เขาดินเปิดตัวลูกม้าลาย สมาชิกใหม่ชื่อ ‘ซันไรส์’ ต้อนรับวันเด็ก

เขาดินเปิดตัวลูกม้าลาย สมาชิกใหม่ชื่อ ‘ซันไรส์’ ต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ 13 มกราคมนี้ 

วันนี้(10 ม.ค. 61) สวนสัตว์ดุสิตได้เปิดตัวลูกม้าลายสมาชิกใหม่ชื่อ “ซันไรส์” ต้อนรับในวันเด็กแห่งชาติ 13 มกราคมนี้ โดย “ลูกม้าลาย” (Burchell’s Zebra) อายุ 1 เดือน เพศเมีย เกิดเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 มีสุขภาพแข็งแรง เป็นลูกตัวที่ 5 ของ แม่ม้าลาย ชื่อ “สอง” อายุ 12 ปี และ พ่อม้าลาย ชื่อ “หนึ่ง” อายุ 16 ปี

ซึ่งพนักงานเลี้ยงได้เรียกชื่อ “ลูกม้าลาย” ตัวนี้ว่า “ซันไรส์” (Sunrise) แปลว่า พระอาทิตย์ขึ้น ขณะนี้ครอบครัวม้าลาย พ่อ, แม่, ลูก พร้อมด้วย ยีราฟ, ไนอาล่า, เมียร์แคท, ฮิปโปฯแคระ และ นกกระเรียนหัวมงกุฎดำ ส่วนจัดแสดงสัตว์แอฟริกา ที่สวนสัตว์ฯ ได้จำลองเสมือนเป็นห้องเรียนธรรมชาติตามถิ่นกำเนิด และที่อยู่อาศัยในทวีปแอฟริกาด้วย ทุกท่านสามารถชมความน่ารัก ได้อย่างใกล้ชิด

นายพิทักษ์ อุ่นซ้อน ผู้อำนวยการสวนสัตว์ดุสิต เผยว่า เตรียมจัดงานวันเด็ก ในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ ที่สวนสัตว์ดุสิต ซึ่งนอกเหนือจากให้เด็กๆ เข้าฟรี ที่มีส่วนสูงไม่เกิน 135 เซนติเมตร และยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนร่วมจัดกิจกรรม แจกของขวัญของรางวัลมากมาย และที่พิเศษ

โดยปีนี้พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กว่า 10 หน่วยงาน ร่วมจัดกิจกรรมวันเด็ก ที่สวนสัตว์ดุสิต ภายใต้หัวข้อ “รักษ์ป่า รักษ์ทะเล รักษ์สัตว์และสัตว์ทะเล” เพื่อน้อมนำพระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในรัชกาลที่ 10

ทั้งนี้ จะให้เด็กๆ ได้ร่วมกิจกรรม การเรียนรู้ ต่อยอด ปลูกฝังการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะกับเยาวชนในยุคดิจิตัล เช่น ฐานการเรียนรู้ต้นไม้ทรงปลูกในรัชกาลที่ 10 ฐานการเรียนรู้ปลูกป่าในใจคน, การเรียนรู้ชีวิตสัตว์ป่า สัตว์ทะเลที่หายาก และกำลังสูญพันธุ์, การปลูกกล้วยไม้และต้นไม้, จิตอาสาคัดแยกขยะ และ เกมจาก QR codeเป็นต้น ซึ่งทุกหน่วยงานได้เตรียมของขวัญ ของรางวัลมาแจกมากมาย นับว่าเป็นโอกาสดี ที่ผู้ปกครองได้พาเด็กๆ ร่วมกิจกรรมงานวันเด็ก ที่สวนสัตว์ดุสิต ซึ่งจะได้รับความรู้ควบคู่ไปกับความสนุกสนาน ตามคำขวัญวันเด็ก ของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คือ “รู้คิด รู้เท่าทัน สร้างสรรค์เทคโนโลยี”

ขสมก. เตรียมเสนอปรับขึ้นค่ารถเมล์เพิ่มอีก 2 บาท

ขสมก. เตรียมเสนอปรับขึ้นค่ารถเมล์เพิ่มอีก 2 บาท โดยจะนำเข้าที่ประชุม คนร. 19 ม.ค.นี้ 

นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานคณะกรรมการบริหารกิจการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ขสมก. มีแผนปรับฐานราคาค่ารถโดยสารสาธารณะตามแผนฟื้นฟูองค์กร โดยจะเสนอปรับราคาเพิ่มขึ้น 2 บาท จากเดิมราคา 6 บาท 50 สตางค์ เป็น 8 บาท 5 สตางค์ ถึง 9 บาท หรือ คิดเป็น 30%

ปัจจุบันบริการรถเมล์ ขสมก.ได้มาตรฐานและมีคุณภาพไม่แพ้รถร่วมบริการ ที่คิดค่าโดยสาร 9 บาท ดังนั้นจึงต้องทยอยปรับค่าโดยสารให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เพื่อทำให้เกิดสภาพคล่องดีขึ้นภายใน 3-5 ปี ขณะที่รถเมล์ปรับอากาศยูโรทูสีเหลืองส้ม จะปรับราคาจาก 11-23 บาท เป็น 13-25 บาท

ทั้งนี้ จะเสนอแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.เข้าสู่ที่ประชุมสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ในวันที่ 19 ม.ค.นี้ หากได้รับความเห็นชอบจะเสนอไปยังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป และจะสามารถปรับค่าโดยสารได้ภายในปีนี้

