จับแล้วไอ้หื่น ทำทีซื้อยาหอม ก่อนชักคัตเตอร์บังคับขืนใจผู้ช่วยเภสัชกรสาว

ตำรวจแสนสุข จับผู้ต้องหาก่อเหตุข่มขืนผู้ช่วยเภสัชกร ในร้านขายยาย่านบางแสนได้แล้ว สารภาพทำไปเพราะความเมา

ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า วานนี้ (3 ม.ค. 61) ที่สถานีตำรวจภูธรแสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ได้เข้าสอบสวน นายสมเจน เตชะมา อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาคดีข่มขืนกระทำชำเรา โดยขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน

โดยเหตุเกิดขึ้นช่วงหัวค่ำของคืนที่วันที่ 30 ธันวาคม ที่ผ่านมา หลังผู้ต้องหาได้ทำการทำทีไปขอซื้อยาหอม ภายในร้านขายยาปารดา เภสัช ภายในซอยจรินทร์ ถนนบางแสนสาย 2 ตำบลแสนสุข ก่อนสบโอกาสใช้มีดคัตเตอร์จี้ข่มขู่ผู้ช่วยเภสัชกรสาววัย 30 ปี จนสำเร็จความใคร่ จากนั้นได้ทำการรื้อค้นและฉกทรัพย์สินได้เงินสดจำนวน 7,000 บาท โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง ก่อนจะหลบหนีไป

ข่มขืนเภสัชสาว

ทั้งนี้หลังเกิดผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความ เพื่อให้ตำรวจช่วยติดตามตัวมาดำเนินคดี ก่อนจะประสบผลสำเร็จจนจับกุมคนร้ายได้ที่ริมถนนสาย 7 ตำบลหนองข้างคอก อำเภอเมืองชลบุรี เพราะผู้เสียหายจำหน้าผู้ก่อเหตุได้ชัดเจน  ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การสารภาพว่า เพิ่งทำเป็นครั้งแรก โดยตั้งใจจะไปชิงทรัพย์อย่างเดียว เพื่อต้องการนำเงินไปใช้หนี้ การพนันออนไลน์

แต่เนื่องจากเห็นว่าผู้เสียหายหน้าตาดี บวกกับอยู่อาการเมาเลยตัดสินใจลงมือข่มขืน หลังจากนั้นทางตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนรับสารภาพท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เนื่องจากมีประชาชนให้ความสนใจมาดูการทำแผนจำนวนมาก จากนั้นจึงได้นำตัวไปฝากขังต่อก่อนส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่มขืนเภสัชสาว

คลิปชัด ๆ หญิงจีนเล่นมือถือ สะดุดล้มลิฟท์หนีบขาขาด !!

หญิงในประเทศจีนก้มหน้ามองมือถือ ก่อนสะดุดล้มบริเวณช่องระหว่างประตูลิฟท์ถูกหนีบขา ก่อนลิฟท์เคลื่อนที่ขึ้นไป 3 ชั้น คลิปแสดงชัดขาขาดจากแรงดึงสุดสยอง

เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศรายงานเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้ ขณะที่หญิงชาวจีนคนหนึ่งซึ่งไม่ถูกเปิดเผยชื่อ แต่มีข้อมูลระบุว่า เธออาศัยอยู่ทางภาคตะวันออกของประเทศจีน กำลังเดินเข้าลิฟท์โดยสารโดยมีหญิงอีกคนเดินตามหลังมา ซึ่งภาพแสดงว่าเธอกำลังก้มหน้ามองโทรศัพท์มือถือ และล้มลงระหว่างประตูทางเข้าลิฟท์ พร้อมกันทันใดนั้นเองลิฟท์เกิดขัดข้อง ประตูลิฟท์ปิดลงโดยที่หญิงอีกคนไม่ทันเดินเข้ามาด้านในและหนีบขาข้างซ้ายของหญิงเคราะห์ร้ายติดอยู่ระหว่างกลาง

