ประชาชนแห่เที่ยวงาน ‘อุ่นไอรัก คลายความหนาว’ ประทับใจได้สวมชุดไทย ย้อนสมัย ร.5

ประชาชนแห่เที่ยวงาน ‘อุ่นไอรัก คลายความหนาว’ คึกคัก สุดประทับใจได้สวมชุดไทย ย้อนอดีตสมัยรัชกาลที่ 5 

ผ่านมาครบ 1 สัปดาห์แล้วสำหรับงาน ‘อุ่นไอรัก คลายความหนาว’ ที่จัดขึ้นบริเวณพระลานพระราชวังดุสิต และสนามเสือป่า ซึ่ง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดขึ้นเพื่อสืบสานการจัดงานฤดูหนาวในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และแสดงถึงความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชน

จากวันแรกจนถึงวันนี้ มีประชาชนที่ให้ความสนใจจากทั่วทุกสารทิศ เดินทางมาร่วมงานแล้วมากกว่า 1 แสนคน ซึ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาเที่ยวชมงาน ต่างสวมชุดไทยแบบย้อนยุค เพิ่มสีสันสืบสานความเป็นไทยให้ยุคสมัยรัชกาลที่ 5 กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งในงานนี้ ขณะที่คนที่ไม่ได้แต่งชุดไทยมางาน สามารถมาหาเช่าชุด ได้ที่บูธการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่อยู่ภายในสนามเสือป่า ในราคาวันละ 250 บาท

โดยภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการ และกิจกรรมที่สื่อให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่มีมาในอดีตตั้งแต่สมัย ร.5 อาทิ ร้านไปรษณีย์กรุงสยาม แบงก์ สยามกัมมาจล นิทรรศการการงานฝีมือชั้นสูง จากฝ่ายในสำนักพระราชวัง สาธิตการร้อยมาลัย แกะสลักผลไม้ ทำขนมจีบตัวนก ขนมค้างคาวเผือก และขนมทองม้วนสด ซึ่งเป็นขนมไทยโบราณ และสตูดิโอถ่ายภาพโบราณ ให้ผู้เข้าชมงานได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

นางลัดดา เปรมฤทัย อายุ 75 ปี เผยว่า ตนรู้สึกดีใจที่ได้มาเที่ยวงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว ได้มาชมบรรยากาศย้อนอดีตในสมัยรัชกาลที่ 10 ที่พระองค์ท่านทรงเมตตาให้จัดงานอุ่นไอรักขึ้นมา ซึ่งหาได้ยากมากในปัจจุบัน ตนจึงอยากมาสัมผัสบรรยากาศงานนี้ จึงได้สวมชุดไทยเข้าร่วมงานดังกล่าว และรู้สึกประทับใจที่ได้เห็นชุดย้อนยุคที่หลากหลายสวยงามแปลกตาภายในงาน

ด้านนางสาวอารีรัตน์  เดโชพล  อายุ 23 ปี และเพื่อนๆ ที่มาเที่ยวชมงาน เผยถึงความรู้สึกว่า ตนและเพื่อนๆ มาด้วยจุดประสงค์คืออยากใส่ชุดไทยสวยๆ ย้อนยุคเข้าร่วมงาน เพราะปัจจุบันทั่วไปก็หาโอกาสใส่ชุดไทยได้ยาก จึงใช้โอกาสนี้แต่งตัวชุดไทยสวยๆ เดินเที่ยว รวมถึงประทับใจบรรยากาศภายในงาน ทำให้รู้สึกถึงกลิ่นอายสมัยรัชกาลที่ 5 จริงๆ วัยรุ่นยุคใหม่น่าจะได้มาลองสวมชุดไทย ดูบรรยากาศย้อนยุคที่เราอาจจะไม่เคยเห็นมาก่อน ที่ถ่ายรูปมุมสวยๆ ก็เยอะ จึงอยากเชิญชวนให้ได้มาลองสัมผัสงานนี้กัน

ทั้งนี้ ภายในงานจะแบ่งเป็น 3 โซน คือ 1. โซนพระลานพระราชวังดุสิต จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 9  2. โซนสนามเสือป่า ไดเแก่ ร้านค้าในพระบรมวงศานุวงศ์และร้านค้ารับเชิญ เช่น ร้านศิลปาชีพ 904, ร้านมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ฯลฯ รวมทั้งมีการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้านและฉายหนังกลางแปลง ซึ่งเงินรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายสินค้าจะนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากตามพระราชอัธยาศัย

