รองโฆษก ตร. เผย กองปราบ รับคำร้องสาวถูกสวมบัตรประชาชนเร่งสืบสวนติดตามกล่มคนร้าย เตือนทำหายรีบแจ้งความ ยันตำรวจทำไปตามพยานหลักฐานตรงไปตรงมา
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย ถึงความคืบหน้า คดี น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ ร้องขอความเป็นธรรมกรณีถูกคนร้ายสวมบัตรประชาชนแล้วนำไปเปิดบัญชีธนาคารเพื่อหลอกลวง ให้ผู้เสียหายคนอื่นโอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าวว่าตำรวจกองปราบปราบได้รับคำร้องทุกข์จาก น.ส.ณิชา ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้แยกสำนวนการสอบสวนออกเป็นอีกคดีหนึ่ง เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้ายที่นำบัตรประชาชนของ น.ส.ณิชา ไปเปิดบัญชีกับธนาคาร จำนวน 3 ธนาคาร

ส่วนที่เหลืออีก 4 ธนาคารซึ่ง น.ส.ณิชา เคยไปแจ้งความไว้กับสถานีตำรวจต่างๆ นั้น อยู่ระหว่างขอโอนคดีจากสถานีตำรวจดังกล่าวมารวบรวมเป็นคดีเดียวกันเพื่อประโยชน์ในการรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการสืบสวนสอบสวนในการติดตามกลุ่มคนร้ายที่นำบัตรประชาชนของ น.ส.ณิชา ไปเปิดบัญชีมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด
รองโฆษก ตร. กล่าวอีกว่าในส่วนของคดีของ สภ.บ้านตาก เมื่อ น.ส.ณิชา ตกเป็นผู้ต้องหาและได้แสดงพยานหลักฐานต่อพนักงานสอบสวนแล้ว พนักงานสอบสวนมีหน้าที่พิสูจน์ความผิดและความบริสุทธิ์ตามพยานหลักฐานที่ผู้ต้องหานำมาให้พนักงานสอบสวนอยู่แล้ว ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด และขอยืนยันว่าพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการตามพยานหลักฐานอยู่แล้ว ด้วยความตรงไปตรงมาเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้งฝ่ายผู้เสียหายที่สูญเสียเงินจากการถูกหลอกและ น.ส.ณิชา ที่ถูกคนร้ายนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีด้วย
พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ทำบัตรประชาชนสูญหายให้รีบดำเนินการทำบัตรประชาชนใหม่ทันที ซึ่งเมื่อทำบัตรประชาชนใหม่แล้วบัตรเก่าจะถูกระงับการใช้งาน หากท่านมีการทำธุรกรรมทางการเงินให้รีบไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันบัตรหายที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน และให้นำบันทึกประจำวันดังกล่าวไปแจ้งกับธนาคารเพื่อเป็นการป้องกันการถูกแอบอ้าง หรือสวมสิทธิ์บัตรประชาชนของท่านอีกทางหนึ่ง หากไม่มั่นใจว่าบัตรประชาชนจะถูกกลุ่มมิจฉาชีพไปเปิดบัญชีนำไปหลอกลวงบุคคลอื่น สามารถสอบถามได้ สายด่วน 1155 หมายเลขโทรศัพท์ 0 2251 9793 ซึ่งได้บูรณาการความร่วมมือกับศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สายด่วน 1710


