จนท.ตรัง ลุยตรวจสอบนายทุนต่างชาติครอบครองพื้นที่ป่า

เจ้าหน้าที่ กอ.รมน. พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบพื้นที่ป่า ในท้องที่บ้านบางแป้น ม.12 ต.เขาวิเศษ จ.ตรัง พบนายทุนต่างชาติครอบครองพื้นที่ป่า

วันที่ 19 ม.ค. 2561 พ.อ.พิชิต โชติแก้ว รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตรัง พร้อมด้วย พ.ท.ณัฐวัฒน์ นุ่นชูผล หัวหน้ากองบังคับการควบคุม สำนักการข่าวกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ( กอ.รมน.) ,นายสมนึก กุนหลัด หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ตง.2 (วังวิเศษ – สิเกา) และหัวหน้าชุดปฏิบัติการป่าไม้บ้านปะเหลียน ,เจ้าหน้าที่ปราบปราบการ กระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 435 ตรัง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.วังวิเศษ รวมประมาณ 30 นาย สนธิกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ป่า ในท้องที่บ้านบางแป้น ม.12 ต.เขาวิเศษ จ.ตรัง

ทั้งนี้หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า มีนายทุนต่างชาติบุกรุกพื้นที่ป่า เพื่อปลูกปาล์มน้ำมัน โดยการนำ ส.ค.1 ไปออกเป็น น.ส.3 แล้วนำไปขายกันหลายทอดโดยไม่มีหลักฐานในการซื้อขาย หรือโอนกรรมสิทธิ์การถือครองให้ถูกต้องตามกฎหมายกันแต่อย่างใด

จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า เนื้อที่โดยรวมกว่า 400 ไร่ มีการปลูกปาล์มน้ำมันเต็มพื้นที่ เดิมเคยมีลานเทปาล์ม สำหรับรวบรวมผลผลิตปาล์มน้ำมันภายในของตนเอง โดยมี Mr. CHIN HUN BOON ชายชาวมาเลเซีย เป็นผู้จัดการและดูแลสวนปาล์ม แต่เจ้าของคือ “เจ๊พร” ซึ่งมีสามีเป็นชาวมาเลเซีย ซึ่งต่อมา “เจ๊พร” ก็เดินทางมาแสดงตน แต่ไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นเจ้าของ โดยอ้างว่าเป็นแค่ลูกจ้าง ส่วนเจ้าของที่แท้จริงเป็นนายทุนชาวต่างชาติ และไม่มีเอกสารสิทธิ์มาแสดง โดยอ้างว่าอยู่ธนาคาร และไม่ค่อยจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่มากนัก พร้อมท้าทายให้ทำการตรวจสอบ รวมทั้งชาวบ้าน และนายทุนรายอื่นๆด้วย

พร้อมมอบหมายให้นายคล่อง ส่งทอง อดีตผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ดูแล นำชี้แนวเขตโดยรอบทั้งหมด เจ้าหน้าที่ต้องขึ้นรถโฟล์วิล และเดินเท้าอย่างยากลำบากและต้องระมัดระวัง เพราะนอกจากมีการทำรั้วลวดหนามแล้ว ยังมีการเดินสายไฟสำหรับช๊อตสัตว์หากรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ครอบครอง เกรงจะช๊อตเจ้าหน้าที่ และมีความลาดชันสูงประมาณ 60 องศา โดยพบการปลูกปาล์มน้ำมันติดแนวภูเขาสูงในเขตป่าสงวนแห่งชาติดังกล่าว มีการใช้เครื่องจักรกลไถปรับพื้นที่ทำถนนจนถึงภูเขา

โดยเจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องจับพิกัด จีพีเอส เดินจับพิกัดโดยรอบทุกทิศ เพื่อลงรูปทำแผนที่เทียบเคียงกับ น.ส.3 ที่เจ้าของถือครอง และตรวจสอบพื้นที่ป่า โดยเบื้องต้นพบว่า มีการบุกรุกปลูกเข้าไปในพื้นที่ป่าสงวนไม่ต่ำกว่า 100 ไร่ เตรียมดำเนินการตรวจสอบเอกสารหลักฐานการได้มาซึ่งเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ดังกล่าว กับสำนักงานที่ดินจังหวัดตรัง สาขา อ.สิเกา ต่อไป เพราะพื้นที่มีความลาดชันสูงเกินที่จะสามารถออกเป็นเอกสารสิทธิ์ได้ หากพบมีการบุกรุกพื้นที่ป่า เตรียมดำเนินคดีต่อไป และจะดำเนินการตรวจสอบนายทุนและชาวบ้านรายอื่นๆที่มีการครอบครองในพื้นที่ใกล้เคียงกันทั้งหมดอีกนับ 10 ราย ด้วย

มาแล้ว!! อัปคลิปพิชัยแสน ปี4 โชว์ ‘ของดี บ้านฉัน’ ผ่านคลิปสั้นลุ้นรางวัลเพียบ

เว็บไซต์เอ็มไทยดอทคอม และกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม รวมกันจัดกิจกรรมประกวดคลิป และภาพยนตร์สั้น ในหัวข้อ “ของดี บ้านฉัน” ชิงรางวัลกว่า 200,000 บาท

