รวบ 2 เฒ่า ซิ่งรถตู้ขนเฮโรอีนเกือบ 2 กิโลกรัม มูลค่า 2 ล้าน

กอ.รมน.-ตร.สภ.รัตภูมิ แกะรอยสกัดจับรถตู้ขนเฮโรอีนเกือบ 2 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 2 ล้านบาทพร้อมผู้ต้องหา 2 คน

ร.อ.ปิยะเชษฐ์ หนูฉ้ง เจ้าหน้าที่จากสำนักข่าวกรองกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ร่วมกับ พ.ต.อ. สิทธินันท์ สังฆพันธ์ ผกก.รัตภูมิ และร.ต.อ.จตุพร พรหมจรรย์ รอง สว.สส.สภ.รัตภูมิ วางแผนสกัดจับรถตู้ โตโยต้า สีบรอนเงิน หมายเงิน ในพื้นที่หมู่หมู่ 5 ต.กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ซึ่งเป็นรถที่ลักลอบขนเฮโรอีน โดยมี นายมาหนับม อายุ 60 ปี ชาว จ.สตูลและ นายฮาหยาด อายุ 51 ปี ชาว จ.สตูล  เป็นผู้ขับขี่

จากการตรวจค้นภายในรถและพบเฮโรอีนซุกซ่อนไว้ในช่องลับใต้หลังคา จำนวน 5 แท่ง น้ำหนักรวมกันทั้งสิ้น 1.9 กิโลกรัม มูลค่าการซื้อ-ขายอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งสองคนไปสอบสวนขยายผล

โดยให้การว่าได้รับการว่าจ้างจากนายอ๊อด ไม่ทราบชื่อจริง เป็นเงิน 3 หมื่นบาท ให้มารับเฮโรอีน มีสายส่งซึ่งก็ไม่ทราบชื่อเช่นกันนำมาวางไว้ในพงหญ้าใต้เสาไฟฟ้าข้างถนน ในพื้นที่บ้านควนหมาโว้ ต.กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ แต่หลังจากที่รับเฮโรอีนเสร็จและขับรถตู้ออกจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร ก็มาถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับได้ก่อน ส่วนเงินค่าจ้างจำนวน 3 หมื่นบาท ยังไม่ได้เนื่องจากต้องทำงานให้เสร็จก่อนและยังไม่ทราบว่าจะให้นำไปส่งที่ใดเพราะมาถูกจับกุมเสียก่อน

ออกหมายจับ! หนุ่มหึงโหด ยิงเจ้าของอู่ซ่อมรถ คนรักใหม่ของแฟนเสียชีวิต

ออกหมายจับ! หนุ่มหึงโหด ยิงเจ้าของอู่ซ่อมรถจักรยานยนต์ คนรักใหม่ของแฟนเสียชีวิตคารถ

จากกรณีที่ นายศักดิ์สิทธิ์ ศรีทอง อายุ 36 ปี เจ้าของอู่ซ่อมรถจักรยานยนต์ใน จ.สระบุรี ขับรถยนต์กระบะพร้อมแฟนสาวและเพื่อน แต่ถูกคนร้ายขับรถยนต์กระบะประกบปาดหน้าให้จอด ก่อนคนร้ายเป็นชาย 1 คน ลงจากรถมาใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิ่งจำนวน 3 นัด ถูก นายศักดิ์สิทธิ์ เสียชีวิต ส่วน น.ส.วรรณฤดี ประสิทธิ์กุล แฟนสาวได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

ล่าสุดวันนี้ (19 ม.ค. 61) เมื่อเวลา 11.00 น. มีรายงานว่า พล.ต.ต.สมหมาย ประสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางมาที่ สภ.พระอินทร์ราชา เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี โดยได้เรียก พ.ต.อ.นฤดม มารศรี ผกก.สภพระอินทร์ราชา พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนมาประชุม

ทั้งนี้ พล.ต.ต.สมหมาย กล่าวว่า คดีนี้มีพยานบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ยืนยันถึงผู้ก่อเหตุชัดเจนว่าเป็นใคร สาเหตุมาจากเรื่องของการหึงหวง เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกหมายจับ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ไปติดตามตรวจยึดรถยนต์กระบะฟอร์ด 4 ประตู สีส้ม หมายเลขทะเบียนป้ายแดง ซึ่งเป็นรถยนต์กระบะที่พยานยืนยันว่าเป็นรถที่คนร้ายขับมาก่อเหตุ ได้ที่บ้านพักของ นายวิทยาธร บุญเพชร อายุ 28 ปี ผู้ต้องสงสัยใน ต.หนองน้ำส้ม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา

