หึงโหด! พ่อเลี้ยงทำร้ายแฟนลูกสาวเสียชีวิต เหตุไม่พอใจคบหากัน

ตำรวจรวบตัวพ่อเลี้ยงโหดวัย 37 ปี ทำร้ายชายวัย 53 ปีที่มาคบหากับลูกเลี้ยงจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต สารภาพเกิดจากความหึงหวงและโมโหทนไม่ได้ที่เห็นลูกเลี้ยงไปกับชายอื่น

เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. ของวันนี้ พันตำรวจเอกอภิชาติ ไชยบุญเรือง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเขาคิชฌกูฏ พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจชุดสืบสวน ได้นำตัวนายสุริยา ศรีคำ หรืองู อายุ 37 ปี ชาวตำบลฉมัน อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี มาแถลงข่าวและควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังจากนายสุริยา ก่อเหตุทำร้ายนายสำรวม ภู่เจริญ หรือป๋อง จนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 01.10 น. พันตำรวจโทสมาน ไชยชาญ รองผู้กำกับการสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเขาคิชฌกูฏ พนักงานสอบสวน ได้รับแจ้งจากนายเกียรติ์ศักดิ์ ภู่เจริญอายุ 20 ปี ลูกชายผู้เสียชีวิต ว่านายสำรวม ภู่เจริญ หรือนายป๋อง อายุ 53 ปี เป็นชาวตำบลพลกรัง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นบิดาของตนถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตต่อมาที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี

หลังจากรับแจ้งพนักงานสอบสวน พร้อมด้วยชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเขาคิชฌกูฏ ได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุซึ่งเป็นห้องแถวเลขที่ 42 / 34 หมู่ 10 ตำบลพลวง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี พบกองเลือดจำนวน 2 จุด แต่ไม่พบผู้บาดเจ็บ ทราบว่ามีพลเมืองดีนำร่างผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเขาคิชฌกูฏแล้ว

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายสำรวม ผู้เสียชีวิต ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปหา นางสาวป๊อบ แฟนสาวซึ่งคบหากันได้ประมาณ 6 วัน ที่ห้องพัก หลังจากนั้นได้ชักชวนกันออกไปทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในตำบลพลวง อำเภอเขาคิชฌกูฏ

หลังจากนั้น ได้กลับมาส่งนางสาวป๊อบที่ห้องพัก ในระหว่างขับขี่รถจักรยานยนต์กลับมา ได้มีคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อ สี และหมายเลขทะเบียน ขับติดตาม เมื่อนายสำรวม หรือนายป๋อง กลับถึงบริเวณที่พัก คนร้ายได้ใช้ของแข็งตีเข้าที่บริเวณศีรษะของนายสำรวม จนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเขาคิชฌกูฏ ได้ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิด ในบริเวณที่เกิดเหตุ พบลักษณะของคนร้าย และรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ เป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซีแซดไอ 110 สีแดงขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน จึงทำการตรวจสอบบุคคลที่ครอบครองรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว

และจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่านายสุริยา ศรีคำ หรือ งู ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงของนางสาวป๊อบ เป็นผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่มีลักษณะเดียวกัน และรูปพรรณใกล้เคียงกับผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและติดตามนายสุริยา สีคำ หรือ งู ที่สำนักสงฆ์ฆ้องพญา ตำบลประณีต อำเอเขาสมิงจังหวัดตราด และตรวจยึดรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว

จากนั้นจึงได้สอบถามนายสุริยา หรือ งู ก็ให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นคนก่อเหตุในครั้งนี้จริง โดยมีสาเหตุมาจากก่อนหน้านี้ตนเคยมีความสัมพันธ์กับลูกเลี้ยงตัวเอง และเมื่อนายสำรวม คบหากับลูกเลี้ยงตนเลยรู้สึกไม่พอใจ วันที่ก่อเหตุตนรู้สึกโมโหประกอบกับความหึงหวงจึงถือเหล็กท่อนขี่รถจักรยานยนต์ตามหาผู้ตาย แต่ก็ไม่พบ

จนมาพบในจุดที่เกิดเหตุจึงลงมือก่อเหตุทำร้ายร่างกาย ซึ่งตอนที่ทำร้ายต้องการแค่เพียงสั่งสอน แต่เกิดพลั้งมือทำให้นายสำรวมได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายสุริยา ผู้ต้องหาส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี โดยได้มีการตั้งข้อหากับนายสุริยา สีคำ ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

