ซึ้ง! สามีทำฝันให้ภรรยา ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ใส่ชุดวิวาห์ถ่ายเวดดิ้ง

ซึ้ง! สามีทำฝันสุดท้ายให้ภรรยาป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ใส่ชุดวิวาห์ท้ายถ่ายเวดดิ้งที่จ.เพชรบูรณ์

วันนี้(7 ม.ค.) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวจากเฟซบุ๊ก Akestory Storylovewedding ได้โพสต์ภาพและข้อความบรรยายถึงความรู้สึกหลังรับงานเดินทางไปถ่ายเวดดิ้งให้กับคู่รักหนุ่มคนไทย ที่ต้องการทำความฝันสุดท้ายให้กับภรรยาสาวชาวม้ง ที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายที่บ้านเข็กน้อย ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์เมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา

ด้วยความรู้สึกสุดแสนสะเทือนใจ  จึงนำภาพชุดในขณะที่แฟนหนุ่มแสดงความรักต่อสาวคนรักในชุดวิวาห์ ท่ามกลางน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของคนทั้งสอง กระทั่งกลายเป็นสิ่งที่บีบค้นหัวใจชาวโซเชียลหลายราย จนถึงกับปาดน้ำตาให้กับพลังแห่งความรักของสามีภรรยาคู่รักคู่นี้ ขณะเดียวกันยังพากันให้กำลังใจสามีภรรยาคู่นี้อย่างท่วมท้นอีกด้วย

สำหรับสามีภรรยาคู่นี้เมื่อ 14 ปีก่อนได้แต่งงานตามประเพณีของชนเผ่าม้ง จากนั้นทั้งสองเดินทางไปทำงานต่างประเทศ โดยความฝันของหญิงสาวรายนี้ทั้งก่อนหลังหลังเจ็บป่วย ต้องการจะสวมใส่ชุดเจ้าสาวในแบบชุดราตรี เพื่อถ่ายรูปร่วมกับสามีสักครั้ง แต่เนื่องจากฝ่ายหญิงสาวเกิดการเจ็บป่วยโดยแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นป่วยมะเร็งในสมอง ซึ่งสามีพยายามปิดบังไว้เนื่องจากไม่ต้องการให้ภรรยาสาวเสียกำลังใจจนสุขภาพทรุดหนัก และภายหลังนำภรรยากลับมารักษาที่ จ.เพชรบูรณ์

กระทั่งล่าสุดสามีซึ่งทำงานในต่างประเทศเดินทางกลับมาเยี่ยมภรรยา และเห็นสาวคนรักอาการเริ่มทรุดหนัก จึงตัดสินใจทำความฝันของสาวคนรักให้เป็นความจริง พร้อมขอความช่วยเหลือไปยังเว็บเพจชื่อดัง “แหม่มโพธิ์ดำ” ได้รับความช่วยเหลือจนความฝันกลายเป็นจริงดังกล่าว

รวบ 3 ผู้ต้องหาร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกเหยื่อสูญเงินกว่า 100 ล้าน

ตำรวจท่องเที่ยว รวบ 3 ผู้ต้องหาร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกเหยื่อสูญเงินกว่า 100 ล้าน เตรียมหารือ ปปง. อัยการ ถกแนวทางแก้ไขปัญหา

วันนี้(7 ม.ค.) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว แถลงจับกุม นายวสิฐวิชญ์ สุขเบื้องบน อายุ 43 ปี, นายณัฐพงษ์ ตรัยรัตนยนต์ อายุ 38 ปี และ นายซู เช่าหลง อายุ 22 ปี สัญชาติไต้หวัน ผู้ต้องหาเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และมีหมายจับของศาลอาญา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน พร้อมยึดของกลาง เป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดของกลุ่มผู้ต้องหา หลายรายการ หลังจาก มีกลุ่มขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โทรไปหลอกลวงผู้เสียหาย จนหลงเชื่อโอนเงินให้กับทางแก๊งแล้ว ผู้ต้องหากลุ่มนี้ ก็จะไปทำการตระเวนกดเงินจากตู้ ATM ตามพื้นที่ต่างๆ ทั้ง ลาดพร้าว ทองหล่อ บางเขต บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า แผนประทุษกรรมของแก็งคอลเซ็นเตอร์ จะมีนายทุนเป็นชาวไต้หวัน และเครือข่ายเป็นคนไทย จากนั้นว่าจ้างบุคคลให้เปิดบัญชี เพื่อรับโอนเงินจากผู้เสียหาย ก่อนที่จะมีกลุ่มผู้ต้องหาอีกส่วน ทำหน้าที่กดเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม หรือ ที่เรียกกันว่า “ม้ากดเงิน” ซึ่งขบวนการนี้มีคนไทย ร่วมกับชาวต่างชาติ ที่ตำรวจขอศาลออกหมายจับทั้งหมด 44 ราย จับกุมได้ แล้ว 28 ราย ผู้เสียหายชาวไทย ทั้งรายเก่า และรายใหม่ ทั่วประเทศ ที่ตำรวจท่องเที่ยวบูรณาการ รับเรื่องร้องทุกข์ไว้ทั้งหมด 226 ราย รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 100 ล้านบาท

สำหรับแนวทาง การให้ความช่วยเหลือทางคดีกับผู้เสียหายนั้น ในสัปดาห์หน้า คณะพนักงานสอบสวน ทั้งหมด จะเข้าหารือกับอธิบดีอัยการสำนักงานเศรษฐกิจและทรัพยากร เพื่อหาแนวทางในการฟ้องร้องดำเนินคดี เพื่อนำเงินมาคืนให้กับผู้เสียหายให้เร็วที่สุด ส่วนประเด็นที่มีการโอนเงินออกนอกประเทศไปแล้วนั้น จะได้ประสานกับ ปปง. เพื่อหาแนวทางนำเงินกลับมาคืนให้กับผู้เสียหายได้

อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ พนักงานสอบสวน จะคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ไปฝากขังที่ศาลอาญาพร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นกลุ่มอาชญากรรม หากให้ประกันตัวจะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานและไปก่อเหตุซ้ำอีก