ผอ.เขตประเวศชี้ หมู่บ้านป้าทุบรถ “สร้างตลาดได้” เผยคดีฟ้องร้องยังไม่สิ้นสุด

ผู้อำนวยการเขตประเวศ ชี้หมู่บ้านป้าทุบรถ “สร้างตลาดได้” อ้างคำสั่งศาลปกครองคดียังไม่สิ้นสุด 

จากรณีที่ นางสาวบุญศรี แสงหยกตระการ เจ้าของบ้านเลขที่ 37/208 ซอยหมู่บ้านเสรีวิลล่า แยก 2 เขตประเวศ พร้อมครอบครัวแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีที่ปรากฏคลิปเหตุการณ์ใช้ขวานและเหล็กยาวทุบทำลายรถยนต์ที่จอดขวางบริเวณประตูทางออกหน้าบ้าน เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ต่อมานางสาวบุญศรี ได้ออกมาแถลงรายละเอียดข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ โดยยืนยันว่าตนเป็นผู้ก่อเหตุจริง ซึ่งการกระทำของตนเอง มองว่าไม่ใช่การทำเกินกว่าเหตุ เพราะเป็นความชอบธรรมในการปกป้องสิทธิของตนเอง เนื่องจากพื้นที่นี้เป็นพื้นที่หมู่บ้านจัดสรร ไม่ใช่พื้นที่สาธารณะ และปัจจุบันปัญหาเรื่องความเดือดร้อนจากการทำตลาด ยังอยู่ในความคุ้มครองของศาลปกครองที่สั่งห้ามไม่ให้เปิดตลาดในพื้นที่ดังกล่าว

ล่าสุดนาย ธนะสิทธิ เมธพันธ์เมือง ผู้อำนวยการเขตประเวศ ได้เปิดเผยกับรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่จัดสรรที่สามารถสร้างตลาดได้ พร้อมทั้งยืนยันว่าศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษายกคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้นที่คุณป้ากล่าวอ้างแล้ว แต่ก็ยังถือว่าคดีไม่สิ้นสุด โดยระหว่างนี้กรุงเทพมหานครก็ได้บรรเทาความเดือดร้อนด้วยการผลักดันผู้ค้าที่กีดขวางบ้านผู้อาศัยให้เข้าไปในตลาดและมีการจัดการด้านพื้นที่จอดรถให้ดีขึ้นแล้ว

“พื้นที่ซึ่งมีการจัดตั้งตลาดหมู่บ้านเสรีฯมีการทำเป็นที่ดินจัดสรรตั้งแต่ปี 2526 หรือ 34 ปีที่แล้ว เป็นที่ดินแปลงเปล่า ที่ไหนพร้อมก็มาปลูกบ้าน ปัจจุบันเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ ซึ่งตาม พ.ร.บ.ผังเมืองแล้วสามารถปลูกอาคารสูงไม่เกิน 15 เมตร และสามารถสร้างตลาดได้” นายธนะสิทธิระบุ

ผบช.ก. ยัน กองปราบยังไม่สรุปหวย 30 ล้าน เป็นของใคร ขอใจเย็นๆ อย่าด่วนสรุป

ผบช.ก. ยัน กองปราบยังไม่สรุปหวย 30 ล้าน เป็นของใคร ขอสื่อใจเย็นๆ อย่าด่วนสรุป ชี้ต้องทำคดีรอบคอบ คาดรู้ผล 28 ก.พ.นี้

พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้สัมภาษณ์กรณี “สำนักข่าวแห่งหนึ่ง” นำเสนอข่าวว่า กองปราบปรามฟันธงแล้วว่าใครเป็นเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาลมูลค่า 30 ล้านบาทเป็นของ “หมวดจรูญ” และจะมีการแถลงข่าวในวันพรุ่งนี้

โดยยืนยันว่า ณ เวลานี้ยังไม่มีการสรุปว่าลอตเตอรี่เป็นของใคร จนกว่าผลการสืบสวนสอบสวนจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ เพราะขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการเก็บรายละเอียด เพื่อให้ได้สำนวนที่รัดกุมและรอบด้าน จากนั้นจะยื่นต่อศาลเพื่อพิจารณาเห็นชอบในการออกหมายจับต่อไป

คาดว่าจะรู้ผลในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ อยากให้ทุกฝ่ายใจเย็นๆ อย่าเร่งรัดการทำงานของชุดคลี่คลายคดี เพราะการทำงานจะต้องโปร่งใส ไร้ข้อกังขา ทั้งนี้กระแสข่าวดังกล่าวถือว่าความไม่เหมาะสม เพราะจะทำให้สังคมเกิดความไขว้เขว อีกครั้งในวันพรุ่งนี้เป็นเพียงการ ประชุมและจะไม่มีการแถลงข่าวในวันพรุ่งนี้อย่างแน่นอน

“เปรี้ยว ฆ่าหั่นศพ” ขึ้นศาลยืนยันไม่ได้ฆ่า น้องแอ๋ม

“เปรี้ยว หั่นศพ” ยืนยันไม่ได้ฆ่า “น้องแอ๋ม” ขณะที่ “เอิน-แจ้ และ วศิน” รับสารภาพเพียงร่วมทำลายศพเท่านั้น

ที่ศาล จ.ขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการสอบคำให้การฝ่ายโจทก์ตาคำสั่งศาล จ.ขอนแก่น ในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ระหว่างโจทก์คืออัยการจังหวัดขอนแก่นและฝ่ายจำเลย คือ น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว พร้อมพวก ซึ่งวันนี้เป็นวันแรกของการสอบคำให้การ ซึ่งองค์คณะผู้พิพากษาและอัยการได้ลงว่าความแบบเต็มคณะที่ห้องพิจารณาคดีที่ 8 ชั้น 3 ศาล จ.ขอนแก่น