เหตุการณ์เลวร้ายมากยิ่งขึ้น เมื่อลิฟท์โดยสารตัวนี้ได้เคลื่อนที่ขึ้นไปยังชั้นบนอีกกว่า 3 ชั้นก่อนจะหยุดลง ทำให้ขาของหญิงเคราะห์ร้ายถูกดึงและเกี่ยวกับพื้นระหว่างชั้นจนขาดออก โดยเหตุการณ์ในคลิปแสดงให้เห็นว่า เหยื่อดิ้นทุรนทุรายด้วยความทรมาน โดยหลังจากนั้น หญิงเคราะห์ร้ายทำได้เพียงนอนรอที่พื้นเพื่อรอความช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม มีการยืนยันในภายหลังว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นในวันที่ 21 มิ.ย. 2560 โดยภาพถูกเผยแพร่ออกมาเมื่อไม่นานมานี้ ส่วนสถานที่เกิดขึ้นที่อาคารConch Building ในถนน Zhongshan West ของเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยที่ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลใดๆหลังจากนั้น และไม่แน่ชัดด้วยว่า หญิงเคราะห์ร้ายมีชะตากรรมเช่นไรในขณะนี้

ที่มา www.dailymail.co.uk 

พัทยาโมเดลใช้งบแค่ 3.5 ล้าน จัดงานปีใหม่ 2561 สุดอลังการ

เมืองพัทยา แจงงบจัดเคาน์ดาวน์ 3.5 ล้านบาทคุ้มค่า แม้ติดขัดในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง ชี้ประชาชน และนักท่องเที่ยวยังให้ความนิยมตบเท้าเข้าร่วมฉลองอย่างคึกคัก

จากกรณีมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงรูปแบบการจัดกิจกรรมงานพัทยาเคาท์ดาวน์ ที่เมืองพัทยาทุ่มงบประมาณกว่า 3.5 ล้านบาทในคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏว่าภาพของงานที่ออกมานั้น ประชาชนต่างมีข้อสงสัยและข้อข้องใจถึงเม็ดเงินที่นำมาใช้ว่ามีความสมประโยชน์ หรือคุ้มค่าหรือไม่

เนื่องจากวันจัดงานถูกลดลงจาก 7 วัน 3 วัน จนเหลือเพียง 1 วัน ตลอดจนเรื่องการตกแต่งสถานที่ หรือไฟประดับที่ไม่มีความดึงดูดนักท่องเที่ยว รวมทั้งในเรื่องของมาตรฐานศิลปินที่เข้าร่วมแสดงคอนเสิร์ต เหล่านี้ล้วนเป็นคำถามที่ประชาชนรอคำตอบว่าเงิน 3 ล้านกว่าบาทเมืองพัทยานำไปใช้จ่ายอย่างไรบ้าง

ผู้สื่อข่าวได้ติดตามกรณีดังกล่าว ซึ่ง นางอรวรา กรพิน ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองพัทยา เปิดเผยว่าการจัดงานพัทยาเคาท์ดาวน์ยังคงได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชน ดังจะเห็นได้ว่าในช่วงนับถอยหลังสู่ศักราชใหม่ ประชาชนและนักท่องเที่ยวยังคงเดินทางมาท่องเที่ยวแน่นเต็มพื้นที่แหลมบาลีฮาย แม้ว่าปีนี้จะมีปัญหาติดขัดหลายประการ

ตั้งแต่คำสั่งของกระทรวงมหาดไทยในเรื่องของการใช้งบประมาณที่ไม่สามารถใช้ได้ 100% จากราคาที่ได้ประมาณการไว้ ส่งผลให้มีงบประมาณไม่เพียงพอต่อการจัดงานในระยะเวลานาน ประกอบกับระเบียบราชการที่ได้มีการเปลี่ยนระบบการจัดซื้อจัดจ้างมาเป็นการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ปรากฏว่าเมืองพัทยาต้องยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างตามระบบดังกล่าวอีก เนื่องจากมีผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติเพียงรายเดียว ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ข้อ 56 ซึ่งขัดต่อระเบียบราชการที่ไม่มีการแข่งขันในเรื่องของการเสนอราคา เมืองพัทยาจึงจำเป็นต้องประกาศยก เลิก และหันมาใช้วิธีการจ้างจัดหาโดยวิธีเฉพาะเจาะจงแทน ด้วยงบประมาณ 3.5 ล้านบาท แบ่งการจ้างเป็น 10 รายการ ประกอบด้วย

