‘ชูวิทย์’ ยัน ‘เสี่ยกำพล’ คือเจ้าของตัวจริง วิคตอเรีย ซีเคร็ท

‘ชูวิทย์’ ยัน ‘เสี่ยกำพล’ คือเจ้าของตัวจริง วิคตอเรีย ซีเคร็ท ชี้ตอนที่ทำไม่เคยค้าเด็กต่ำกว่า 18 ปี

วันนี้ (22 ม.ค. 61) ภายหลัง พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอการแถลงคดี ‘วิคตอเรีย ซีเคร็ท’ เสร็จสิ้นแล้ว นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตเจ้าของอาบอบนวด ‘วิคตอเรีย ซีเคร็ท’ ได้นำหลักฐานเป็นภาพถ่ายของนายกำพล และนางนิภา วิระเทพสุภรณ์ ที่ถ่ายภายในอาบอบอวดดังกล่าว มาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนเพื่อยืนยันว่าทั้งคู่คือเจ้าของที่แท้จริง ไม่ใช่นางสาวศศิธร วิระเทพสุภรณ์ ที่ถูกจับกุมได้ก่อนหน้านี้

พร้อมแสดงกฎระเบียบของทาง ‘วิคตอเรีย ซีเคร็ท’ ที่เจ้าของคนใหม่ได้เข้ามาบริหาร โดยมีบางข้อระบุไว้ว่า ‘หากมีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจค้น ให้ทางแคลชเชียร์ตัดสัญญาณ และเก็บเอกสารและเครื่องรูดบัตรทันที’ โดยมีกฎระเบียบดังกล่าวตนมองว่ามีการวางแผนมาอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ นายชูวิทย์ ยังเปิดเผยอีกว่า เหตุที่ตนออกมาพูดในเรื่องดังกล่าวนั้น ตนไม่ได้ใส่ร้ายใครแต่ออกมาพูดในเรื่องจริง โดยตลอดระยะเวลากว่า 15 ปี ที่ตนได้ขายกิจการให้กับเสี่ยกำพลไปนั้น ก็ไม่เคยออกมาพูดอะไรแต่อย่างใด จนกระทั่งทางดีเอสไอและเจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครองบุกเข้าจับกุม ‘นายกบ’ จนสืบทราบว่ามีการค้าประเวณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี อีกทั้งยังพบว่ามีแรงงานต่างด้าวอีกเป็นจำนวนมาก ยืนยันว่าในช่วงที่ตนประกอบกิจการนั้นไม่เคยค้าเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งตนก็ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อทางเจ้าหน้าที่ทั้งสิ้น

ดีเอสไอแถลงคดี ‘วิคตอเรีย ซีเคร็ท’ เร่งสอบ จนท.รัฐมีเอี่ยว

ดีเอสไอ แถลงคดีอาบอบนวด ‘วิคตอเรีย ซีเคร็ท’ เร่งสอบ เจ้าหน้าที่รัฐมีเอี่ยว

จากกรณีเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่กรมการปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำหมายค้นและหมายจับของศาลอาญา ประสานกำลังกรมกาปกครอง เข้าตรวจสอบสถานบริการอาบอบนวด “วิคตอเรีย ซีเคร็ท” ย่านถนนพราราม 9 หลังได้รับแจ้งจาก “มูลนิธิพิทักษ์สตรี” ว่ามีเด็กสาวเมียนมาอายุ 12 ปี ถูกบังคับค้าประเวณี โดยมีลูกค้าสั่งออร์เดอร์เปิดความบริสุทธิ์ แล้วถูกส่งตัวไปประเทศมาเลเซีย จนได้รับการช่วยเหลือ และจากการเข้าจับกุมยังพบว่ามีการค้าประเวณีเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี โดยส่วนใหญ่เป็นหญิงสาวชาวเมียนมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (22 ม.ค.61) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแนวทางการสืบสวนสอบสวน ขบวนการค้ามนุษย์ สถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเคร็ท ว่าหลังจาก ดีเอสไอได้รับสำนวนการสอบสวน จาก สน.วังทองหลาง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งต้องดูรายละเอียดในสำนวนคดีเพราะมีจำนวนมากกว่า 3,500 แผ่น ทั้งคำให้การต่างๆของพยานที่ตำรวจได้ทำการสอบปากคำไปแล้ว

ทั้งนี้ยืนยันว่าดีเอสไอ จะดำเนินการสืบสวนขยายผลไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และเส้นทางการเงินของขบวนการดังกล่าวประกอบในสำนวนพื่อเอาผิดกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง พร้อมเร่งติดตามบุคคลตามหมายจับเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป อีกทั้งด้านหลักฐานต่างๆ ทั้งกล้องวงจรปิด เครื่องรูดบัตร ทางดีเอสไอ ได้ส่งหลักฐานทั้งหมดให้ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานทางวิทยาศาสตร์แล้ว โดยหลังจากนี้จะมีการประชุมติดตามในทุกวันจันทร์และวันศุกร์ เพื่อที่จะวางแนวทางร่วมกันของคณะพนักงานสอบสวนดคีพิเศษที่จะตั้งขึ้นมาสอบสวนขยายผลคดีนี้โดยเฉพาะ

น้ำใจงาม! โชเฟอร์แท็กซี่ เก็บเงินแสนคืนนักท่องเที่ยวจีน

น้ำใจงาม! โชเฟอร์แท็กซี่ หนุ่มบุรีรัมย์ เก็บเงินสด เกือบ 1 แสนบาท ส่งคืนนักท่องเที่ยวชาวจีน

นายวิทยา ประไพ โชเฟอร์แท็กซี่หนุ่ม ส่งมอบคืนกระเป๋าสตางค์ พร้อมเงินสด เงินบาทไทย และเงินหยวน รวมมูลค่า 94,320 บาท ให้กับ นายหลิง ฟาน อายุ 41 ปี นักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งทำหล่นบนรถแท็กซี่ สีชมพู ทะเบียน ทส 8036 กรุงเทพมหานคร ขณะใช้บริการรถแท็กซ่ค่ำวันที่ 15 ม.ค. ที่ผ่านมา หลังเรียกรถจากสนามบินดอนเมือง ไปที่พักย่านซอยนวลจันทร์

โดยมีนางสาวไจตนย์ ศรีวังพล ผู้บริหารสถานี สวพ.91 ร่วมเป็นสักขีพยานนาย หลังจากส่งผู้โดยสารชาวจีนแล้ว ก็ขับรถรับ-ส่ง ผู้โดยสารต่อ โดยมีผู้โดยสารหญิงขึ้นมาเห็นกระเป๋าเงินจึงช่วยกันเปิดกระเป๋าตรวจดู พบทรัพย์สินตามที่แจ้งไว้ จึงประกาศตามหาเจ้าของเงิน ส่งคืนให้เจ้าของเพราะกลัวเขาเดือนร้อน

ด้าน มิสเตอร์ หลิว ฟาน กล่าว ขอบคุณ คุณเป็นแท็กซี คนดีมาก ถ้าเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นที่เมืองจีน ผมไม่ได้เงินก้อนนี้กลับคืนแน่นอน ประเทศไทยมีคนดี พร้อมมอบสินน้ำใจ จำนวน 5,000 บาท ให้แท๊กซี่ด้วย