เคยเห็นกันไหม! ราชกิจจานุเบกษา ครั้งไทยประกาศร่วมสงครามโลกครั้งที่ 2

เปิดภาพ ราชกิจจานุเบกษา เมื่อครั้งไทยประกาศร่วมสงครามโลกครั้งที่สอง ร่วมกับญี่ปุ่นต่อต้านบริเตนใหญ่และสหรัฐอเมริกา 

วันนี้ (2 ม.ค. 61) เพจ History in Brief – ประวัติศาสตร์โลกฉบับย่อ ได้มีการเผยแพร่ภาพวันนี้ในอดีตเมื่อครั้งที่ไทยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่สอง โดยอยู่ฝ่ายอักษะร่วมกับญี่ปุ่นต่อต้านบริเตนใหญ่และสหรัฐอเมริกา

โดยการประกาศเข้าร่วมสงครามโลกดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2485 ช่วงรัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี จอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งมีใจความว่า

สงครามโลก, ราชกิจจนุเบกษา,

การประกาศสงครามต่อบริเตนใหญ่และสหรัฐอเมริกา
ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
คณะผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์

(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ 4 สิงหาคม พุทธศักราช 2490 และวันที่ 16 ธันวาคม พุทธศักราช 2494)

พล.ต.อาทิตย์ทิพอาภา
พล.อ.พิชเยนทรโยธิน
ปรีดี พนมยงค์

“โดยที่ฝ่ายอังกฤษและสหรัฐอเมริกาได้กระทำการรุกรานประเทศไทยมาเป็นลำดับ โดยส่งทหารรุกล้ำเขตต์แดนเข้ามาบ้าง และโดยฉะเพาะอย่างยิ่ง ได้ส่งเครื่องบินลอบเข้ามาทิ้งระเบิดบ้านเรือนของราษฎรผู้ประกอบการหาเลี้ยงชีพอย่างปกติ ทั้งระดมยิงราษฎรสามัญผู้ไร้อาวุธอย่างทารุณผิดวิสัยของอารยชน ไม่กระทำการอย่างเปิดเผยตามประเพณีนิยมระหว่างชาติ นับได้ว่า เป็นการละเมิดต่อกฎหมายระหว่างประเทศและมนุษยธรรม ประเทศไทยจึงไม่สามารถที่จะทนดูต่อไปอีกได้

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 54 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศทราบทั่วกันว่า ได้มีสถานะสงครามระหว่างประเทศไทยฝ่ายหนึ่ง กับบริเตนใหญ่ และสหรัฐอเมริกา อีกฝ่ายหนึ่ง ตั้งแต่เวลาเที่ยงวัน วันที่ 25 มกราคม 2485 เป็นต้นไป

ฉะนั้น จึงให้ประชาชนชาวไทย ทุกเพศ ทุกวัย ร่วมมือร่วมใจกับรัฐบาล ปฏิบัติกิจการเพื่อให้ประเทศไทยประสบชัยชะนะถึงที่สุด และพ้นจากการรุกรานอันไม่เปนธรรมของฝ่ายอังกฤษและสหรัฐอเมริกา โดยกระทำการสนับสนุนกิจการของรัฐบาลอย่างพร้อมเพรียง และปฏิบัติตามคำสั่งของราชการอย่างเคร่งครัด ทั้งให้ประกอบอาชีพตามปกติของตนอย่างเต็มที่ ให้ได้ผลเพื่อนำมาช่วยเหลือและเกื้อกูลเพื่อนร่วมชาติและพันธมิตรของชาติอย่างมากที่สุด

ส่วนผู้อาศัยอยู่ในประเทศนี้ ที่มิได้เป็นคนไทย และมิได้เป็นชนชาติศัตรูนั้น ให้ตั้งอยู่ในความสงบ และดำเนินอาชีพอย่างปกติ และให้กระทำกิจการให้สมกับที่ตนได้รับยกย่องว่าเป็นมิตรของประเทศไทย

ประกาศ ณ วันที่ 25 มกราคม พุทธศักราช 2485 เป็นปีที่ 9 ในรัชชกาลปัจจุบัน”

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ป. พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี”

