ปลัด สธ. สั่งยกเลิกประกาศ ห้ามชาร์จแบตมือถือในสถานที่ราชการ

สธ. สั่งยกเลิกห้ามชาร์จแบตมือถือในสถานที่ราชการ ยันทำตามมาตรการประหยัด ป.ป.ช. ชี้เข้าใจถึงความอ่อนไหวในการปฏิบัติ

จากกรณีที่กระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศถึงหน่วยงานของสาธารณสุขทั่วประเทศ เรื่อง มาตรการป้องกันกรณีการใช้ทรัพย์สินของทางราชการ ซึ่งหนึ่งในข้อห้าม คือ ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐนำโทรศัพท์เคลื่อนที่ส่วนตัวมาชาร์จไฟในสถานที่ราชการ ทำให้กรณีดังกล่าวเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักนั้น

ล่าสุดวานนี้(6 ม.ค. 61) นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้ออกหนังสือเวียน ยกเลิกประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง มาตรการป้องกันกรณีการใช้ทรัพย์สินของทางราชการแล้ว มีผลตั้งแต่ 6 มกราคม 2561 หลังเกิดข้อถกเถียงในสังคม กรณีห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐนำโทรศัพท์มือถือมาชาร์จไฟในสถานที่ราชการ ทั้งเป็นการยากในการปฏิบัติ หรือแม้แต่ทำสังคมอยู่ยาก เพราะในการทำงานปัจจุบัน ต้องพึ่งพาโทรศัพท์มือถือในการติดต่อ

ทั้งนี้ จะทำหนังสือถามความเห็นจากทุกฝ่ายว่า สามารถปฏิบัติได้จริงหรือไม่ ส่วนที่มีการแจ้งในประกาศก่อนนั้น เพื่อต้องการบอกให้ระมัดระวังในการใช้ทรัพย์สินของทางราชการ ตามที่ ป.ป.ช. ระบุ อีกทั้งที่ผ่านมาภายในกระทรวงสาธารณสุขเคยได้รับการร้องเรียนว่า มีการนำรถยนต์มาจอดทิ้งไว้ จนญาติหรือคนไข้ไม่ได้ความสะดวกในการใช้บริการ หรือการนำรถยนต์มาล้างในสถานที่ราชการด้วย

อย่างไรก็ตาม เข้าใจถึงความอ่อนไหวในการปฏิบัติ เพราะส่วนใหญ่ของข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข ต้องปฏิบัติงานต่อเนื่องทั้งในเวลา และนอกเวลาราชการ จึงสั่งยกเลิกประกาศ ห้ามชาร์จแบตมือถือในสถานที่ราชการ

‘เสก โลโซ’ ปัดเสพยา แจงยิงปืนแก้บน พร้อมรับทราบข้อหา 12 ม.ค.นี้

นักร้องชื่อดัง “เสก โลโซ” แจงยิงปืนแก้บน ปัดเสพยาชี้กินยานอนหลับ และยารักษาโรคไบโพล่าร์ พร้อมรับทราบข้อหา 12 ม.ค.นี้

วันนี้(7 ม.ค.) นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ ชี้แจงกรณียิงปืน หน้าศาลเจ้าพ่อตากสิน ในบริเวณวัดขุนเขาพนม จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อ 28 ธันวาคม 2560 ทีผ่านมา ว่า ตั้งใจยิงถวายแก้บนตามความเชื่อส่วนตัว เนื่องจากเคยบนขอพร เจ้าพ่อตากสินเอาไว้ก่อนหน้านี้ แต่ยืนยันหลวงพ่อที่วัดไม่ทราบเรื่องตัวเองจะยิงปืน และตัวเองก็ไม่คิดว่า จะเป็นเรื่องใหญ่ แต่อาจเพราะมีการถ่ายทอดสด ผ่านเฟซบุ๊ก เลยเป็นเรื่องดัง แต่ก็ยอมรับผิดที่ยิงปืนขึ้นฟ้า แต่ก่อนยิงมั่นใจแล้วว่ารอบข้างไม่ได้มีบ้านพักอาศัยของประชาชน มีแต่ภูเขา จึงตัดสินใจยิง