คุณจิรประวัติ บุณยะเสน ผู้อำนวยการอาวุโสธุรกิจโมบายอินเทอร์เน็ต บริษัท โมโนเทคโนโลยี จำกัด และคุณพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกันแถลงข่าวจัดกิจกรรม “อัปคลิปพิชิตแสน ซีซัน 4” เปิดโอกาสให้ผู้สนใจและรักการทำหนังสั้น ร่วมส่งคลิปวีดีโอ ในหัวข้อ “ของดี บ้านฉัน” เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้ที่สนใจได้แสดงความสามารถความคิดสร้างสรรค์ในการผลิตหนังสั้น ควบคู่ไปกับวัฒนธรรมในท้องถิ่นที่ดีงาม ทรงคุณค่า

อัพคลิปพิชิตแสน

ไม่ว่าจะเป็น วัฒนธรรมด้านอาหารพื้นเมืองของแต่ท้องถิ่น งานเทศกาลต่างๆ รวมถึงความสวยงามของแฟชั่นการแต่งกายและผ้าไทยที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย พร้อมช่วยกันอนุรักษ์ และสืบสาน พร้อมนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์และคุณค่าแก่ตนเอง และสังคม

ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมสามารถส่งผลงานเข้าร่วมประกวดได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เพียงนำผลงานไปอัพโหลดที่ http://video.mthai.com/upclip ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 – 30 เมษายน 2561 (ทุกวันไม่เว้น วันหยุดราชการ) หากมีข้อสงสัยสามารถ ติดต่อที่ e-mail : upclip@mono.co.th หรือโทร 02-5020700 ต่อ 7848 , 087-714-2226

สำหรับการกติกาการร่วมสนุกนั้น สามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้

ผู้ส่งผลงานให้ส่งเป็นทีม หรือ เดี่ยวก็ได้ เนื้อหาต้องเกี่ยวข้องกับการนำเสนอของดีที่อยู่ในรูปแบบของวัฒนธรรมไทยและการส่งเสริมวัฒนธรรมไทย รวมถึงวัฒนธรรมในด้านนั้นๆ นำผลดีมาสู่ตนเอง ชุมชน หรือประเทศไทยอย่างไร โดยเลือกนำเสนอผ่านหัวข้อต่าง อาทิ อาหาร (FOOD) เทศกาล (FESTIVALS) แฟชั่น (FASHION) เป็นต้น ส่วน End Credit ต้องมีโลโก้ เว็บไซต์ MThai.com และโลโก้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรมประกอบด้วย

ส่วนด้านเทคนิคต้องเป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายจากกล้องดิจิทัลหรือกล้องวีดีโอหรือโทรศัพท์มือถือ ซึ่งมีความละเอียดของไฟล์ ในระดับ Full HD ความยาวของคลิป/ภาพยนตร์สั้น ไม่เกิน 3 นาที ส่งผลงานโดยการอัพโหลดไฟล์ผ่านหน้าเว็บไซค์ http://video.mthai.com/upclip

ทั้งนี้ไม่อนุญาตให้นำผลงานที่ได้รับรางวัลจากการประกวดในเวทีอื่นๆ หรือผลงานที่เคยนำไปเผยแพร่ต่อสาธารณชนมาแล้ว มาเข้าร่วมประกวดอีกในครั้งนี้ หากสืบทราบจะถูกตัดสิทธิ์ทันที และผลการตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด

***หมายเหตุ กฏ กติกา ดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการ

อัพคลิปพิชิตแสน

ยกพวกรุมตื้บสาวเจ้าของร้านอาหารในจีน ฉุนไม่เสิร์ฟอาหาร !!

ลูกค้าชายรุมกระทืบสาวเจ้าของร้านอาหารในประเทศจีนถึงในห้องครัว เหตุไม่พอใจที่ทางร้านให้บริการช้า

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เหตุหญิงแซ่หวัง อายุ 26 ปี เจ้าของร้านหม่าล่า แห่งหนึ่งในเมืองฉางชุน มณฑลจี๋หลิน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ถูกลูกค้ากลุ่มหนึ่งรุมทำร้ายร่างกายถึงในห้องครัว จนได้รับบาดเจ็บโดยรายงานระบุว่า เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา

ผู้เสียหายระบุว่า คืนวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 22.00 น. ลูกค้ากลุ่มที่ก่อเหตุ ประกอบด้วยชาย 3 คน และผู้หญิงอีก 1 คน เดินเข้ามาในร้าน ด้วยสภาพมึนเมา เธอได้แจ้งให้ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวทราบว่า ร้านเป็นแบบบริการตัวเอง และลูกค้าต้องไปตักอาหารเอง ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวจึงไม่พอใจและต้องการให้เธอทำอาหารมาเสิร์ฟทันที

กระทั่งลูกค้าชายคนหนึ่งโยนกล่องทิชชูใส่เธอ และเข้ามารุมทำร้ายเธอด้วยการตบตีและเตะเข้าที่ใบหน้า รวมทั้งคว้ามีดในครัวขึ้นมาข่มขู่เธอถึงในครัว

ทั้งนี้หญิงเจ้าของร้านเชื่อว่า สาเหตุที่เธอถูกรุมทำร้าย อาจเป็นเพราะทางร้านให้บริการช้า ไม่ทันใจลูกค้ากลุ่มนี้ ซึ่งมีอาการมึนเมาสุราเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัว 2 ผู้ต้องสงสัยที่รุมทำร้ายหญิงเจ้าของร้านมาได้ เป็นชายวัย 32 และ 25 ปี โดยทั้งคู่รับสารภาพว่าเมาและเป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการสืบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป