รักสลายวาเลนไทน์ คู่รักเมืองกรุงหย่าร้างถึง 25 คู่

ตะลึง วาเลนไทน์เดย์  คู่รักหย่าถึง 25 คู่  โดยสำนักงานเขตบางแค และบางนา มีคู่รักจดทะเบียนหย่าเยอะสุด 

ถือเป็นธรรมเนียมและความเชื่อสำหรับคู่รักที่นิยมจดทะเบียนสมรสในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี โดยปีนี้มีคู่รักจดทะเบียนโดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครถึง 2,546 คู่ หย่าร้างสูง 25 คู่ โดยที่สำนักงานเขต บางรัก มีคู่รักจดทะเบียนสมรสถึง 619 คู่ ไม่มีคู่ใดมาอย่าร้าง ส่วนสำนักงานเขตที่มีผู้จดทะเบียนสมรสรองลงมาคือ สำนักงานเขตบางซื่อ 118 คู่

ส่วนสำนักงานเขตที่มีคู่รักมาอย่าร้างมากที่สุด คือ สำนักงานเขตบางแค และบางนา

วาเลนไทน์,หย่าร้าง,กรุงเทพฯ

‘สมยศ’ ยันไปแน่ 15 ก.พ. เข้าให้ปากคำ DSI ปมยืมเงินเสี่ยกำพล

มาแน่!! “สมยศ”นายกฯ สมาคมบอล เข้าให้ปากคำ DSI 15 ก.พ.นี้

หลังจาก กรมสอบสวนคดีพิเศษ ออกหมายเรียก พล.ต.อ.สมยศ อดีต ผล.ตร.ให้ปากคำกรณีการรับโอนเงินจาก เสี่ยกำพล ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์นั้น ล่าสุด อดีตผบช.ตร.ยังไม่มีแจ้งเลื่อนเข้าให้ปากคำในวันที่ 15 ก.พ.นี้

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์ในสถานอาบอบนวดวิคตอเรีย ซีเครท ออกหมายเรียกพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เข้าให้ปากคำในฐานะพยานเกี่ยวกับธุรกรรมการเงินทั้งหมด รวมถึงข้อมูลในประเด็นที่ยืมเงิน 300 ล้านบาท จากนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ เจ้าของกิจการอาบอบนวดวิคตอเรียซีเครท ในวันที่ 15 ก.พ.นี้ ว่า

กองคดีต่อต้านการค้ามนุษย์ได้แจ้งว่า จนถึงขณะนี้พล.ต.อ.สมยศ ยังไม่มีการแจ้งเลื่อนกำหนดนัดเข้าให้ปากคำ โดยมีการประสานว่าจะเข้าพบพนักงานสอบสวนในช่วงบ่ายวันที่ 15 ก.พ.

ทั้งนี้ หากวันดังกล่าวพยานไม่ได้เดินทางมาให้ปากคำ พนักงานสอบสวนจะพิจารณาออกหนังสือเรียกอีกครั้งตามขั้นตอนกฎหมาย โดยทุกขั้นตอนการสอบสวนดำเนินการในรูปแบบคณะพนักงานสอบสวน ซึ่งพิจารณาร่วมกับเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน

ทนายดัง แนะครูปรีชา ไปซ้อมให้เนียน ปั้นพยานใหม่ให้ดี เชื่อทำเป็นขบวนการหวย 30 ล้าน

ทนายตั้มแนะครูปรีชา ซักซ้อมพยานใหม่ให้ดี อย่าทำเอามันส์หรือแค่สร้างสีสันไปวันๆ เชื่อ บช.ภ.7 ทำคดีไม่โปร่งใส

กรณีหวย 30 ล้าน ระหว่างครูปรีชา กับ หมวดจรูญ หลังจากที่ล่าสุดผบ.ตร.ออกมาให้ข้อมูล โดยชี้ว่า เรื่องนี้อาจจะมีการทำเป็นขบวนการคล้ายกรณีครูจอมทรัพย์ และคาดว่าคดีจะจบในกุมภาพันธ์นี้