นายเสกสรรค์ บอกด้วยว่า หลังผ่านคืนที่ยิง ก็รู้ว่าตำรวจท้องที่ออกหมายจับตัวเอง แต่ไม่ได้ไปพบตำรวจ เนื่องจากมีตารางานแสดงคอนเสิร์ตที่จ.หนองคาย แต่เมื่อกลับมาที่บ้านก็พบว่า มีตำรวจมาที่บ้าน เวลา ประมาณ 10 นาฬิกา พร้อมแจ้งให้ไปมอบตัวที่สถานีตำรวจ ตัวเองก็ถามหาหมายค้น จากตำรวจชุดแรกที่มาบ้าน แต่ไม่มีการนำมาแสดงก่อนจะผ่านไปอีก 1 ชั่วโมง ต่อมาก็พบว่ามีตำรวจ จำนวนมาก ร่วมถึง มีผู้กำกับ สน.คันนายาว มาที่บ้าน พร้อมแสดงหมายค้น แต่ตลอดระยะเวลาที่จะขอเข้ามาค้นในบ้านพักไม่มีการแสดงหมายค้น หรือให้คนของตนเองได้อ่านในรายละเอียด จนต่อมามีการให้นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ รวมถึง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้ามาร่วมจับกุมตนเองภายในบ้าน ก่อนจะพาตัวไปสอบสวนที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งหากมีการแสดงหมายค้นตามขั้นตอน ตนเองก็ยินยอมที่จะให้ควบคุมแต่โดยดี ส่วนที่มีการพูดว่า “หากเข้ามาจะยิง” เนื่องจากขณะนั้นอยู่ในอารมณ์โมโห ที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการแสดงหมายค้นอย่างชัดเจน แต่ใช้กำลังบุกรุกเข้ามาในบ้านพักของตน

นายเสกสรรค์ มีการตั้งข้อสงสัยในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ คือ การบุกเข้าบ้าน โดยที่ตำรวจไม่ได้แสดงหมายค้นให้ดู และเมื่ออ้างว่ามีหมายค้น ก็ไม่ได้แสดงหมายค้น ให้ดู แม้จะอ่านให้ฟังก็อ่านเพียงสั้น ๆ ไม่ได้ใจความ จากนั้นสถานการณ์ ก็เกิดขึ้นต่อเนื่องจนถึงการเข้าควบคุมตัว ซึ่งเรื่องนี้จะปรึกษาทีมงาน ว่าจะสามารถดำเนินการฟ้องร้องเอาผิดในประเด็นกระทำการเกินกว่าเหตุได้หรือไม่ และกับใครบ้าง รวมถึงเรื่องพิจารณาจะดำเนินการเรียกร้องขอความเป็นธรรม ค่าเสียหาย ต่อทรัพย์สินในบ้านพัก และความเสียหายต่อชื่อเสียงที่เกิดขึ้น ด้วย

ส่วนกรณีการพกปืน นักร้องหนุ่มอ้างว่า เมื่อก่อนเคยมีใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนจริง และส่วนตัวเวลาเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ไปต่างจังหวัด หรือไปที่ไหน ก็จะพกพาไปด้วยตลอด เป็นปกติแต่ช่วงหลังมานี้ไม่มีใบอนุญาตพกพาปืนแล้ว แต่ก็ยังพกพาติดตัว ส่วนว่าปืนจะเป็นของใคร นักร้องหนุ่มยังไม่ได้ให้รายละเอียด

