริการต่างๆ ได้แก่ เรือนพักแพทย์พยาบาล
กลุ่มอาคารเพื่อดูแลผู้ป่วยเรื้อรังที่เน้นเรื่องการฟื้นฟูสุขภาพ กลุ่มอาคารสำหรับการให้บริการผู้ป่วยนอกแบบเฉพาะเจาะจงกับผู้สูงอายุ และกลุ่มอาคารดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย นอกจากนี้ยังมี ศูนย์เชื่อมโยงเพื่อทำหน้าที่คัดกรอง ส่งต่อ รับกลับ และวางแผนการรักษาทั้งระยะสั้นและระยะยาว อยู่บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจรจะพร้อมให้บริการในปี 2562