ข้อมูลภาพ/ข่าวจาก History in Brief – ประวัติศาสตร์โลกฉบับย่อ

โนแคร์!! โจ๋เดือดคว้ามีดดาบ ขับมอไซค์ฯไล่บี้อริกลางถนน

โนแคร์!! โจ๋เดือดถือดาบขับรถจักรยานยนต์ไล่เบียดอริกลางถนน จนรถคู่กรณีล้มคว่ำ

สร้างความโกลาหลบนท้องถนนอีกจนได้ หลังเพจดัง “แหม่มโพธิ์ดำ” แชร์คลิปวิดีโอจากผู้ใช้เฟซบุ๊ครายหนึ่ง ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับ “วัยรุ่นกลุ่มหนึ่งขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ไล่เบียดคู่อริกลางถนน” จนรถของคู่กรณีได้ล้มคว่ำลง นอกจากนี้สมาชิกเฟซบุ๊คได้กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้วัยรุ่นดังกล่าวถือมีดดาบยาวไล่ฟันคู่กรณีอีกด้วย โดยระบุข้อความว่า…

“สวัสดีควีน เราขับรถไปเจอเหตุการณ์รถมอเตอร์ไซค์พกดาบใหญ่มากบนถนน เบียดกันล้ม สักพัก ใช้อีดาบไล่ฟันเลย โชคดีคู่กรณีไปไกลแล้ว ไม่งั้นมีนองเลือด เดี๋ยวนี้บ้านเราโหดจัง เอะอะจะซัดกันลูกเดียว ไม่รู้หลังจากตอนเราเห็นเป็นไงนะ ขอส่งข่าวแบบลับๆไม่ต้องใส่เครดิตนะ เราก็กลัวเหมือนกันควีน” เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ (25 ม.ค.61)

ทั้งนี้หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้ผู้ใช้เฟซบุ๊คเป็นจำนวนมากเข้ามาวิจารณ์ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งบางรายกล่าวว่า “วัยรุ่นสมัยนี้ทำอะไรไม่แคร์สื่อหรอก แต่พอโตหน่อยคงคิดได้เอง” ในขณะที่บางรายระบุ “ไม่เห็นมี มีดดาบ ภาพไม่ค่อยชัดนัก”

ขอขอบคุณข้อมูล : แหม่มโพธิ์ดำ 

ชาวเน็ตอวย! หลังพบตำรวจจราจร เขียนใบสั่งลายมือสวย ทำให้อ่านออก

โลกออนไลน์ชื่นชม หลังพบใบสั่งจราจรถูกเขียนด้วยลายมือตัวบรรจงสวยงาม ทำให้อ่านได้ง่ายผิด

หลังจากโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพใบสั่งจราจร ที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเขียนด้วยลายมือตัวบรรจงสวยงาม ทำให้อ่านได้ง่ายผิดกับใบสั่งจราจรทั่วไปที่เขียนแทบอ่านไม่ออก ทำให้ชาวเน็ตในโลกออนไลน์ต่างชื่นชมและเป็นกระแสในโลกออนไลน์ในตอนนี้

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ผู้ออกใบสั่งที่ปรากฏในโลกออนไลน์ พบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ใน สภ.ตากฟ้า อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ หลังจากลงพื้นที่พบสิบตำรวจตรี จีระพัฒน์ กรันทุกพันธุ์ ผบ.หมู่(ป)สภ. ตากฟ้า ปฏิบัติหน้าที่สายตรวจจราจร เจ้าของใบสั่งที่โลกออนไลน์กำลังพูดถึงกำลังปฏิบัติหน้าที่

เมื่อสอบถามถึงเรื่องดังกล่าวสิบตำรวจตรีจีระพัฒน์ได้ให้รายละเอียดว่า ปกติตนเองเป็นคนเขียนแบบนี้อยู่แล้วตั้งแต่สมัยเด็ก เมื่อมาปฏิบัติหน้าที่ อาจจะเป็นความเคยชินเลยเขียนแบบปกติ ไม่คิดว่าจะมีผู้นำไปลงในโลกออนไลน์ เมื่อเป็นแนวทางที่ดีตนเองก็ดีใจที่ ยังคงมีผู้ให้ความสนใจไม่คิดว่าจะมาเป็นประเด็นในโลกออนไลน์ เมื่อมีคนชื่นชอบก็ดีใจด้วยที่สร้างภาพลักษณ์ให้กับองค์กร