อีกกรณีที่นายเสกสรรค์ ชี้แจงคือ ผลการตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย ที่ ผลออกมาเป็นสีม่วง ยืนยันว่าเป็นเพราะตัวเองกินยานอนหลับและ ยารักษาอาหารการไบโพล่าร์ที่ได้รับจากแพทย์ ที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ก่อนหน้านี้ ขณะที่ผลทางนิติเวช แพทย์ระบุว่า ปัสสาวะที่พบว่าสีม่วงเกิดจากมีเมทแอมเฟตามีน ปะปนอยู่ ซึ่งถือว่าเป็นสารในกลุ่มยาเสพติดประเภทยาไอซ์หรือยาบ้า และสารเอ็มดีเอ็มเอ อยู่ในกลุ่มประเภทยาอี ทั้งนี้”เสก” ยังยืนยันว่า ในวันที่ 12 ม.ค.นี้ จะไปรับฟังข้อกล่าวหาแน่นอน

นอกจากนี้ ยังชี้แจงถึง การเลี้ยงอาหารร่วมกันกับตำรวจ หลายนาย ที่ปรากฏในภาพเผยแพร่ทางออนไลน์ ระบุว่า เป็นคนเชิญชวนด้วยตัวเอง เพราะต้องการขอบคุณ เท่านั้น และตอนนี้รู้สึกเสียใจที่ทำให้ตำรวจหลายนายต้องเดือดร้อน จึงอยากขอให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พิจารณาในคำสั่งย้ายดังกล่าว เพื่อความเป็นธรรมต่อเจ้าหน้าที่ เพราะส่วนตัวขณะถูกคุมตัว ไม่ได้มีการได้รับสิทธิพิเศษ แต่อย่างใด และตนเองก็ไม่ได้มีการรู้จักกับผู้กำกับทั้งสองแต่อย่างใด แต่ในส่วนของสารวัตรที ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ยอมรับว่ารู้จักเป็นการส่วนตัวมานาน เพราะมีการช่วยเหลือดูแลกันมาตลอด

ส่วนที่มีกระแสว่ามีประเด็นทางการเมือง ขอยืนยันว่าตนเองเป็นคนกลาง ไม่มีสี ไม่เลือกข้าง และเรื่องนี้ไม่ได้มีเรื่องทางการเมืองมาเกี่ยวขออย่าโยงเรื่องนี้ไปในทางการเมือง

นอกจากนี้ นักร้องหนุ่มยังขอโทษประชาชนไทย และผู้ใหญ่ รวมทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในประเทศไทย ที่ได้กระทำลงไป พร้อมขอให้เข้าใจกับความจริงที่ได้เปิดเผยในวันนี้

ดีเจเน็ตไอดอล ‘อ้อนน้อย’ เคยเป็นข่าวดัง คดีทุบหน้าสาว ละทางโลกมุ่งสู่ทางธรรม

ดีเจเน็ตไอดอล ‘อ้อนน้อย’ เคยเป็นข่าวดัง คดีทุบหน้าสาว ละทางโลกมุ่งสู่ทางธรรม ถือศีล 10 บวชชี ณ เสถียรธรรมสถาน

จากกรณีที่ดีเจสาวหล่อเน็ตไอดอลชื่อดัง “ชื่นจิตร เตมีศักดิ์” หรือ “ดีเจอ้อนน้อย” ที่เคยเป็นข่าวดังเมื่อกลางปี 2560 ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงเช้าวันที่ 6 ม.ค. 2561 ณ.เสถียรธรรมสถานได้จัดให้มีการบวชพุทธสาวิกาศีล 10 ใน “โครงการบวชพุทธสาวิกาศีล 10 อนุสาวรีย์มีชีวิตถวายพ่อ” ดีเจสาวหล่อ “อ้อนน้อย” ได้เข้าพิธีปลงผมบวชภิษุณี ที่ลานโพธิ์ เสถียรธรรมสถาน เพื่อทดแทนคุณบิดามารดาและพักต่างปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยมี “แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต” เป็นผู้ขลิบผมให้ผู้เตรียมบวช ซึ่งระหว่างที่ทำพิธีบวช “ดีเจอ้อนน้อย” ก็ได้หลั่งน้ำตาออกมาอยู่ตลอดเวลาด้วยความปลื้มปิติยินดี โดย “ดีเจอ้อนน้อย” ได้ตัดสินใจบวชเป็นเวลา 9 วัน แต่ว่ามาอยู่ที่นี่ก่อนหน้าที่บวชประมาณหนึ่งอาทิตย์เพื่อถือศีลและท่องบทสวดก่อน”

อย่างกรณีดีเจอ้อนน้อยที่ถูกสังคมประนามไปก่อนว่าผิด?