การจ้างจัดหาศิลปินนักร้อง มีบริษัท จำกัด เน็กซ์เพจ ( ไทยแลนด์ ) เป็นผู้ได้รับการคัดเลือก เป็นเงินทั้งสิ้น 3.5 แสนบาท

การจ้างจัดหาจอภาพ LED มีบริษัท แอลอีดี เมน ไฮเดฟฟิเนชั่น จำกัด เป็นผู้ได้รับการคัดเลือก เป็นเงินทั้งสิ้น 3.8 แสนบาท

การจ้างทำป้ายคัทเอาท์ ซุ้ม และจุดถ่ายภาพ มีบริษัท พัทยา ซายน์-ซิสเต็มส์ จำกัด เป็นผู้ได้รับการคัดเลือก เป็นเงินทั้งสิ้น 3.8 แสนบาท

การจ้างเตรียมระบบแสง สี เสียง และเทคนิคพิเศษ มีร้าน จุ๊บ ไลท์ แอนด์ ซาวด์ เป็นผู้ได้รับการคัดเลือก เป็นเงินทั้งสิ้น 3.9 แสนบาท

การจ้างจัดแสดงพลุหลากสี 39 ชุด มีห้างหุ้นส่วนจำกัด ซีพี พรทิพย์ ไฟเวิร์ค โปรโมชั่น เป็นผู้ได้รับการคัดเลือก เป็นเงินทั้งสิ้น 398,500 บาท

การจ้างจัดหาเวที มี แอนด์ อีเว้นต์ เมคเกอร์ เป็นผู้ได้รับการคัดเลือก เป็นเงินทั้งสิ้น 3.9 แสนบาท

การจ้างจัดหาการแสดงวงดนตรี 3 วง เป็นเงินทั้งสิ้น 1.8 แสนบาท

การจ้างออกแบบตกแต่งไฟฟ้า มีห้างหุ้นส่วน จำกัด โชคนิยม เต็นท์ เป็นผู้ได้รับการคัดเลือก เป็นเงินทั้งสิ้น 3 แสนบาท

การจ้างดำเนินงานโครงการพัทยาเคาท์ดาวน์ 2018 มีบริษัท เอ็กซ์แอล เอเจนซี่ จำกัด เป็นผู้ได้รับการคัดเลือก เป็นเงินทั้งสิ้น 2.8 แสนบาท

และการจ้างทำรั้วรักษาความปลอดภัย และเครื่องปั่นไฟ มีบจก. เศรษฐสิริโชค เป็นผู้ได้รับการคัดเลือก เป็นเงินทั้งสิ้น 3 แสนบาท

ส่วนปัญหาในเรื่องของงบประมาณค่าจ้างศิลปิน แน่นอนว่าราคามีการเปลี่ยนแปลง ในส่วนนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัทผู้รับผิดชอบ ซึ่งงบประมาณส่วนที่เหลือเมืองพัทยา จะดำเนินการเรียกเก็บคืนเข้าสู่สำนักคลังเมืองพัทยา ตามระเบียบราชการ งบประมาณไม่มีสูญหายอย่างแน่นอน

ซึ่งปัจจุบันเมืองพัทยายังไม่ได้มีการเบิกจ่ายงบประมาณแต่อย่างใด โดยบริษัทต่างๆ จะต้องดำเนินการส่งงานเมืองพัทยาภายใน 15 วัน ต่อจากนั้นเมืองพัทยา จะต้องคณะกรรมการตรวจสอบเอกสารทั้งหมด และจะใช้ระยะเวลาในการทำเอกสารเบิกจ่ายเงินให้แก่เอกชนต่อไป คาดว่าต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ตามขั้นตอนของหน่วยงานรัฐ