ฮือฮา! ฝรั่งฉกใบกระท่อม ไปสร้างแบรนด์ Thai Kratom ก่อนยกเป็นสมุนไพรน่าทึ่ง

เห็นด้วยไหม ?? เว็บเพื่อสุขภาพจี้รัฐเอาจริง นำใบกระท่อมสกัดเป็นสมุนไพรถูกกฎหมาย หลังเมืองนอกนำไปผลิตก่อนตีตรา “Thai Kratom”  ออกจำหน่าย และยกเป็นสมุนไพรสุดอัศจรรย์น่าทึ่ง

วันนี้ (14 ก.พ. 2561) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อเว็บไซต์ medhubnews.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์สุขภาพของคนรุ่นใหม่ ได้มีการเผยแพร่ภาพ “Thai Kratom”  สมุนไพรที่ถูกสกัดจากใบกระท่อม ออกขายอย่างกว้างขวางในเมืองสำคัญของสหรัฐฯ ที่เปิดให้มีการค้ากัญชาได้อย่างเสรี ด้วยการนำไปดัดแปลงผ่านกระบวนการ ก่อนออกมาเป็นสมุนไพรในรูปแบบแคปซูล ที่ให้สรรพคุณลดความเจ็บปวด และสู้งานเหมือนเป็นยาดีชูกำลัง

ใบกระท่อม, กัญชา, สมุนไพรไทย, ข่าวสดวันนี้

ซึ่งสาเหตุที่เว็บไซต์ดังกล่าวนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นออกมาเผยแพร่ เพราะต้องการให้ภาครัฐหันมาสนใจและพัฒนานำพืชที่ถูกมองว่าเป็นยาเสพติด มาเปลี่ยนเป็นยาสมุนไพรให้ถูกกฎหมาย ไม่อย่างนั้นหากปล่อยไว้อาจถูกฝรั่งนำไปจดลิขสิทธิ์ทำให้ไทยเราเสียสิทธิ์เหมือนกับข้าวหอมมะลิก็เป็นได้

ขณะเดียวกันจะได้เป็นการลดปริมาณการนำเข้ายาปฏิชีวนะที่ผลิตจากสารเคมี ซึ่งสูญเสียงบประมาณปีละหลายหมื่นล้านลง และเป็นการส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยไปในตัวด้วย

ข้อมูลจาก สิ่งที่ควรรับรอง แต่ไม่ทำ ! ฝรั่งตบหน้าไทยอีก ฉกสมุนไพรใบกระท่อม ไปสร้างแบรนด์ “Thai Kratom”

จับแล้ว! 2 คนร้ายร่วมก่อเหตุชิงทองย่านบางบัวทอง

จับได้แล้ว!! 2 คนร้ายก่อเหตุชิงทองคำ ในซอยวัดลาดปลาดุก อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เผยคนร้านมีประวัติก่อเหตุเพียบหนักสุดคดีฆ่าผู้อื่น

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 14 ก.พ.61 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี จ.นนทบุรี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.สุศักดิ์ ปรักกมะกุล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ โมรานนท์ ผกก.กก.สส. พ.ต.อ.อรรณพ นวมนาคะ ผกก.สภ.บางบัวทอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดนนทบุรี สืบสวน สภ.บางบัวทอง ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายมนต์นที หรือเก่ง นาคโถม อายุ 33 ปี และนายโกศล บุญรอด อายุ 42 ปี

หลังคนร้ายทั้งสองก่อเหตุชิงทองคำในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง หมู่ 6 ซอยวัดลาดปลาดุก ต.บางรักพัฒนาบางบัวทอง เมื่อวันที่ 9 ก.พ.61 เวลา 14.00 น. ได้ทรัพย์สินเป็นทองรูปพรรณ สร้อยคอและแหวนทองคำ น้ำหนักประมาณ 17 บาท พร้อมของกลาง 1.รถยนต์ฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีบรินซ์ ทะเบียน สช1074 กทม. 2.รถยนต์โปรตรอน รุ่นเซฟวี่ ทะเบียน ฌธ1831 กทม. 3.อาวุธปืนสั้น ขนาด 9 มม.ยี่ห้อกล๊อก 4.โทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง 5. เงินสดจำนวนหนึ่ง 6.กระเป๋าสะพาย

เบื้องต้นจากการตรวจสอบประวัติ นายมนต์นที นาคโถม ทราบว่ามีประวัติเคยก่อเหตุ 6 คดีในพื้นที่ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เป็นคดีพยายามฆ่า 3 คดี, ครอบครองอาวุธ, ครอบครองยาเสพติด และฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จากนั้นได้ควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่เกิดเหตุ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง>>>> เปิดคลิป! คนร้ายบุกเดี่ยวปล้นร้านทองได้ทองคำกว่า 30 บาท

รอง.ผบช.ภ.1ลงพื้นที่เหตุปล้นทอง 30บาท กำชับตำรวจคนร้ายมีอาวุธปืน