คือตรงนี้คุณแม่ก็ไม่ได้ทราบมาก่อนประวัติของเค้านะค่ะ เพราะเค้าเองก็ไม่ได้เล่าว่าใครจะถูกประนามมายังไง แต่คุณแม่มองดูในใจที่เป็นกลาง วางอคติ แล้วคิดว่าการบวชของเค้าคือกุศล ซึ่งคนจะมองเค้ายังไงก็ไม่เท่ากับเค้าทำอะไรอยู่ตอนนี้ ถ้าเค้าทำไม่ดีแล้วเค้าจะทำสิ่งที่ดี มันจะทำได้ยาก เค้าจะรักษาใจของเค้าให้บริสุทธิ์ ตั้งมั่น สวดภาวนาเดินทางของเค้าต่อไป คุณแม่ว่าโอกาสที่เค้าจะเริ่มต้นเนี่ย มันคือการให้ตัวเองได้มีสำนึกที่ถูกต้อง เราคงไม่ได้ต้องการขยะทั้งโลกนี้ ใครไม่ดีก็บอกว่าเลว เป็นขยะ แต่ถ้าเราเอาสิ่งนั้นมาเป็นปุ๋ยของชีวิตล่ะ ทำขยะให้เป็นกุศลด้วยการเอามาปลูกต้นไม้ ต้นไม้ก็โต แล้วถ้าเค้าทำใจเค้าให้เป็นกุศลได้จากสิ่งที่ในอดีตเค้าจะเป็นจริงหรือไม่จริงก็ไม่รู้ แต่เราให้โอกาสเค้า คุณแม่ว่านี่คือปัญญา เรามองคนที่การกระทำในปัจจุบัน เอาประโยชน์จากปัจจุบันตรงนี้ ให้คนได้สำรวม ระวัง ถ้าอดีตเคยใมจร้อนก็จะได้ใจเย็นลง ถ้าอดีตเคยเร็วก็จะได้ช้าขึ้นชัดขึ้น แล้วการได้คนนึงคนที่เค้าสำนึกดีอย่างนี้คุณแม่ว่าเป็นการให้อภัยกันลึกซึ้งมันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่าง 360 องศาเลยนะ มาให้โอกาสคนมาให้กำลังใจคน แล้วชื่นชมยินดีในกันและกันดีกว่าไหม

ที่เสถียรธรรมสถานที่นี่สอนยังไงบ้าง?

ทำให้คนมีปัจจุบันขณะที่สง่างามที่สุด อดีตจบ ปัจจุบันขณะประเสริฐที่สุด อนาคตก็ไม่ต้องแก้ตัว คือคุณแม่มองว่ามนุษย์ทุกคนเปลี่ยนแปลงได้ถ้าเค้าได้โอกาส เพราะฉะนั้นการให้โอกาสเป็นเรื่องที่สำคัญในสังคมนี้ เรามาให้โอกาสกันเถอะ อย่ามัวแต่จับผิดกันเลย มาจับถูกกันเถอะ แล้วเท่าที่มองดูคุณแม่ก็มองเห็นว่าเค้าเองก็เปลี่ยนไปนะ แรกๆ ก็หน้าเศร้า พออยู่ไปพอบวชก็เออนะ เพราะว่าเค้ามาปฏิบัติก่อนล่วงหน้า เค้าก้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเค้าตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลง เห็นเค้าเปลี่ยนไปออร่าาเค้าก็เปลี่ยนแล้ว มาวันแรกเค้าก็หน้าเศร้าๆ คุณแม่ก็ไม่รู้ว่าใครเป็นใครนะคะ เพราะคุณแม่ไม่ได้อยู่ในสังคม แต่ก็อยากจะอนุโมท นาว่าถ้าสังคมให้โอกาส สังคมก็จะได้โอกาส”