คนอยากได้นายกฯจากลต.ยังหนุน’ประยุทธ์’แต่คะแนนลด

กรุงเทพโพลล์ ปชช.เชื่อแนวคิดปชต.ไทยนิยม ไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ยังหนุน “พล.อ.ประยุทธ์” นั่งนายกฯแต่คะแนนลดลง ขณะที่ค้านมีมหรสพในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง ชี้อาจเปิดช่องโกง และทำให้พรรคใหญ่ได้เปรียบ

“กรุงเทพโพลล์” ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “เส้นทางการเลือกตั้งสู่ประชาธิปไตยไทยนิยม” โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,114  คน ระหว่างวันที่ 17-19 ม.ค. ที่ผ่านมา พบว่า ประชาชนร้อยละ 29.1 เห็นว่าแนวคิดประชาธิปไตยไทยนิยม จะไม่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองใดๆ เลย, ร้อยละ 27.9 เห็นว่าจะทำให้กลายเป็นประชาธิปไตยกึ่งรัฐบาลทหาร และร้อยละ 22.5 เห็นว่าทำให้คนปรองดองไม่ขัดแย้ง ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย, แต่เมื่อถามว่า คิดอย่างไรกับการเลือกตั้งที่จะมาถึง ในเรื่องการสรรหานายกฯ คนนอก ตามบทเฉพาะกาล ส่วนใหญ่ ร้อยละ 70.6 เห็นว่านายกฯ ควรมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น ขณะที่ร้อยละ 29.4 เห็นว่านายกฯ มาจากคนนอกได้หากไม่สามารถเลือกกันเองได้

ทั้งนี้ เมื่อถามว่า หากวันนี้ มีสิทธิออกเสียงเลือกนายกรัฐมนตรี จะออกเสียงสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ พบว่า ประชาชนร้อยละ 36.8 ระบุจะสนับสนุน  แต่ลดลงจากผลสำรวจเมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 ถึงร้อยละ 16.0  ขณะที่ร้อยละ 34.8 ระบุจะไม่สนับสนุน และร้อยละ 28.4 จะงดออกเสียง

ขณะที่ ประชาชนร้อยละ 43.9 เห็นด้วย ที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องมีสมาชิกพรรคครบ 500 คน มีทุนประเดิมจำนวน 1 ล้านบาท  โดยเชื่อว่าว่าจะสร้างระบบการเลือกตั้งแบบใหม่ เน้นพรรคมากกว่าตัวคน รองลงมาร้อยละ 29.6 เห็นว่าจะขาดความหลากหลายของนโยบายการหาเสียง และ ร้อยละ 29.1 เห็นว่าจะนำไปสู่ระบบผูกขาดทางการเมือง

ประชาชนร้อยละ 41.5 ไม่เห็นด้วย ต่อการจัดให้มีมหรสพ รื่นเริง ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง เพราะเห็นว่า อาจเปิดช่องโกง แสวงหากำไรและผลประโยชน์ รองลงมาร้อยละ 40.5 เห็นว่าพรรคใหญ่ๆ จะได้เปรียบเพราะมีทุนมากกว่า และร้อยละ 37.3 เห็นว่าจะทำให้ประชาชนสนใจการเมือง รับรู้ข่าวสารของผู้สมัครได้ทั่วถึง

ยังหนาวอยู่ !! อุตุเผย หลายพื้นที่ในไทยอากาศเย็น บางพื้นที่มีหมอกหนา

กรมอุตุฯ เผย ภาคเหนืออีสาน ตะวันออก กลาง กทม. มีอากาศเย็น มีหมอกหนาบางพื้นที่ ขณะที่ภาคใต้ฝนเพิ่มตกหนักบางแห่ง

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง มีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยมีฝนเล็กน้อยบางพื้นที่ในบริเวณภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาไว้ด้วย สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง

สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

นักศึกษาสาว ดับปริศนาคาห้องพัก คาดเครียดเรียนติดเอฟ 2 ปี

นักศึกษาโคราชดับปริศนา ส่อเครียดจากการเรียนติดเอฟ 2 ปี และทานยาลดความอ้วน แพทย์ชี้หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน

จากกรณีนักศึกษาสาวสวย รูปร่างหน้าตาดี นอนเสียชีวิตปริศนาคาหอพักแห่งหนึ่งในตัวเมือง จ.นครราชสีมา ทราบชื่อต่อมา คือ น.ส.วิภาพร (น้องเบบี้) อายุ 26 ปี อยู่ จ.อุดรธานี เป็นนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมานั้น

ล่าสุด พ.ต.ท.สายัญ แบ่งสันเทียะ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เปิดเผยว่า เบื้องต้นตัดประเด็นการฆาตกรรม เนื่องจากไม่พบร่องรอยบาดแผลใดๆ และประตูห้องก็ปิดจากด้านใน สันนิษฐานว่าอาจเสียชีวิตจากอาการปวดหัวรุนแรง ซึ่งผู้ตายกินยาแก้ปวดและยาแก้แพ้ อาจทำให้เส้นเลือดในสมองแตกเฉียบพลัน ส่วนหนึ่งผู้ตายอาจจะเครียดหนักจากการเรียน หรือจากปัญหาชีวิต จนมีอาการปวดหัวรุนแรง

ด้าน นายโกรพ คำเนียม เพื่อนสนิทของผู้ตาย ให้ข้อมูลว่า น้องเบบี้เป็นคนแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว แค่มีอาการภูมิแพ้จากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงธรรมดา ไม่มีอาการผิดปกติรุนแรงใดๆ ที่จะเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิต ก่อนกลายเป็นศพ น้องกำลังเร่งทำโปรเจ็กท์ส่งอาจารย์ เพื่อให้จบการศึกษาในปีสุดท้าย เพราะก่อนหน้านี้เคยติดเอฟ หรือสอบไม่ผ่าน ทำให้ต้องเรียนล่าช้ามา 2 ปี

อย่างไรก็ตาม ญาติๆ ได้ติดต่อรับศพน้องเบบี้ไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด จ.อุดรธานี ขณะที่แพทย์ลงความเห็นสาเหตุการเสียชีวิตจากหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ที่สำคัญพบข้อมูลว่า น้องเบบี้กินยาลดความอ้วน และขายยาลดความอ้วนทางออนไลน์มานานกว่า 1 ปี อาจเป็นสาเหตุทำให้มีอาการปวดหัวรุนแรงจนเสียชีวิต