ของฝากยอดฮิต กุ้งเผาบนถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี ฟันรายได้งาม

ของฝากยอดฮิต กุ้งเผา ถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี ที่นำกุ้งตัวเป็นๆ มาให้ลูกค้าเลือกซื้อได้อย่างสะดวกสบาย ช่วงเทศกาลฟันรายได้ครึ่งแสน

สำหรับนักเดินทางที่ต้องสัญจรผ่านถนนสาย บางบัวทอง-สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นเส้นทางที่ผู้คนใช้ในการเดินทางขึ้นสู่ภาคเหนือเป็นประจำ จะทราบดีว่าตลอดเส้นทางดังกล่าว จะมีร้านค้าขายของฝากยอดนิยมอย่าง กุ้งเผา ที่มีการยกเอาบ่อกุ้งตัวเป็นๆ มาตั้งไว้ให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมบริการในการเผาให้ฟรี และน้ำจิ้มซีฟู๊ดรสเด็ดที่ทางร้านแถมให้ลูกค้านำไปรับประทานคู่กัน

นางเรียม การวิทยี เจ้าของร้านกุ้งเผาป้าเรียม เปิดเผยว่า กุ้งของทางร้านเป็นกุ้งสุพรรณที่มีความใกล้เคียงกับกุ้งธรรมชาติ เนื่องจากเลี้ยงในบ่อดินขนาดใหญ่บริเวณกลางทุ่งหน้า ขนาดบ่อราว 10-20 ไร่ และน้ำที่ใช้เลี้ยงกุ้งเป็นดินดี น้ำดีที่ใช้น้ำจากแม่น้ำใหญ่ที่มีการไหลผ่านและไม่เป็นน้ำกร่อย นอกจากนี้ทางร้านยังเผยด้วยว่า ลูกค้าที่มาซื้อกุ้งจากทางร้านถูกใจในบริการเผา และทางร้านทำน้ำจิ้มเอง ทั้งยังมีรสชาติดี แม้ลูกค้าจะขอเพิ่มแต่ทางร้านก็ไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่อย่างใด

ทั้งนี้ราคาของกุ้งแม่น้ำเผาขึ้นอยู่กับขนาดที่แตกต่างกันไป และขึ้นอยู่กับฤดูกาล โดยร้านป้าเรียมมีกุ้ง 3 ขนาดให้ลูกค้าเลือกซื้อ คือไซต์เล็กสุด จะมีขนาดประมาณ 20-30 ตัว ต่อ 1 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 380บาท ขนาดกลาง 10-20 ตัวต่อ 1 กิโลกรัมขายกิโลกรัมละ 450 บาท และไซต์ใหญ่สุดซึ่งมีขนาด 6-10 ตัวต่อ 1 กิโลกรัมราคากิโลละ 800 บาท ซึ่งขนาดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือขนาดเล็ก เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่มากันเป็นครอบครัวและจะสามารถแบ่งกุ้งกันในครอบครัวได้ทั่วถึงมากกว่าขนาดใหญ่

โดยในแต่ละวันร้านขายกุ้งจะต้องเดินทางไปรับซื้อกุ้งเป็นๆ จากบ่อกุ้งในจังหวัดสุพรรณบุรี เพราะหากข้ามวันกุ้งอาจจะตาย ซึ่งกุ้งที่ตายแล้วทางร้านจะนำมาลดราคาขายในราคา ‘กุ้งน็อค’ ซึ่งทางร้านป้าเรียมจะนำไซต์เล็กและไซต์กลางมารวมกัน และขายในราคา 300 บาท ส่วนไซต์ใหญ่ที่จากเดิมขายในราคากว่า 800 บาท หากขายไม่หมด ป้าเรียมจะนำมาขายในราคา 550 บาท

ส่วนรายได้ในการจำหน่ายกุ้งเผาในแต่ละวันจะไม่เท่ากัน ถ้าหากเป็นวันธรรมดาร้านป้าเรียมจะสามารถขายกุ้งเผาได้ประมาณ 10-30 กิโลกรัมต่อวัน แต่หากเป็นช่วงวันเสาร์อาทิตย์ จะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นมาเป็นเท่าตัว แต่ช่วงที่ขายดีที่สุดจะเป็นช่วงเทศกาลวันปีใหม่ โดยในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาป้าเรียมเปิดเผยว่า มีรถสัญจรเดินทางออกต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก ทางร้านจึงสามารถขายกุ้งได้กว่า 100 กิโลกรัมต่อวัน แต่ในช่วงที่เงียบเหงาจะมีรายได้ไม่สม่ำเสมอ

นอกเหนือจากกุ้งเผาที่ตั้งขายตามจุดต่างๆ ตลอดเส้นทาง ซึ่งเป็นสินค้าที่สามารถหาทานได้อย่างง่ายดายและมีราคาย่อมเยาว์แล้ว ยังมีไข่เป็ดซึ่งเป็นไข่ของเป็ดไรทุ่ง ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติตามทุ่งนาที่มีอยู่ตลอดสองข้างทางถนนสายดังกล่าว ซึ่งไข่เป็ดชนิดนี้จะมีไข่แดงที่มัน มีสีสด และที่สำคัญขายในราคาไม่แพง เริ่มต้นที่ถุงละ 100 บาท โดยนอกจากกุ้งและไข่เป็ดแล้ว ยังมีสินค้าพืชผลพื้นบ้านอื่นๆ ตามฤดูกาล เช่นลูกตาลที่เฉาะขายกันสดๆ ให้นักเดินทางได้เลือกซื้อกันในบางช่วง