‘เน โฮฟาทูร่า’ ยันไม่ได้หื่นใส่ลูกศิษย์สาว แต่เป็นพิธีกรรมก่อนเข้าสำนักดาบ

‘เน โฮฟาทูร่า’ ยันไม่ได้หื่นใส่ลูกศิษย์สาว แต่เป็นพิธีกรรมก่อนเข้าสำนักดาบทาบูราชิ 

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าข้าม จับกุมนายเวฒสุวรรณลักษณา เมฆาจันนัฒกาจ อายุ 31 ปี หรือ เน โฮฟาทูร่า ในฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากผู้ปกครองว่าได้ส่งลูกสาวไปเรียนที่โรงเรียนสอนกระบี่กระบอง ของ เน โฮฟาทูร่า ก่อนถูกเน พยายามล่วงละเมิดทางเพศ โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่านเพิ่มเติม จับเนโฮฟาทูร่า หลังพยายามข่มขืนเด็ก 10 ขวบ 3 คน คาสำนักสอนกระบี่กระบอง)

โดยล่าสุดวันนี้ 27 ม.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสอบสวน สน.ท่าข้าม ได้ทำการสอบปากคำนายเวฒสุวรรณลักษณา โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่ากระทำการดังกล่าวจริง แต่ไม่ใช่เกิดจากการมีอารมณ์ทางเพศแต่อย่างใด ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นส่วนหนึ่งในพิธีกรรมตามหลักของสำนักดาบทาบูราชิ โดยลูกศิษย์จะต้องเข้าร่วมพิธีกรรมนี้ ก่อนจะได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของสำนักดาบอย่างเต็มตัว

ภาพจากเพจ เน โฮฟาทูร่า

หนุ่มหื่นเมายาบุกห้องสาวหวังข่มขืน โชคดีมีคนมาช่วยทัน

หนุ่มเมายาบุกห้องสาวหวังข่มขืน เหยื่อกระโดดหน้าต่างหนีข้อเท้าหัก 2 ข้าง เผยประวัติผู้ก่อนเหตุมีก่อเหตุคดีเพียบ!!!

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 27 ม.ค. 61 ร.ต.อ.ชาตรี สีจันทร์ รองสว.(สอบสวน) สภ.รัตนาธิเบศร์ รับแจ้งเหตุหญิงกระโดดจากชั้นที่ 2 ของหอพัก “วนัทกรณ์” ซอยรัตนาธิเบศร์ 17 ม.8 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.เมษนนท์ นาขวัญ รองผกก.สส. ร.ต.อ.พิเศษศักดิ์ ขำทอง รอง สว.สส. พร้อมเจ้าหน้าที่สายสืบรีบรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบเป็นหอพักสูง 3 ชั้น แบ่งให้เช่าเข้าออกด้วยคีย์การ์ด ผู้บาดเจ็บเป็นหญิงสาวชาวลาวทราบชื่อคือ น.ส.ล้อมดาว ไสยะละมะ อายุ 21 ปี พักอยู่ห้องเลขที่ 202 ชั้น 2 เป็นแม่บ้านในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ถูกนำตัวส่ง รพ.พระนั่งเกล้า ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าหักสองข้าง โดยนายบุญ บุญมี เพื่อนคนเจ็บซึ่งถูกต่อยที่ใบหน้าจนบวม เล่าเหตุการณ์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่า

ก่อนเกิดเหตุตนเองซึ่งพักอยู่ห้อง 210 ชั้น 2 ได้รับโทรศัพท์จาก น.ส.ล้อมดาว ว่ามีนายชูยศ หรือตั้ม มาโนชภิรมย์ อายุ 23 ปี พักอยู่ห้องเลขที่ 207 ชั้นที่2 บุกเข้ามาในห้อง จึงให้มาช่วยเหลือด้วยจก่อนจะรีบออกจากห้องมาดูก็พบว่า น.ส.ล้อมดาว กระโดดหน้าต่างหนีนายชูยศลงไปแล้ว ส่วนตนเองก็ถูกนายชูยศต่อยเข้าที่ใบหน้าหลังพยายามจะเข้าช่วย ก่อนที่นายชูยศ จะวิ่งออกจากห้องไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสามารถตามจับนายชูยศได้ขณะกลับไปที่ห้องเตรียมเก็บข้าวของหลบหนี จึงนำตัวมาสอบสวนให้การว่าตนเองเพิ่งเสพยาแก้ไอสี่คูณร้อยมา และไปที่ห้องผู้เสียหายจริงโดยตั้งใจว่าจะไปขอยืมโทรศัพท์โทรหาแม่ที่ขายราดหน้าอยู่ถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด เพื่อบอกว่าวันนี้จะไม่ไปช่วยขายดพราะไม่สบาย ไม่ได้คิดมิดีมิร้ายกับ น.ส.ล้อมดาว แต่อย่างใด แต่ผู้เสียหายกับตกใจกลัวและปีนหน้าต่างกระโดดหนีลงไปเอง เบื้องต้นตรวจสอบประวัติแล้วพบว่านายชูยศ เคยต้องคดีลักทรัพย์ เสพยาเสพติด หมิ่นเจ้าพนักงานตำรวจ เข้าออกคุกมาแล้วหลายครั้ง อย่างไรก็ตามตำรวจได้แจ้งข้อหาบุกรุกก่อนควบคุมตัวเข้าห้องขังเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โรม พร้อมพวก ชุมนุมขับไล่คสช. ประกาศลั่นพร้อมมาทุกวันเสาร์!!