ด้านญาติของ น.ส.วรรณฤดี ประสิทธิ์กุล ให้ข้อมูลว่าก่อนหน้านี้ นายวิทยาธร เป็นคนอารมณ์ร้อน ทางบ้านจึงให้เลิกกันและมีการมาใช้อาวุธปืนข่มขู่ จนเมื่อวันที่ 8 ม.ค. นายวิทยาธร ได้เข้ามาก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงถล่มที่บ้านพักทำให้รถยนต์กระบะเสียหาย และมีการติดต่อขอเจรจาเพื่อชดเชยความเสียหาย และจะเลิกรากันจึงไม่มีการแจ้งความ ไม่คิดว่านายวิทยาธร จะมาก่อเหตุจนทำให้มีคนเสียชีวิตและน.ส.วรรณฤดี ประสิทธิ์กุล ได้รับบาดเจ็บ

นอกจากนี้ หลังก่อเหตุ นายวิทยาธร ได้นำรถยนต์กระบะคันที่ใช้ก่อเหตุมาจอดแล้วมีเพื่อนขับรถยนต์อเนกประสงค์ มารรับพาหลบหนีไป ขณะที่ ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้อนุมัติหมายจับในข้อหาฆ่าผู้อื่นและพยายามฆ่าผู้อื่น

ชาวบ้านสุดเวทนาหนูวัย 3 ขวบ นั่งเฝ้าศพแม่ พยายามปลุกให้ตื่น

ชาวบ้านสุดเวทนาหนูวัย 3 ขวบ นั่งเฝ้าเรียกศพแม่ เจ้าหน้าที่คาดดื่มหนักแล้วนอนหนาวช็อคตายคาใต้ถุนบ้าน

พ.ต.ท.พิสิษฐ์ เตชะธีมาพร พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชัยภูมิ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่ามีคนนอนเสียชีวิตคาบ้านพักโดยไม่ทราบสาเหตุ อยู่บริเวณที่นอนด้านหลังบ้านที่บ้านเลขที่ 26 หมู่ที่ 5 บ้านโนนทัน ตำบลบ้านเล่า อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานไปยังชุดสืบสวนและชุดพิสูจน์หลักฐานเร่งลงพื้นที่

ทั้งนี้ จุดเกิดเหตุพบศพหญิงสาวเสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นางละออ อายุ 36 ปี เป็นชาวบ้าน จังหวัดชัยภูมิ ข้างศพมีเด็กหญิงเอ นามสมสมมุติ วัย 3 ขวบ นั่งอยู่ข้างศพผู้เป็นมารดาแท้ๆ ของหนูน้อยรายนี้ เพื่อพยายามปลุกให้แม่ของตนเองตื่นขึ้นมา

จากการสอบถาม นายธิวาดอง ผู้เป็นสามี ในเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายเป็นนักดื่มสุราอย่างหนักมาตลอด และชอบเดินตระเวนออกไปดื่มเหล้ากับเพื่อนบ้าน และคนที่รู้จักไปเรื่อยๆ ตามหมู่บ้านใกล้เคียงเป็นประจำโดยช่วงเข้าหน้าหนาว ซึ่งก่อนวันเกิดเหตุ นางละออ ได้ออกจากบ้านมาขอเหล้าจากคนที่รู้จักเหมือนเช่นเคย และมีอาการเมาเหล้ามากกว่าทุกวัน และไม่กลับบ้านจนมีคนมาพบศพ โดยคาดว่า นางละออ น่าจะเสียชีวิตจากโรคประจำตัวและหัวใจล้มเหลว จากการดื่มเหล้าหนักเกินไป ในขณะนอนหลับบนพื้นปูนกลางดึกไม่ได้ห่มผ้า ทำให้เกิดอาการช็อคจากอากาศหนาวเย็นเสียชีวิตตอนใกล้รุ่ง โดยทางญาติผู้เสียชีวิตไม่ติดใจการเสียชีวิตในครั้งนี้  ส่วนลูกสาววัย 3 ขวบ ยังไม่ทราบว่าแม่ของตนเองได้เสียชีวิตลงแล้ว และยังคงส่งเสียงปลุกเรียกแม่ตนเอง สร้างความเวทนาต่อชาวบ้านระแวกนั้นยิ่งนัก