ฉลุย! รถถัง VT-4 หลัง ทบ. นำทดสอบสมรรถนะ ที่สระบุรี

กองทัพบก นำรถถัง VT-4 ทดสอบสมรรถนะอย่างเป็นทางการแล้ว หลังนำเข้าจากจีน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร จังหวัดสระบุรี กองทัพบกได้นำรถถัง VT-4 (วีที-โฟร์ ) ที่สั่งจัดซื้อมาจากประเทศจีนระยะที่ 1 จำนวน 6 คันจากทั้งหมด 28 คัน ออกทดสอบสมรรถนะอย่างเป็นทางการแล้ว ทั้งการขับเคลื่อน และการยิงจากระยะไกล

โดย พล.ต.วันชาติ ผลไพบูลย์ ผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้า เปิดเผยว่าจากการทดสอบสมรรถะการใช้งานในช่วง 8 สัปดาห์ที่ผ่าน ทั้งการเคลื่อนที่ การยิง ถือว่า เป็นไปตามกรอบการใช้งานและถือว่ามีความพึงพอใจในการใช้งาน ปัจจุบันการใช้งานรถถัง VT-4 อยู่ในขั้นตอนการอบรบการใช้งานแก่กำลังพล ซึ่งมีเจ้าหน้าที่จากประเทศจีนดูแลอย่างใกล้ชิด

รถถัง, กองทัพบก, รถถังVT-4, ข่าวสดวันนี้

สำหรับการทดสอบสมรรถนะรถถัง VT-4 ประกอบด้วย การขับเคลื่อนด้วยความเร็วตามเส้นทาง การข้ามสิ่งกีดขวาง การข้ามคูดักรถถัง การเคลื่อนที่ในสภาพพื้นที่ลาดชัน การเคลื่อนที่ข้ามเครื่องกีดขวางทางสูง การลุยข้ามน้ำลึก โดยเป็นไปตามมาตรฐานการตรวจรับยุทโธปกรณ์เข้าประจำการของกองทัพบก รวมถึงมีการทดสอบการยิงด้วยอาวุธปืนกลขนาด 12.7 มม. และปืนกลร่วมแกนขนาด 7.12 มม. การยิงปืนใหญ่รถถังขนาด 125 มม. ที่ระยะการยิง 1,500 เมตร ทิศทางตรงหน้า การยิงปืน และทิศทางข้างตัวรถ เป็นต้น

รถถัง, กองทัพบก, รถถังVT-4, ข่าวสดวันนี้

แม่ร้องสื่อ พัดลมเพดานห้องเรียน ตกใส่จมูกลูกเย็บ 7 เข็ม

แม่ร้องสื่อ พัดลมเพดานในห้องเรียนตกใส่ลูกชายดั้งจมูกหัก กลัวเรื่องเงียบหายเข้าแจ้งความเป็นหลักฐาน

วันที่ 26 ม.ค.61 นางสร้อยสุดา เจษฏารมย์ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 132/2 ถนนพานิชสัมพันธ์ ต.ปากพนัง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ได้ร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราชว่า พัดลมเพดานของโรงเรียนเทศบาลวัดรามประดิษฐ์ ต.ปากพนัง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ได้หลุดตกใส่ ด.ช.ทิชานนท์ สงนาค หรือ น้องบอม อายุ 13 ปี บุตรชายของตน

ซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ป.6/1 โรงเรียนวัดรามประดิษฐ์ จนจมูกแตกหักได้รับบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุครูประจำชั้นนำส่งโรงพยาบาลปากพนัง แพทย์ต้องเย็บบาดแผลถึง 7 เข็ม และให้กลับมาพักฟื้นที่บ้าน เหตุเกิดเวลาประมาณ 13.30 น.วันที่ 22 ม.ค.61 ภายในห้องเรียน ป.6 /1 โรงเรียนเทศบาลวัดรามประดิษฐ์

หลังเกิดเหตุครูคนหนึ่งมอบเงินให้ ด.ช.ทิชานันท์ หรือ น้องบอม บุตรชาย จำนวน 1,000 บาท และครูประจำชั้นส่งโรงพยาบาลปากพนัง และทางโรงพยาบาลปากพนัง ต้องส่งต่อไปโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เนื่องจากดั้งจมูกหักต้องทำศัลยกรรม แพทย์เย็บแผลให้ 7 เข็ม และแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช นัดให้ไปพบอีกครั้งวันที่ 29 ม.ค.61 นี้

