ผู้ปกครองโวย หลังเด็กตกร่องฝาท่อระบายน้ำ ครูเผย! จุดที่เกิดเหตุไม่มีงบซ่อมแซม

เด็กชายป. 4 วิ่งเล่นหลังเลิกเรียน พลาดท่าตกร่องฝาท่อระบายน้ำขาติดร้องไห้ระงม ผู้ปกครองโวยเกิดเหตุมาแล้วหลายครั้งไร้การแก้ไข ครูเผยซ่อมแล้วหลายจุด แต่จุดที่เกิดเหตุนั้นไม่มีงบซ่อมแซม

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสุานเมืองพัทยารับแจ้งเหตุ มีเด็กนักเรียนพลาดขาติดกับร่องท่อฝาระบายน้า เหตุเกิดถายในโรงเรียนบ้านชากนอก ม.4 ต.ก้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังรีบไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุข้างอาคารเรียนผู้ปกครอง อาจารย์ และเพื่อนนักเรียนมุงดูเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด พบ ด.ช.ประวันวิทย์ พวงทอง อายุ 10 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 พลาดท่าขาซ้ายลงไปติดคาอยู่ในร่องฝาท่อระบายน้ำ ที่สร้างด้วยเหล็กฉากเชื่อมต่อกัน เป็นแนว แล้วเกิดการชำรุดเป็นร่องขนาดใหญ่ไม่สามารถเอาออกได้ ได้รับบาดเจ็บร้องไห้ฟูมฟาย

โดยมีพลเมืองดีและเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯช่วยกันหาวิธีนำขาออก และมี ด.ช.อุตมะ พวงพระจันทร์ อายุ 13 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มุดลงไปในท่อระบายน้ำแล้วใช้มือพยุงขาของด.ช.ประวันวิทย์ ไว้ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ นำอุปกรณ์ตัดถ่างมา ถ่างเหล็กฝาท่อระบายน้ำออกได้อย่างง่ายดาย แล้วปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาล

สอบถามด.ช.ประวันวิทย์ เล่าว่าขณะที่เล่นอยู่กับเพื่อนหลังเลิกเรียน รอผู้ปกครองมารับกลับ ได้เดินข้ามฝาท่อระบายน้ำแต่ไม่ทันระวังว่าฝาท่อเกิดการชำรุด จึงลื่นตกลงไปแล้วขาติดไม่สามารถออกได้จึงร้องให้เพื่อนๆ ช่วย แต่ก็ยังไม่ออกจึงแจ้งให้ครูมาช่วยดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯกำลังให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บนั้นได้มีผู้ปกครองหลายรายเกิดความไม่พอใจ ว่าเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นหลายรายแล้ว และนักเรียนก็ได้รับบาดเจ็บแต่ยังไม่มีการแก้ไข เมื่อสอบถามกับอาจารย์ประจำโรงเรียน ได้คำตอบว่ามีการชำรุดและได้ซ่อมแซมอยู่เรื่อยๆ แต่จุดที่ยังไม่ได้รับการซ่อมแซม แต่ซ่อมแซมชั่วคราวโดยการใช้ไม้วางแล้วใช้เชือกมัดไว้นั้น เพราะขาดแคลนงบประมาณในการซ่อมแซม อย่างไรก็ตามอยากให้ทางโรงเรียนรีบเร่งซ่อมแซมเพื่อความปลอดภัยของนักเรียนอย่างเร่งด่วนด้วย

มูลนิธิสืบฯ เปิดไทมไลน์คดี ’เปรมชัย’ กับพวกล่าเสือดำ

ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เปิดไทมไลน์คดี ’เปรมชัย’ กับพวกล่าเสือดำ 

นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้เผยแพร่ “ไทม์ไลน์ คดีล่าเสือดำทุ่งใหญ่ฯตก” ตามป.วิอาญา แก่สื่อมวลชน เพื่อติดตามคดีจับกุม ตัว นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลี่ยนไทย ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด(มหาชน) กับพวก ลักลอบตั้งแคมป์และล่าสัตว์ป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก โดยไทม์ไลน์ดังกล่าว เริ่มตั้งแต่

