รัฐบาลเผย ร.10 ยังไม่มีพระราชกระแสรับสั่ง เตรียมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

รองนายกฯ วิษณุ เผย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังไม่มีพระราชกระแสรับสั่งเตรียมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พร้อมปัดเสนอแก้กฎหมาย ป.ป.ช.รับของเกิน 3,000 บาท

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (8 ม.ค. 256)  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวถึงงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า ตนยังไม่ทราบข่าว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังไม่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ลงมา ซึ่งในส่วนของงานนั้น มีบางส่วนที่สำนักพระราชวังต้องปฏิบัติ และมีบางส่วนที่รัฐบาลต้องปฏิบัติ ซึ่งส่วนใหญ่จะหนักไปในเรื่องพระราชพิธี ไม่เหมือนงานงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯที่ต้องมีการก่อสร้างพระเมรุมาศ

ซึ่งเป็นส่วนที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบ แต่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ไม่ต้องมีการก่อสร้าง ใช้พระราชวังเป็นสถานที่ พราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธี แต่มีบางส่วนที่รัฐบาลต้องจัดเตรียม แต่ขณะนี้ยังไม่มีพระราชกระแสรับสั่งลงมา จึงยังไม่มีอะไรต้องจัดเตรียมในขณะนี้

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก, ข่าวในหลวง

พร้อมกันนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ยังได้กล่าวถึงการแก้ไขกฎหมาย ป.ป.ช. ว่าด้วยการรับทรัพย์สิน หรือ ประโยชน์อื่นใดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ มาตรา 103  และประกาศแนวทางการปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐตามกฎหมาย ป.ป.ช. ปี 2544 เกี่ยวกับการรับสิ่งของหรือทรัพย์สินอื่น มูลค่าไม่เกิน 3,000 บาท ว่า

ตนเองไม่ได้เสนอให้มีการปรับวงเงิน แต่พูดคุยกับสื่อว่า อาจมีการปรับปรุงตัวเลข 3,000 บาท เนื่องจากกฎหมายบังคับใช้ตั้งแต่ ปี 2542 แต่หากไม่เห็นด้วยก็ไม่ว่ากัน แต่เรื่อง 3,000 บาท ไม่อยู่ในกฎหมาย มีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คือ กฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 103 ที่ระบุว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐ-ข้าราชการ รับไม่ได้แม้แต่บาทเดียว

เว้นแต่เป็นการรับโดยธรรมจรรยา จรรยาบรรณ ตามวงเงินที่ ป.ป.ช. ประกาศและกำหนดไว้ ภายใต้เงื่อนไข 3 ข้อ 1. การรับจากญาติ ไม่กำหนดวงเงิน 2. การรับจากบุคคลที่ไม่ใช่ญาติในโอกาสต่างๆ ไม่เกิน 3,000 บาท และ 3. บุคคลทั่วไป จะเกินหรือไม่เกินก็ได้ เพราะทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับ

ทั้งนี้ เน้นย้ำว่า กฎหมายไม่ได้ห้ามคนให้ แต่ห้ามคนรับ แต่ไม่ได้หมายความเฉพาะนักการเมืองเท่านั้น แต่รวมถึงนักการภารโรง เจ้าหน้าที่ธุรกิจ จนถึงพนักงานรัฐวิสาหกิจ กรรมการต่างๆ และเอกชน ที่เป็นบอร์ดของรัฐ หรือพูดง่ายๆ คือ ห้ามรับเกิน 3,000 บาท  อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ตนเองไม่ใช่ผู้เสนอ เพราะตนและรัฐบาลเสนอไม่ได้

เข้าไปได้ยังไง?? ภาพกู้ภัยช่วยหญิงสาว หลังพลาดเดินตกท่อ ขาติดตะแกรงเหล็ก

แชร์ว่อน ภาพกู้ภัยช่วยหญิงสาวเดินตกท่อ ขาติดตะแกรงเหล็กขนาดเล็กออกไม่ได้ ด้านชาวเน็ตแซะเบาๆ ปลอดภัยแน่นอนเพราะไม่มีตกมีแต่เหล็กจะหัก

เกิดเป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก Mr-Nice Yuaisuay ได้มีการเผยแพร่ภาพนาทีระทึก ขณะเจ้าหน้าที่กู้ภัย และชาวบ้านเข้าช่วยหญิงสาวรายหนึ่งที่พลาดเดินตกท่อขาติดอยู่กับตะแกรงท่อระบายน้ำ โดยภาพได้เผยให้เห็นว่า หญิงสาวคนดังกล่าวนั่งอยู่ที่พื้น

โดยที่ขาข้างหนึ่งติดอยู่กับตะแกรงเหล็กขนาดเล็กที่ใช้ครอบท่อระบายน้ำ ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นที่บ้านไผ่ เคยเห็นแต่ในทีวี เห็นกับตาแล้วครัฟ ซึ่งเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2561 ที่ผ่านมา

ตกท่อ, ท่อระบายน้ำ, ข่าวสดวันนี้

ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น โดยต่างไม่คาดคิดว่าจะมีคนพลาดตกท่อระบายน้ำได้เพราะความกว้างของฝาท่อระบายน้ำนั้นแคบมาก ขณะที่บางส่วนได้แสดงความเห็นแบบติดตลกว่า เหตุการณ์แบบนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นกับตัวเองได้แน่นอน เพราะไม่มีทางที่ขาจะเข้าไปติดตะแกรงเหล็กได้ บางก็ว่าปลอดภัยแน่นอนเพราะไม่มีตกมีแต่เหล็กจะหัก เป็นต้น