โรม พร้อมพวก ชุมนุมขับไล่คสช.- ยุติตั้งข้อกล่าวหากลุ่ม “เดินเพื่อมิตรภาพ” ที่สยาม พร้อมมาทุกวันเสาร์จนถึง วันครบรอบรัฐประหาร

วันนี้ ( 27 ม.ค.61 ) เวลา 17.30 น. ที่สกายวอล์ค แยกปทุมวัน นายรังสิมันต์ โรม แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย พร้อมด้วยนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่่านิวส์ แกนนำกลุ่มฯ กล่าวปราศัยโจมตีีัรัฐบาลคสช. ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คสช. ได้พรากสิทธิของประชาชนในการเลือกตั้ง ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ได้ประกาศว่าจะคืนความสุขให้กับประชาชน แต่ในวันนี้กลับผิดคำสัญญา ซึ่งทุกคนมีแต่ความทุกข์ พล.อ.ประยุทธ์ ทำสำเร็จแค่สิ่งเดียว คือการรัฐประหาร โดยมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

โดยเชื่อว่าในวันนี้อีก 5-10 ปีข้างหน้า ประเทศไทยก็จะไม่มีอนาคตถ้ารัฐบาลคสช.ยังอยู่ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ดีพอสำหรับประเทศนี้ ถ้านายกฯรักประเทศจริงๆต้องคืนอำนาจให้กับประชาชน โดยจัดการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด แม้แต่คำสัญญาที่นายกรัฐมนตรี เคยประกาศว่าจะมีการเลือกตั้งก็ไม่เคยเกิดขึ้นเลย วันพรุ่งนี้จะไม่มาถึง ถ้าประชาชนไม่ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลง ซึ่งวันนี้ที่เรามาชุมนุมกัน เรามาโดยสันติไม่มีความรุนแรง เพราะเรามาเพื่ออนาคตของประเทศ

ทั้งนี้ทางกลุ่มยังๆด้จัดแถลงการณ์ประณามคสช.ในการตั้งข้อหาดำเนินการทางกฎหมาย 8 แกนนำ ที่ได้ทำการรณรงค์ เดินเพื่อมิตรภาพ สท่อสารประเด็นสาธารณะจากกรุงเทพฯถึงขอนแก่น โดยอ้างว่าผิดคำสั่งคสช. ที่3/2558 ที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คนขึ้นไป การกระทำเช่นนี้ของรัฐบาลคสช. แสดงให้เห็นว่าเป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจจนเลยเถิด ทำให้คสช.มีอภนาจเหนือพลเมืองตามรัฐธรรมนูญ โดยปราศจากความละอาย ดังนั้นในฐานะประชาชนขอประณามการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน และสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ

ท้ายที่สุดขอเรียกร้องให้คสช. หยุดการตั้งข้อหาและดำเนินคดี ประชาชนและนักเคลื่อนไหวที่แสดงออกทางการเมืองทุกกรณี

ทั้งนี้จะนัดมาชุมนุมทุกวันเสาร์ จนถึงวันที่22 พ.ค. ซึ่งเป็นวันครบรอบในการรัฐประหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 ทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 100นาย กระจายกำลังดูแลความสงบเรียบร้อย โดยรอบพื้นที่ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้แจ้งข้อกล่่าวหา ด้านเจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน (บีทีเอส)ได้เข้าเจรจาให้ยุติการชุมนุมในเวลา 20.00 น.