กลุ่มค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา เข้าพบยูเอ็น แสดงจุดยืนต้านโรงไฟฟ้า

ตัวแทนคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ – เทพา เข้าพบยูเอ็น เพื่อนำเสนอข้อมูลส่งสัญญาณให้ทั่วโลกเห็นผลกระทบของถ่านหิน

จากกรณีที่ตัวแทนชาวบ้านจากจังหวัดกระบี่และอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา โดยเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน กว่า 70 คน เดินทางมาจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ อดอาหาร บริเวณหน้าองค์การสหประชาชาติ หรือ UN ประจำประเทศไทย เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยประกาศยุติการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่และที่อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ซึ่งวันนี้เป็นวันที่ 5 ผู้ร่วมอดอาหาร 68 คน ล้มป่วยแล้ว 8 คน

ล่าสุดวันนี้ (16 ก.พ.) เวลา 10.00 น. ตัวแทนคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา 7 คน เข้าพบคณะตัวแทนองค์การสหประชาชาติหรือยูเอ็น เพื่อนำเสนอข้อมูลส่งสัญญาณให้ทั่วโลกเห็นผลกระทบของถ่านหิน รวมถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนฯ

นายอัครเดช ฉากจินดา หนึ่งในแกนนำเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน เผยว่า ตนเป็นหนึ่งในตัวแทนเพื่อเข้านำเสนอหัวข้อเชิงประจักษ์หลายๆ อย่าง รายงานให้สหประชาชาติได้เห็นถึงสิ่งที่เรากำลังเคลื่อนไหว ซึ่งประเด็นหลักคือโครงการโรงไฟฟ้ากระบี่-เทพา มีขั้นตอน กระบวนการอย่างไร ทำให้เกิดประเด็นที่ทั่วโลกต้องติดตาม และให้ความสำคัญ เพราะการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าไม่ได้เป็นเฉพาะเรื่องในพื้นที่ แต่เป็นเรื่องของทั่วโลก การปกป้องแหล่งอาหาร สภาพอากาศ วิถีชุมชน เป็นเรื่องสำคัญและสอดคล้องกัน

ทั้งนี้ ภายหลังจากตัวแทนคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา เข้าพบคณะยูเอ็น ได้แถลงการณ์เครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพา ยุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน ระบุว่า วันนี้ทางเครือข่ายได้เข้าพบกับผู้แทนของสหประชาชาติ เพื่อให้ข้อมูลด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน ซึ่งจะเป็นฐานข้อมูลสำหรับการพิจารณาดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามดุลยพินิจ

เครือข่ายขอประกาศแนวทางการปกป้องสิ่งแวดล้อมด้วยแนวทางอารยะขัดขืน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะมีการ ‘นั่งส่งใจให้รัฐบาลมีสำนึกสิ่งแวดล้อม’ ช่วงเช้าเวลา 08.30-09.00 น. ช่วงเย็นเวลา 17.00-17.30 น. จึงขอเชิญชวนให้พี่น้องกรุงเทพร่วมกิจกรรม ‘นั่งส่งใจให้รัฐบาลมีสำนึกสิ่งแวดล้อม’ ตามช่วงเวลาดังกล่าว

โดยวันอาทิตย์นี้ ภาคีเครือข่ายและพี่น้องกรุงเทพ ร่วมอดอาหาร แสดงพลังปกป้องสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. กิจกรรมเสวนาและแถลงการณ์ของภาคีเครือข่ายและผู้รักสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เวลา 13.00- 15.00 น.

หากรัฐบาลยังไม่ตัดสินใจต่อข้อเรียกร้องเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมของเครือข่าย ในวันอังคารที่ 20 ก.พ. จะเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อไปฟังผลการประชุมมติคณะรัฐมนตรี และจะเพิ่มจำนวนคนอารยะขัดขืน จากภาคีเครือข่ายเพิ่มขึ้น เพื่อทำกิจกรรมหน้าสำนักงานสหประชาชาติต่อไป

สมเด็จพระเทพฯ พระราชทานพร ตรุษจีน ให้คนไทย

สมเด็จพระเทพฯ พระราชทานพร ตรุษจีน ให้คนไทย ร่ำรวย และรุ่งเรือง ตลอดปี

เพจเฟซบุ๊กร้าน PHUFA ได้อัญเชิญพรพระราชทานเนื่องในโอกาสวันตรุษจีน 2561 จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้แก่ปวงชนชาวไทย ความว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพรอันเป็นสิริมงคลสูงสุดในชีวิต เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ปีจอ 2561 ให้ชาวไทย “ร่ำรวย และรุ่งเรือง” ตลอดปี