ทั้งนี้ทันทีที่การสอบคำให้การฝ่ายโจทก์เสร็จสิ้น ผู้พิพากษาได้มีคำสั่งให้ผู้ต้องหาทั้งหมดในคดีประกอบด้วย น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว, น.ส.กวิตา ราชดา หรือ เอิน และ น.ส.อภิวันท์ สัตยบัณฑิต หรือ แจ้ กลับไปควบคุมตัวตามอำนาจการฝากขังระหว่างการพิจารณาคดีที่เรือนจำกลางขอนแก่น

ขณะที่นายวศิน นามพรม ถูกส่งตัวไปควบคุมตัวที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น ส่วน น.ส.จิดารัตน์ พรมคุณ หรือ เบนท์ นั้นอยู่ในระหว่างการประกันตัวด้วยกองทุนยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม โดยผู้ต้องหา ทั้งหมดได้ถูกส่งตัวจากห้องพิจารณาคดีมาไว้ที่ห้องควบคุมตัวผู้ต้องหาชั้นล่างของศาล จ.ขอนแก่น เพื่อรอรถเรือนจำกลางพิเศษขอนแก่นมารับกลับไปควบคุมตัวตามปกติ

นายบุญยงค์ แก้วฝ่ายนอก ทนายความของ น.ส.อภิวันท์ สัตยบัณฑิต หรือ แจ้ กล่าววา บรรยากาศการให้ปากคำในช่วงบ่ายของวันนี้พนักงานอัยการทั้ง 2 ท่าน ยังคงเบิกตัว พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง ต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยเป็นการซักถามฝ่ายโจทก์ตั้งแต่พบศพจนไปถึงการจับกุมตัวนายวศิน ที่ สปป.ลาว องค์คณะผู้พิพากษาจึงมีคำสั่งให้ระงับการสอบคำให้การในวันนี้ ตามที่ฝ่ายโจทก์ยื่นเรื่องขอสอบคำให้การวันนี้ 4 ปากแต่วันนี้สามารถสอบคำให้การได้เพียง 2 ปากและในวันพรุ่งนี้ (21 ก.พ.) มีการขอเบิกตัวพยานมาสอบคำให้การต่อเนื่องคือ พ.ต.อ.ภาคภูมิ และพยานที่คงค้างในวันนี้อีก 2 ปากและพยานที่จะขึ้นให้การในวันพรุ่งนี้อีก 4 ปาก

“วันนี้ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน แยกคำให้การในชั้นศาลดังนี้ คือ

จำเลยที่ 1 น.ส.เปรี้ยว คือปฏิเสธการฆ่า น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ น้องแอ๋ม โดยรับสารภาพเพียงทำร้ายร่างกายเท่านั้น

จำเลยที่ 2 คือ น.ส.เอิน นั้นรับสารภาพในข้อหาร่วมกันทำลายศพ

จำเลยที่ 3 คือ น.ส.เบนท์ นั้น ให้การับสารภาพว่ารับของโจร ซึ่งพนักงานอัยการตั้งข้อกล่าวหานี้เพียงข้อกล่าวหาเดียว

จำเลยที่ 4 คือลูกความของตนเองนั้นรับสารภาพว่า ร่วมกันทำลายศพและเสพเมตแอมเฟตามีน และผู้ต้องหาคนสุดท้ายคือ นายวศิน รับสารภาพว่าร่วมกันทำลายศพเท่านั้น ดังนั้นวันนี้ทนายฝายจำเลยยังคงไม่มีการซักค้านใดๆ และหากการสอบพยานฝ่ายโจทก์มีการพาดพิงมาถึงลูกความในประเด็นใดก็พ้อมที่จะค้านทันที

ทั้งนี้ในช่วงก่อนการสอบคำให้การในช่วงบ่ายนั้นผู้ต้องหาทั้งหมดได้มีการขอมาครอบครัวของผู้ตาย อีกครั้ง จึงทำให้บรรยากาศในการสอบคำให้การวันนี้ไม่ตรึงเครียดเท่าที่ควร”

นายบุญยงค์ กล่าวต่ออีกว่า “แม้จำเลยที่ 3 คือ น.ส.เบนท์ จะให้การรับสารภาพในข้อหารับของโจร ซึ่งเป็นข้อหาเดียวที่พนักงานอัยการแจ้งข้อกล่าวหาไปนั้น ผู้พิพากษาได้ลงบันทึกไว้และยังคงไม่มีการพิจารณาคดีในวันนี้ โดยรอให้การสอบคำให้การทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยแล้วเสร็จจึงจะมีคำพิพากษาพร้อมกัน เนื่องจากพนักงานอัยการได้สรุปสำนวนในรูปแบบการกระทำเป็นขบวนการ ขณะที่ทางคดีแพ่งนั้นฝ่ายโจทก์โดยทนายความ ได้ยื่นขอเรียกร้องค่าเสียหายรวม 10,300,000 บาท แยกเป็นการเลี้ยงดูและอุปการะครอบครัวรวม 10,000,000 บาท และค่าปลงศพ-ค่าทำขวัญและค่าทำศพ อีก 300,000 บาท ซึ่งศาลจังหวัดขอนแก่นได้ประทับรับฟ้องด้วย ในประเด็นนี้ทีมทนายความได้หารือกันแล้วและยืนยันที่จะต่อสู้ในคดีแพ่งด้วย เนื่องจากลูกความให้การปฎิเสธและค่าเสียหายที่เรียกร้องมานั้นมากเกินไป และทีมทนายความยืนยันในการไม่ประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คนเนื่องจากพนักงานสอบสวนมีการคัดค้านการประกันตัวมาตั้งแต่ต้นจนถึงวันนี้และศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว”