ชาวนาฉลาดล้ำ!! ผนวกเทคโนโลยี 4.0 ประดิษฐ์รถไถบังคับมือ

ชาวนาฉลาดล้ำ!! ผนวกเทคโนโลยี 4.0 ประดิษฐ์ “รถไถนาอินฟราเรดบังคับวิทยุ” ทุ่นแรงเกษตรกร

กลายเรื่องฮือฮาบนโลกออนไลน์ทันที หลังจากมีการแชร์คลิปของเกษตรกรชาว ต.เกาะตาเลี้ยง อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ซึ่งเผยให้เห็นถึงความสามารถการผสมผสานเทคโนโลยี 4.0 เข้ากับเครื่องใช้ไทบ้าน จนออกมาเป็น “รถไถนาบังคับวิทยุ” ฝีมือการผลิตโดยคนไทยที่ต้องยกนิ้วให้พร้อมจดทะเบียนสิทธิบัตรแล้วเรียบร้อย

สำหรับ “รถไถนาบังคับวิทยุ” ใช้จอ GPS ของรถยนต์ , จอคอมพิวเตอร์เก่าที่ไม่ใช้แล้ว หรือจอโทรทัศน์ เสียบสายอุปกรณ์ต่อช่อง AV-input ไม่ต้องแปลงสัญญาณ คอยบังคับวิทยุดูรถไถทำงานผ่านหน้าจอทีวีที่บ้าน กล้องวีดีโอที่ทดลองนำมาติดกับตัวรถไถ เป็นกล้องถอยหลังรถยนต์ ซื้อมาจากตลาดนัด ราคาแค่หลักร้อยบาท มีอินฟราเรดด้วย ทำให้สามารถไถนาตอนกลางคืนได้อีกด้วย

นอกจากนี้ “นายอาทิตย์ เพ่งกิจ” เปิดเผยว่า ตนมีนิสัยชอบคิดสร้างสรรค์ มีผลงานสิ่งประดิษฐ์หลายอย่าง เรียนจบไฟฟ้า และมีพื้นฐานความรู้ทั้งไฟฟ้าและช่างยนต์ ปัจจุบันทำงานเป็นช่างปรับอากาศอยู่ที่กรุงเทพฯ ส่วนแนวคิดการประดิษฐ์รถไถนาบังคับวิทยุ เพราะเป็นลูกชาวนา เคยทำนา จึงอยากใช้ความรู้ความสามารถที่มีเพื่อทุ่นแรงเกษตรกร

ขอขอบคุณข้อมูล : อาทิตย์ เพ่งกิจ 

รวบ 2 อินเดียปล่อยเงินกู้ ดอกเบี้ยโหด ลูกหนี้กว่าพันราย

ตร. จับ 2 อินเดียปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหด อึ้งพบบัญชีลูกหนี้กว่า 1 พันราย

พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) แถลงการจับกุมนายซานโตส คูมา มาเดชีญา (Maddeshiya Sanoths Kumar) สัญชาติอินเดีย ผู้ต้องหาปล่อยเงินกู้ เรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ที่บริเวณหน้าร้านขายของชำ ไม่มีเลขที่ ตรงข้าม ซี วัน แมนชัน ซอยสุขุมวิท 50 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ เมื่อวานที่ผ่านมา

พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้จับกุมตัวนายซูดาเกอร์ คูมา ยาเดฟ (Sudhakar Kumar Yadav) สัญชาติอินเดีย ในข้อหาปล่อยเงินกู้เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ได้ที่บริเวณเซอร์รี่มาสสาจ ซอยสุขุมวิท 24 /1 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ และจากการสืบสวนขยายผลไปถึงร้านขายของชำ ไม่มีเลขที่ ตรงข้าม ซี วัน แมนชัน ซอยสุขุมวิท 50 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ พบนายซานโตส กำลังเก็บดอกเบี้ยปล่อยเงินกู้ให้กับประชาชนทั่วไป จึงแสดงตัวจับกุม ยึดของกลางเป็นสมุดจดบันทึกลูกค้าพร้อมเงินสด จำนวน 4,000 บาท

ด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานาน จากการสืบสวนพบว่ามีเครือข่ายชาวอินเดียเข้ามากระทำความผิดในลักษณะเดียวกันเป็นจำนวนมาก และทำมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ซึ่งจากรายชื่อในสมุดที่ตรวจยึดได้ พบมีลูกหนี้ไม่ต่ำกว่า 1,000 รายชื่อ ส่วนใหญ่เป็นคนไทย กู้ตั้งแต่หลักพันจนหลักแสน โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 และร้อยละ 3 ต่อวัน กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวเตรียมเร่งขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม

ศาลสั่งจำคุก ‘หญิงไก่’ 7 ปี 6 เดือน หมิ่นเบื้องสูง รวม 28 คดี คุก 17 ปี 12 เดือน

ศาลอาญา สั่งจำคุก 7 ปี 6 เดือน “หญิงไก่” หมิ่นเบื้องสูง บวกคดีค้ามนุษย์ จำคุก รวม 17 ปี 12 เดือน ส่วนคดีกล่าวหาน้องก้อยขโมยทรัพย์ นับ 10 ล้าน ศาลเลื่อนตรวจพยานหลักฐาน 12 มี.ค. 61

ศาลอาญา รัชดา นัดตรวจหลักฐาน ในคดีที่พนักงานอัยการคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางมณตา หรือไก่ หยกรัตนกาญ อายุ 61 ปี เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากกรณีระหว่างปลายปี 2553 – กลางเดือน 2558 จำเลยได้พูดกับ น.ส.กาบแก้ว ไม่ทราบนามสกุล หญิงชาวลาว ทำนองว่า ตนเป็นคุณหญิง มีผู้ใหญ่เคยพาไปอยู่ในวัง เป็นผู้ใกล้ชิดเบื้องสูงซึ่งล้วนเป็นเท็จ

ล่าสุดวันนี้ (29 ม.ค. 61) เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวนางมนตา จากทัณฑสถานหญิงกลางบางเขนมาศาลตามนัด โดยเมื่อถึงเวลานัด หญิงไก่ ได้แถลงต่อศาลขอให้การใหม่ เป็นรับสารภาพ ศาลจึงมีคำพิพากษาทันที โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยแล้ว เห็นว่า การกระทำของจำเลย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 รวม 3 กระทง จึงพิพากษาให้จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 15 ปี คำให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยไว้ 7 ปี 6 เดือน และเมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องร้ายแรง จึงไม่สมควรรอการลงโทษ ซึ่งคดีนี้ถือเป็นสำนวนที่ 2 ที่หญิงไก่ให้การรับสารภาพ รวมโทษที่ศาลตัดสินจำคุกหญิงไก่ ในคดีค้ามนุษย์ และคดีหมิ่นเบื้องสูง แล้ว 17 ปี 12 เดือน

ส่วนคดีแจ้งความเท็จ ที่หญิงได้กล่าวหา นางประภาพร หรือจูน ทองเฟื้อง, นายชูเกียรติ หรือเกียรติ ใจกล้า และ น.ส.ประภาวรรณ หรือก้อย ใจกล้า ซึ่งเป็นสาวใช้ในบ้าน ขโมยทรัพย์สิน นับ 10 ล้านบาท นั้น ศาลเลื่อนตรวจพยานหลักฐานออกไปเป็นวันที่ 12 มี.ค. 2561 เวลา 13.30 น.