สมเด็จพระเทพ, ตรุษจีน2018, ข่าวตรุษจีน

พรพระราชทานลายพระหัตถ์ภาษาจีน ความหมายมงคลในปีนี้ คือคำว่า 兴旺 อ่านว่า ซิงว่าง [xīngwàng] มีความหมายว่า “ร่ำรวย รุ่งเรือง” ในเทศกาลตรุษจีน ปีจอ พ.ศ. 2561 นี้ ร้านภูฟ้าได้อัญเชิญพรพระราชทานดังกล่าว มาปักด้านบนภาพฝีพระหัตถ์ “สุนัขหูตั้ง” หน้าตาเบิกบาน เฉลียวฉลาด ใฝ่รู้ใฝ่เรียน

พร้อมทั้งอัญเชิญพระนามาภิไธย “สิรินธร” ภาษาจีน 诗琳通 (Shī lín tōng) ตามคำเรียกขานของชาวจีน 诗 shī แปลว่า บทกวี 琳 lín แปลว่า หยกสวยงาม และ 通 tōng แปลว่า ปราดเปรื่อง ปักด้วยไหมสีทองพิเศษ ประดับไว้บนกระเป๋าเสื้อโปโลสีแดง จอ-เจริญรุ่งเรือง เพื่อสร้างสิริมงคลแก่ผู้สวมใส่ อันเป็นมงคลสูงสุดแก่ผู้สวมใส่ในเทศกาลตรุษจีนนี้

ตำรวจ แจงหลัง ทักษิณ – ยิ่งลักษณ์ โผล่จีน ยันไม่ได้นอนใจเร่งตามจับ

รองโฆษก ตร. เผย ผบ.ตร.กำชับดำเนินการทุกมิติตามจับยิ่งลักษณ์ – ทักษิณ หลังปรากฏตัวที่จีน ก่อนโยนกระทรวงต่างประเทศ ขอข้อมูลจากจีน 

วันนี้ (6 ก.พ. 2561) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีมีภาพนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 2 อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีต่างๆ และกำลังหลบหนีคดีอย่างต่างประเทศ  ปรากฏในโลกออนไลน์ขณะเดินทางท่องเที่ยวอยู่ในจีน ว่า

สำหรับกรณีที่ปรากฏภาพและข้อมูล น.ส.ยิ่งลักษณ์และนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในโลกโซเชียลมิเดีย ที่ระบุว่าอยู่ในประเทศจีนนั้น ตร. ได้ประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้ทางการประเทศจีน ให้ข้อมูลการเดินทางของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า

ได้มีการเข้า-ออกประเทศจีนช่วงใดบ้าง เดินทางด้วยสายการบินใดหรือเครื่องบินส่วนตัว และใช้พาสปอร์ตชนิดใด ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศได้บันทึกชื่อของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นบุคคลต้องเฝ้าระวัง สำหรับการพิจารณาออกหนังสือเดินทาง และยกเลิกหนังสือเดินทางของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จำนวน 4 เล่ม

ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งให้สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ แจ้งให้แต่ละประเทศทราบแล้ว และทางกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แจ้งให้ประเทศสมาชิกตำรวจสากลทั่วโลกทราบแล้ว เพื่อป้องกันการนำหนังสือเดินทาง เพื่อเฝ้าระวังการนำหนังสือเดินทางที่ถูกยกเลิกกลับมาใช้เดินทางอีก

รองโฆษก ตร.ยังกล่าวต่ออีกว่า ผบ.ตร. ได้กำชับให้ดำเนินการในทุกมิติอย่างรอบคอบ ครบถ้วน และเร่งรัดติดตามผลมาโดยตลอด ที่ผ่านมามีความคืบหน้าไปมาก สำหรับในคดีนี้ขอยืนยันว่าดำเนินการอย่างเข้มงวด เช่นเดียวกับคดีอาชญากรรมอื่นๆ ไม่มีการเลือกปฏิบัติแต่อย่างไร แต่อย่างไรก็ตามยังคงต้องรอผลการตรวจสอบแหล่งข้อมูลจากหลายๆส่วน รวมทั้งข้อมูลจากต่างประเทศด้วย