เริ่มแล้ว! งานมหัศจรรย์พาเหรดสินค้าเกษตรนวัตกรรม

เริ่มแล้ว! งานมหัศจรรย์พาเหรดสินค้าเกษตรนวัตกรรม พบกับ ‘ไม้กฤษณา’ แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์กว่า 20 ชนิด เพิ่มมูลค่าสร้างรายได้งาม

วันที่ 30 ม.ค. 2561 ผู้สื่อข่าว Mthai News ลงพื้นที่สำรวจ ณ ลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ งานThailand AGR Innovation 2018 APi Parade มหัศจรรย์พาเหรดสินค้าเกษตรนวัตกรรม ที่รวมสุดยอดสินค้าเกษตรนวัตกรรม พร้อมชิมสุดฟิน อาหารแปลกใหม่ด้วยนวัตกรรม กว่า 40 ร้านค้า ช้อปกระจายกับสินค้าเพื่อสุขภาพที่ตอบคุณทุก Lifestyle

ซึ่งงานดังกล่าว จัดขึ้นโดยสถาบันส่งเสริมสินค้าเกษตรนวัตกรรม กรมการค้าต่างประเทศ เพื่อพัฒนาเครือข่ายและส่งเสริมช่องทางการตลาดสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทย ตามนโยบายการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยภายใต้โมเดล “ประเทศไทย 4.0” ที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ Value-Based Economy

จากการสอบถาม คุณพิกุล กิตติพล วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรผลิตไม้กฤษณา ผู้เข้าร่วมงานดังกล่าว เปิดเผยว่า สำหรับงานนี้ถือว่าเป็นโอกาสอันดีสำหรับเกษตร ซึ่งทางเรามาจากกลุ่มเกษตรผลิตไม้กฤษณา ที่มีนวัตกรรมโดยการเจาะต้นเข้าไปแล้วทำให้เกิดแก่นและสามารถนำแก่นนั้นมาผลิตเป็นน้ำมันกฤษณา จากนั้นนำน้ำมันมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์กว่า 20 ชนิด เช่น แชมพู สบู่ โลชั่น ชาจากใบกฤษณา และน้ำมันนวดกฤษณา รวมถึงพวกอโรม่าอีกหลายตัว โดยกฤษณามีคุณประโยชน์คือ มีกินหอม มีความคงทน และช่วยเรื่องของการปรับสภาพผิวให้สมดุล

สำหรับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรผลิตไม้กฤษณาเราเชี่ยวชาญด้านไม้กฤษณามากกว่า 20 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มชาวสวนที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเกษตรผลิตจัดจำหน่ายไม้กฤษณาครบวงจร และนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ส่งขายในประเทศไทย รวมถึงส่งออกผ่านตัวแทนจำหน่ายมากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก จนทำให้ปัจจุบันได้รับรางวัลระดับประเทศด้านผู้ประกอบการสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและส่งออกยอดเยี่ยม

ทั้งนี้ภายในงานจะประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลักได้แก่ งานสัมมนาสร้างแรงบันดาลใจ “เศรษฐกิจไทยก้าวไกลด้วยเกษตรนวัตกรรม” รวมถึงกิจกรรมการเจรจาการค้าและจับคู่ธุรกิจผู้นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน (CLMVT) และงานจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรนวัตกรรมหลากหลายรูปแบบ ซึ่งงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 5 กุมภาพันธ์ 2561

ห้างดังสั่งปลด รปภ.!! หลังแอดไลน์ตามด่าลูกค้า “พร้อมขู่ลงแขก”

ห้างดังสั่งปลด รปภ.!! หลังแอดไลน์ตามด่า “พร้อมขู่ลงแขกลูกค้า” ล่าสุดห้างดังกล่าวได้ออกมาชี้แจงแล้ว 

แชร์สนั่นโซเชียลหลังผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งโพสต์ข้อความว่าถูก รปภ.ห้างดังแอดไลน์มาด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย สาปแช่ง และขู่จะให้วินจักรยานยนต์มาลงแขกด้วยนั้น ต่อมาทางศูนย์การค้าดัง ได้เข้ามาตอบกลับถึงกรณีนี้โดยระบุว่า