6 ก.พ. 2561 – ลงบันทึกจับกุม นายเปรมชัย กับพวก รวม 4 คน 9 ฐานความผิด จาก 3 พ.ร.บ.และยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก / ทนายความยื่นขอประกันตัว 4 ผู้ต้องหา วงเงินคนละ 150,000 บาท
13 ก.พ. 2561 – ออกหมายเรียก 4 ผู้ต้องหาเตรียมแจ้งข้อกล่าวหากระทำทารุณกรรมสัตว์ ฐานความผิดที่ 10
15 ก.พ. 2561 – นายเปรมชัยพร้อมพวกไม่มาตามนัดและทนายขอเลื่อนรับทราบข้อหาทารุณกรรมสัตว์ออกไป
17 ก.พ. 2561 – ครบกำหนดฝากขังครั้งแรก
26 มี.ค. 2561 – ครบกำหนดฝากขังครั้งที่4 ( 48 วัน )และต้องมารายงานตัวครั้งแรก
7 เม.ย. 2561 – ครบกำหนดฝากขังครั้งที่ 5 ( 60 วัน ) และต้องมารายงานตัว
19 เม.ย. 2561 – ครบกำหนดฝากขังครั้งที่ 6 ( 72 วัน ) และต้องมารายงานตัว
1 พ.ค. 2561 – ครบกำหนดฝากขัง ครั้งที่ 7 ( 84 วัน ) ผลัดสุดท้าย และต้องมารายงานตัว

**ระยะเวลาอาจเป็นไปตามดุลยพินิจศาลตามกรอบของกฏหมาย
**ทั้งนี้หากกระบวนการสอบสวนของตำรวจและการพิจารณาสั่งฟ้องของพนักงานอัยการเสร็จสิ้นเมื่อใดสามารถแจ้งผู้ต้องหาและนายประกันทราบพร้อมนำตัวมาฟ้องต่อศาลได้ก่อนวันนัดรายงานตัว โดยไม่ต้องรอให้ครบวันตามที่กฎหมายกำหนดสูงสุดไว้

ไรเฟิล ของ “เปรมชัย” ไม่โยงยิงช้างป่ากุยบุรี แต่ชัดปืนลูกซองยิงเสือดำ

พฐ.ชี้ผลตรวจปืนไรเฟิล ของ “เปรมชัย” ไม่โยงยิงช้างป่ากุยบุรี แต่ชัดปืนลูกซองยิงเสือดำ

พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง เปิดเผยว่า ได้เก็บตัวอย่างกระสุนจากปืนของ นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บมจ.อิตาเลียนไทย ดิเวล็อปเมนต์ทุกกระบอกแล้ว ส่วนก่อนหน้านี้ที่สงสัยว่าปืนไรเฟิลของนายเปรมชัย ที่ใช้กระสุนขนาด .375 อาจเกี่ยวข้องหรือเป็นปืนที่ใช้ยิงช้างป่า ที่ อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งพบหลักฐานหัวกระสุนขนาด .375 เหมือนกัน สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน 7 ได้ยืนยันผลการเทียบหัวกระสุนแล้ว พบว่าเป็นปืนคนละกระบอก ดังนั้น ปืนต้องสงสัยของนายเปรมชัย ไม่เกี่ยวข้องกับการยิงช้างป่า ที่ตั้งข้อสังเกตก่อนหน้านี้

สำหรับการตรวจปืนที่จุดเกิดเหตุยิงเสือดำในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร นั้น ผลตรวจสอบ พบปลอกกระสุนปืนลูกซอง เบอร์ 20 ตกบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งตรงกับปืนลูกซอง ซึ่งเป็น 1 ใน 3 กระบอกของนายเปรมชัย ที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ จึงยืนยันว่า ปืนกับกระสุนตรงกัน แต่ในซากเสือดำ พบถูกยิงกระสุนลูกปลายซึ่งทางนิติวิทยาศาสตร์ตรวจสอบยากว่ายิงจากปืนกระบอกใดในขั้นนี้ก็ตรวจสอบไม่ได้ แต่เพียงเท่านี้ก็พออนุมานได้แล้วว่า ในที่เกิดเหตุมีปืนลูกซอง พบปลอกกระสุนลูกซอง นัมเบอร์ SSD ซึ่งตรงกับปืนตกอยู่ตรงนั้น และที่ซากเสือดำพบกระสุนลูกปลาย ซึ่งเป็นกระสุนจากปืนลูกซอง แม้ไม่สามารถชี้ได้ว่าจากปปืนกระบอกไหน แต่ในที่เกิดเหตุก็มีปืนอยู่เท่านั้น