ตกท่อ, ท่อระบายน้ำ, ข่าวสดวันนี้

เปิดจุดพ่นหมวกสะอาดไร้กลิ่น นำร่องรอบสยามสแควร์

ผู้บัญชาการตำรวจ พร้อมคณะผู้บริหารของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดจุดพ่นหมวกสะอาดไร้กลิ่น นำร่องรอบสยามสแควร์ 

วันนี้ (8 ม.ค. 61) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในฐานะโฆษก ตร. พร้อมคณะผู้บริหารของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย รศ.ดร.แนบบุญ หุนเจริญ ผู้ช่วยอธิการบดีด้านวิชาการจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกันเปิดกิจกรรม “ หมวกสะอาดไร้กลิ่น นั่งวินปลอดภัย” เพื่อแจกให้กับ ตัวแทนของรถจักรยานยนต์รับจ้างนำไปใช้กับผู้โดยสารในขณะนั่งซ้อนท้าย โดยเป็นความร่วมระหว่าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พล.ต.อ.วิระชัย เปิดเผยว่า จากการแสวงหาความร่วมมือกับภาคเอกชน จนได้รับความร่วมมือจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่นำผลงานวิจัยมาพัฒนาสู่หมวกกันน๊อคซิลเวอรนาโน ที่เน้นความสะอาด ให้ปชช.หันมาสวมหมวกกันน๊อคขณะซ้อยท้ายจยย.รับจ้าง ซึ่งจะสอดคล้องกับการรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุ ที่สถิติพบว่า การสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บมักเกิดจากศีรษะกระแทกจากการขับรถจยย. ซึ่งหากสวมหมวกกันน๊อคจะเกิดความ ปลอดภัยถึง 6 เท่า

ซึ่งทั้งสองหน่วยงานยังร่วมกันปล่อยแถวรถจักรยานยนต์รับจ้าง เพื่อเคลื่อนขบวนไปยังไปยังบริเวณสามแยกเฉลิมเผ่า ในการช่วยกันร่วมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้บริการวินจยย. สวมใส่หมวกกันน๊อคในขณะที่โดยสารรถจักรยานยนต์รับจ้างอย่างสบายใจ โดยเบื้องต้นจะมอบหมวก 300 ใบ ให้กับจยย.วินในพื้นที่จุฬาฯ และสยามสแควร์ เขตปทุมวันได้นำไปใช้

ขณะที่ รศ.ดร.แนบบุญ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับโครงการดังกล่าวเป็นการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ในการเคลือบหมวกกันน็อคด้วยซิลเวอร์นาโนซึ่งช่วยในการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคมาใช้อย่างสร้างสรรค์ลดปัญหากลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ของหมวกกันน็อคและเชื้อโรคที่อาจจะเกิดขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มผู้โดยสารที่ใช้รถจักรยานยนต์รับจ้างส่วนใหญ่มักจะปฏิเสธการสวมหมวกกันน็อค เพราะกังวลเรื่องกลิ่นและเชื้อโรคต่างๆ

โดยทางจุฬาฯ ได้ร่วมกับภาคเอกชน ตั้งจุดให้บริการพ่นทำความสะอาดหมวกกันน๊อค นำร่องที่บริเวณวินจยย.CIMB ถนนอังรีดูนังค์ ใกล้แยกเฉลิมเผ่า เขตปทุมวัน เพื่อผู้ขับขี่วินจยย.นำหมวกสำหรับคนซ้อนและตนเอง รวมถึงประชาชนทั่วไปที่สนใจ นำหมวกมารับบริการได้ฟรี ซึ่งจะให้บริการไปจนถึงวันที่ 28 ก.พ.61 ตั้งแต่เวลาประมาณ 06.00-18.00 น.

ทีมข่าว MThai News ได้สอบถามผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ โดยนางสาว ศุภกานต์ ฤทธิพลาดิสัย อายุ 22 ปี 4 จากมหาวิทยาลัย กรุงเทพ รังสิต กล่าวว่า ตนเองใช้บริการจักรยานยนต์รับจ้างเป็นประจำเมื่อหมวกสะอาดไร้กลิ่น ก็สบายใจขึ้น ไรกังวลเรื่องกลิ่นติดผม

ด้านนาย ประเสริฐ พนวจันทร์ ผู้ให้บริการจักรยานยนต์รับจ้าง ย่านปทุมวัน เปิดเผยว่า มีโครงการนี้ขึ้นมาอาจจะทำให้ นักศึกษาหรือบุลคลทั่วไปมั่นใจที่จะส่วมใส่หมวกกันน๊อคมากขึ้นในวินตนเอง ซึ่งที่ผ่านมา มีผู้ปกครองของนักศึกษาบางรายตำหนิเรื่องความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม หมวกกันน๊อคที่นำมาพ่นซิลเวอร์นาโน สามารถอยู่ได้นาน 3-6 เดือน โดยไม่จำเป็นต้องนำไปตากแดด ส่วนการให้บริการตัวเครื่องสามารถทำงานได้นานถึง 8 ชม. ใช้เวลาพ่นต่อหมวก 1 ใบประมาณ 15 วินาที ซึ่งจะให้บริการได้ประมาณ พันกว่าใบต่อ 1 วัน พร้อมกันนี้จะมีการขยายออกไปยังสี่มุมรอบสยามสแควร์ และรอบๆ ในเขตปทุมวัน และในเส้นสุขุมวิท ก่อนจะขยายให้รอบกรุงเทพฯ