ล่าสุด ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก ถึงพยานใหม่ของครูปรีชา โดยระบุว่า “ผมขอต้อนรับสมาชิกพยานใหม่ของครูปรีชาด้วยความยินดีครับ หลังจากที่ผมดูข่าวช่องอัมรินทร์แล้ว ผมขอเชิญชวนท่านมาให้การตามที่ท่านอยากจะให้ความเป็นธรรมแก่ครูด้วยครับ อย่าแค่ให้สัมภาษณ์ด้วยความมันส์หรือแค่สร้างสีสันไปวันๆ ออกมาเลยครับ ผมและคุณลุงไม่ขัดข้อง ขออย่างเดียวคือให้ซักซ้อมกันให้ดี เอาให้เนียนสุดๆเลยครับ

ทนายตั้ม, ครูปรีชา, ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด

ท่าน ผบ.ตร.ออกมาบอกแล้วว่าคดีนี้มันเป็นขบวนการ ผมเองก็เชื่อมาตั้งแต่แรก ประชาชนทุกท่านก็ช่วยกันคิดตามด้วยครับว่าลำพังแค่ครูกับป้าบ้าบิ่นจะคิดเป็นคิดออกหรือครับ คนที่ไม่รู้กฎหมายและใจไม่กล้าจริงคิดวางแผนเรื่องนี้ไม่ได้หรอกครับ

โดยเฉพาะการที่จะต้องหาประจักษ์พยานให้ได้ เพราะคำๆ นี้ชาวบ้านพื้นๆ คิดไม่ออกแน่ครับว่าจะต้องวางแผนและจะใช้วิธีการใดที่จะทำให้เรื่องราวมันเดินได้อย่างราบรื่นเพื่อให้สมจริงสมจัง คนที่วางแผนให้มันต้องมีครับที่เข้าร่วมขบวนการนี้

ถ้าไม่มีผลประโยชน์มาเสนอให้ ผมเชื่อว่าไม่มีใครกล้าเอามือมาซุกหีบหรอกครับ เสียทั้งชื่อเสียงที่สั่งสมมา เสียความน่าเชื่อถือทั้งจากประชาชนและคนในหน่วยของตัวเอง ถ้าไม่มีสิ่งล่อใจเขาไม่ทำหรอกครับ เขากล้าเสี่ยงเพราะอะไรครับ ยิ่งพยานที่กล้าเสี่ยงออกมาตอนท้ายๆ ถ้าไม่มีเงินล่อใจและไม่มีคนการันตีรับรองให้ มีหรือครับที่เขาจะกล้าออกมาเสี่ยงกับคุกตะราง

ผมเองไม่เชื่อว่า ด้วยศักยภาพของคณะทำงานของ ภ.7 ที่แต่ละท่านก้าวมาถึงระดับนี้แล้วจะไม่สามารถสอบเค้นเอาความพิรุธในคดีนี้ให้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมได้ คดีนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนและยากเกินกว่าที่ ภ.7 จะทำได้ ถ้าท่านทำด้วยใจบริสุทธิ์ ผมเชื่อว่าท่านต้องทำได้

แต่ที่ผ่านมาท่านกลับทำในสิ่งที่ประชาชนทั้งประเทศไม่ไว้วางใจและขาดความเชื่อมั่น หมดศรัทธาต่อองค์กรท่านอย่างช่วยไม่ได้ ท่านอย่าโทษกระแส อย่าโทษประชาชน ท่านต้องกลับไปดูตัวท่านเองครับ ผมเชื่อว่าตำรวจใน ภ.7 เองส่วนใหญ่ก็คงไม่เห็นด้วยกับท่าน เพราะถ้าเป็นภาษามวยก็คือ มันค้านสายตาครับ”