Centralworld , ห้างสรรพสินค้า , รปภ. , ด่า , ลูกค้า , ทวิตเตอร์

“ต้องขออภัยท่านลูกค้าเป็นอย่างสูง โดยเราได้รีบดำเนินการสอบสวน รปภ.คนดังกล่าว และได้ลงโทษตามระเบียบของบริษัทให้พ้นสภาพการเป็นพนักงานโดยทันที เซ็นทรัลเวิลด์รู้สึกเสียใจ และขอขอบพระคุณสำหรับข้อมูลอันเป็นประโยชน์ โดยจะนำไปพัฒนาการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น”

Centralworld , ห้สงสรรพสินค้า , รปภ. , ด่า , ลูกค้า , ทวิตเตอร์

ทั้งนี้ ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายนี้ได้ขอบคุณในการดำเนินการ แต่ก็ได้ถามกลับว่า จะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่โดนคุกคามภายหลังจากนี้ ที่คอมเพลนไม่ได้ต้องการให้ไล่พนักงานออก แต่ต้องการทราบถึงความปลอดภัยของตัวเอง ซึ่งล่าสุดทางห้างยังไม่ได้มีการมาตอบกลับข้อความนี้

ขอขอบคุณข้อมูล : Central World ,  , Twitter

สั่งห้ามเข้า 30 วัน อาคารย่านเยาวราช หลังเกิดเหตุไฟไหม้

ผู้อำนวยการเขตสัมพันธวงศ์ สั่งปิด-ห้ามเข้า 30 วัน อาคารพาณิชย์ในซอยวาณิช 1 (ตลาดสำเพ็ง) ถนนเยาวราช หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 ม.ค. 2561 นายจักรพันธ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพ ดร. ธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยและทีมวิศวกร อาสาด้านงานพิบัติภัย พร้อมด้วยนายสมบัติ กนกทิพย์วรรณ ผู้อำนวยการเขตสัมพันธวงศ์ พ.ต.อโชคชัย คณะเจริญ ผกก.สน.จักรวรรดิ เจ้าหน้ากองพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าตรวจสอบโครงสร้างของอาคาร-และสาเหตุเพลิงไหม้ หลังเกิดเหตุไฟไหม้อาคารพาณิชย์ในซอยวาณิช 1 ตลาดสำเพ็ง เมื่อช่วงบ่ายของวานนี้ (29 ม.ค. 2561)

ไฟไหม้, ข่าวไฟไหม้, ไฟไหม้ย่านเยาวราช, ข่าวสดวันนี้

โดยดร. ธเนศ เปิดเผยว่าอาคารหลังดังกล่าวเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กอายุกว่า 50 ปี ซึ่งทนต่อความร้อนได้ในระดับหนึ่ง อย่างน้อยสุด 2 ชั่วโมง มากสุด 4-5 ชั่วโมง แต่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ตั้งแต่ 2 ชั่วโมงแรก แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเหล็กสัมผัสกับความร้อนมากแค่ไหน ซึ่งต้องใช้เครื่องมือในการตรวจสอบความร้อนคงค้าง

อย่างไรก็ตาม วันนี้ทาง วสท.และพิสูจน์หลักฐานจะเข้าไปดูว่าโครงสร้างเบื้องต้นของอาคารว่าเป็นอย่างไร ถึงขั้นต้องปิดกั้นพื้นที่ห้ามเข้าเลยหรือไม่ รวมทั้งจะตรวจสอบอาคารข้างเคียงด้วยว่า จะสามารถเข้าไปขนย้ายของได้หรือยัง

ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้นั้นนี้ ในเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากไฟฟ้ารัดวงจร เพราะขณะเกิดเหตุไม่มีผู้อยู่ภายใน อย่างไรก็ตาม คงต้องให้ทางเจ่าหน้าที่กองสูจน์หลักฐานทำการตรวจสอบและวิเคราะห์ถึงสาเหตุ คาดรู้ผลภายใน 15 วัน