3.โซนร้านอาหารและร้านค้าตามแนวคิด”ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร สืบสานชุมชนวิถีไทย” นอกจากนี้ ยังได้จัดรถบัสเปิดประทุน 2 ชั้น รับ – ส่งประชาชน จากบริเวณท่าเตียน สวนนาคราภิรมย์ ท่าพระอาทิตย์ ผ่านฟ้า ราชดำเนิน จนถึงบริเวณงานฯ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น.

นายกฯ สั่งแจงเลื่อนเลือกตั้งยึดกฎหมายลูก ปัดหวังอยู่ต่อ

นายกฯกำชับผู้เกี่ยวข้องเร่งแจงเหตุเลื่อนเลือกตั้ง ยันรัฐบาลไม่ได้กำหนดให้เกิดการขยับย้ำโรดแมปยังคงเหมือนเดิม ขอแยกแยะปมนาฬิกา”ประวิตร”รอป.ป.ช.สอบ

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำชับให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งทำความเข้าใจถึงเหตุผลการเลื่อนเลือกตั้ง ว่า นายกรัฐมนตรี ระบุว่าวันนี้หากได้ติดตามดูจะพบว่ามีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นแม้ไม่มากนัก แต่ให้ความสำคัญทุกภาคส่วนต้องทำความเข้าใจกับประชาชนทั้งกลุ่มผู้ที่เคลื่อนไหวและประชาชนทั่วไป

แม้กลุ่มที่เคลื่อนไหวอาจทำความเข้าใจยาก แต่ประชาชนที่อยู่บริเวณชุมนุมต้องได้รับความเข้าใจว่า รัฐบาลไม่ได้เป็นคนกำหนดให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไป โรดแมปยังคงเป็นโรดแปเหมือนเดิม เพียงแต่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เห็นชอบต่อร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ว่า

ให้มีผลบังคับใช้เมื่อประกาศลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว 90 วัน พร้อมให้เหตุผลว่าเพราะเหตุใด จึงต้องชี้แจงให้ประชาชนทราบ โดย คสช. และรัฐบาล เป็นเพียงปลายทางที่ได้รับอานิสงส์เท่านั้น และไม่มีนัยสำคัญอะไรที่ทำให้เห็นว่า รัฐบาลหรือ คสช. อยากอยู่ เพียงแต่ยังไม่เรียบร้อยในเรื่องของกฎหมาย

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวถึงกรณีที่มีการแชร์ภาพคลิปการชุมชุมและภาพพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เกี่ยวกับนาฬิกาปลุกในโลกโซเชียล ว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลเห็นแล้ว แต่ไม่อยากไปวิจารณ์คลิปชุมนุมว่าจริงหรือไม่จริง แต่พูดกันด้วยเหตุผล เชื่อว่าน้ำหนักด้วยเหตุและผล

ใครรับฟังก็เข้าใจได้ว่าควรรับฟังและเชื่อในข้อมูลใด ส่วนเรื่องของพล.อ.ประวิตร เป็นคนกรณีและได้ชี้แจงชัดเจนแล้วต้องชี้แจงต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และขณะนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบของ ป.ป.ช. จึงต้องรอ ป.ป.ช.ว่าอย่างไร หากถูกก็คือถูก หากผิดกระบวนการต่อไปก็มีว่าต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป ถ้าเอาอารมณ์เป็นเครื่องตัดสินทุกอย่างในสังคมจะวุ่นวายไปหมด

ทั้งนี้ ฝ่ายความมั่นคงรายงานหรือไม่ว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองจะมีมากขึ้น พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่คิดว่าจะมีการเคลื่อนไหวมากขึ้น กลุ่มที่เคลื่อนไหวยังเป็นกลุ่มที่ทุกคนทราบ เพียงแต่เคลื่อนไหวบ่อยครั้งขึ้น แต่ด้วยเหตุผลอะไรไม่อยากไปวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ พร้อมเชื่อมั่นว่าสังคมที่รับข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางสื่อต่างๆ วิเคราะห์ได้ว่าเกิดจากอะไร