หลังทราบเรื่องตนเดินทางไปรับบุตรชายและเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานกับ พ.ต.ต.ไพรัตน์ จิรักษา สว.(สอบสวน) สภ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช แต่จนถึงขณะนี้ทางโรงเรียนยังไม่ได้ติดต่อมาเพื่อช่วยเยี่ยวยาช่วยเหลือแต่อย่างใด โดยทางโรงเรียนอ้างว่า ผู้บริหาร ไม่ว่างไปประชุมที่กรุงเทพมหานคร ตนเกรงเรื่องจะเงียบหายไปเฉย ๆ จึงร้องเรียนสื่อมวลชนส่วนกลาง และเพจ “แหม่มโพธิ์ดำ” รวมทั้งศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช เพื่อให้ช่วยเหลือติดตามความคืบหน้าเรื่องนี้อีกทางหนึ่ง

ด.ช.ทิชานนท์ หรือ น้องบอม เล่าเหตุการณ์ให้ผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 22 มกราคม 2561 เวลาประมาณ 12.30 น. ซึ่งเป็นช่วงพักเที่ยง หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จแล้ว ตนก็มานั่งทำงานที่คุณครูสั่งและอ่านหนังสือที่โต๊ะภายในห้องเรียน และมีเพื่อนๆ อยู่ด้วยหลายคนภายในห้อง

โดยจุดที่ตนนั่งนั้นอยู่ตรงกับพัดลมเพดานที่อยู่เหนือศีรษะของตนพอดี ซึ่งพัดลมก็เปิดหมุนอยู่ตามปกติ ทันใดนั้นตนได้ยินเสียงพัดลมดังผิดปกติ จึงเงยหน้าขึ้นไปดูเป็นจังหวะเดียวกันที่พัดลมหลุดจากเพดานหล่นลงมาใกล้ตัวตนแล้ว จึงกระโดดหนีได้ทัน โดนพัดลมพลัดตกลงมาใส่ใบหน้าตรงดั้งจมูกพอดี ทำให้ดั่งจมูกเป็นแผลฉีกขาดเลือดไหลอาบเต็มใบหน้า เพื่อนๆ ในห้องเห็นเหตุการณ์จึงรีบไปบอกคุณครูที่อยู่ห่างออกไป 1 ห้อง

ไม่นานคุณครูรีบมาช่วยตนนำส่งโรงพยาบาล โดยใช้รถจักรยานยนต์มีคุณครูผู้ชายเป็นคนขับ ตนนั่งกลางโดยมีนักการภารโรงนั่งพยุงตนด้านหลังรับพาไปส่งโรงพยาบาลปากพนัง และทางโรงพยาบาลปากพนัง ทำแผลให้เบื้องต้น ก่อนส่งต่อโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ในตัวเมืองนครศรีธรรมราช เนื่องจากดั้งจมูกหักจะต้องทำศัลยกรรม โดยแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช นัดให้ไปพบอีกครั้งในวันที่ 29 ม.ค. นี้.

กาชาดขอรับบริจาคเลือด ต้องการทุกกรุ๊ป! มากกว่า 3,000 ยูนิต / วัน

สภากาชาดไทย ขอรับบริจาคโลหิตให้ผู้ป่วย ต้องการโลหิตทุกกรุ๊ปมากกว่า 3,000 ยูนิต / วัน โดยเฉพาะกรุ๊ป A

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ขอรับบริจาคโลหิตให้ผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่างๆ กว่า 150 แห่ง ต้องการโลหิตทุกกรุ๊ปมากกว่า 3,000 ยูนิต/ วัน โดยเฉพาะกรุ๊ป A

ผู้ที่บริจาคโลหิตในช่วงเดือนตุลาคม 2560 หากครบ 3 เดือนแล้ว สามารถกลับมาบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยให้มีโลหิตในการรักษาพยาบาล ได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ วันจันทร์ และศุกร์ เวลา 08.00-16.30 น. ,วันอังคาร พุธ และพฤหัสบดี เวลา 07.30-19.30 น.,วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30-15.30 น. และหน่วยเคลื่อนที่รับบริจาคโลหิตในกรุงเทพฯและปริมณฑล

ส่วนภูมิภาค บริจาคได้ที่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ จังหวัดลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา ภูเก็ต และงานบริการโลหิต สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ จ.ประจวบคีรีขันธ์ สอบถามโทร. 0 2256 4300, 0 2263 9600-99 ต่อ 1101 #เพราะการบริจาคโลหิตเป็นเรื่องจำเป็น#บริจาคโลหิตด้วยความสมัครใจไม่หวังสิ่งตอบแทน