ไทยตอนบนยังคงมีอากาศหนาว กทม. อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศา

อุตุฯ เผย ไทยตอนบนยังคงมีอากาศหนาว ส่วนภาคใต้มีฝนน้อย ขณะที่กทม. อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศา

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีอากาศหนาว สำหรับบริเวณภูเขาสูงในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด ขอให้ประชาชนรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย สำหรับบริเวณภาคใต้มีฝนน้อย ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและอันดามัน มีกำลังปานกลาง โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยตอนล่างควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือในระยะ 1-2 วันนี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเล จีนใต้มีกำลังอ่อนลง แต่ยังคงทำให้บริเวณดังกล่าวอากาศหนาวเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังปานกลาง ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง

สำหรับ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

เดินหน้าเอาผิดธุรกิจเครือข่าย ‘เปรมชัย’ รุกที่ จ.เลย “

‘ศรีวราห์’ บุกค้นที่ดินจังหวัดเลย ธุรกิจเครื่อข่าย เสี่ยเปรมชัย หลังพบรุกพื้นที่ป่า 6 พันไร่

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พร้อมเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบ รังเย็นรีสอร์ท อ.ภูเรือ จ.เลย โดยหลังการตรวจค้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 ชุด ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าทั้ง 3 จุด รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศ พบว่า บริษัท ซีพีเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้เข้าไปใช้ประโยชน์ที่ดินกว่า 6,000 ไร่ ในการทำการเกษตร ปลูกไร่องุ่น และแมคคาดิเนีย มาตลอดตั้งแต่ปี 2547 ทั้งที่ นส 3 ก. ถูกยกเลิกไปแล้ว และยังไม่ได้รับสัมปทาน ดังนั้น ที่ดินดังกล่าวจึงไม่มีเอกสารสิทธิ แต่ทางบริษัทฯ ยังคงครอบครองและทำประโยชน์ จึงเข้าข่ายความผิดฐานบุกรุกป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ซึ่งการบุกรุกที่ดินได้สร้างความเสียหายให้แก่รัฐกว่า 600 ล้านบาท

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ขณะนี้กรมป่าไม้และกรมที่ดินได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อกรรมการบริษัท ซีพีเคฯ แล้วฐานบุกรุกพื้นที่ป่า โดยยังไม่มีการแจ้งความ นายเปรมชัย กรรณสูต ส่วนกรรมการบริษัทดังกล่าวจะเป็นเครือญาติกับ นายเปรมชัย หรือไม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบ และเตรียมขยายผลไปยังจังหวัดอื่นด้วยว่ามีการบุกรุกที่ป่าในลักษณะนี้อีกหรือไม่

อย่างไรก็ดี ทาง นายชีวภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน บก.ภ.จว.เลย เพื่อเอาผิด น.ส.พิไลจิตร เริงพิทยา กรรมการบริษัทซีพีเคฯ พร้อมพวกรวม 3 คน ในความผิดฐานกระทำผิดออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ตามกฎหมายที่ดิน และ กระทำการรุกพื้นที่ป่าตามพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ตามกฎหมายที่ดิน และ พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม

สำหรับผลการตรวจค้นพื้นที่และอาคาร รังเย็น รีสอร์ท และชาโต้เดอเลย, โรงงานผลิตไวน์, ไร่องุ่น ไม่พบการกระทำผิดแต่อย่างใด ส่วนพื้นที่ภูเรือวโนทยาน พบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่า โดยมีการปลูกต้นองุ่นและแมคคาเดเมีย เพื่อออกจำหน่าย

ศาลให้ประกันตัว ‘สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์’ แกนนำ พธม. บุก NBT

ศาลให้ประกันตัว ‘สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์’ แกนนำพันธมิตรฯ บุกยึดสถานีโทรทัศน์ NBT วงเงิน 3 แสนบาท

วันนี้ (13 ก.พ. 61) ร.ต.อ.ศรายุทธ์ สันทัด พนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ได้ควบคุมตัว นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อายุ 67 ปี แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ผู้ต้องหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 13 – 24 ก.พ. 61

ทั้งนี้ คำร้องฝากขังระบุ พฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 22-25 สิงหาคม 2551 กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ แขวงและเขต ดุสิต กทม. ซึ่งมี พลตรีจำลอง ศรีเมือง กับพวกเป็นแกนนำได้พูดปราศรัยบนเวทีเพื่อขับไล่รัฐบาล ที่มี นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี และวันที่ 26 สิงหาคม 2551 ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ พลตรีจำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ได้พูดกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่า “ วันนี้เราจะไป NBT ,กระทรวงการคลัง, กระทรวงคมนาคม ,กระทรวงเกษตรฯ ,กระทรวงพลังงาน…จะไปเพื่อไม่ให้ข้าราชการทำงาน”

ซึ่งในเวลาต่อมา ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมอยู่บริเวณทางเข้า-ออก ด้านหน้ากับบริเวณประตูรั้วด้านหลังของสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) จริง โดยมีการพกอาวุธ เจตนาก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และบุกรุกเข้าไปสร้างความหวาดกลัวให้เจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ยังได้ทำลายทรัพย์สินภายในอาคารได้รับความเสียหาย โดย นายสมเกียรติ ในฐานะหนึ่งในแกนนำผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ ได้สลับกันพูดบนรถบรรทุกติดเครื่องขยายเสียงดัดแปลงเป็นเวทีปราศรัยที่จอดอยู่พูดโจมตีรัฐบาลและสั่งการต่อกลุ่มผู้ชุมนุมว่าต้องยึดสถานีโทรทัศน์ NBT ให้ได้

ผู้กล่าวหา จึงได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ในความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิดนั้น,ซ่องโจร ,ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในสำนักงานในความครอบครองของผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธและร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป,ร่วมกันตั้งแต่5คนขึ้นไป โดยมีอาวุธข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำนนต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อร่างกาย เสรีภาพ หรือทรัพย์สินของผู้นั้นหรือของผู้อื่น,ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 210,215,309,358 และ 365

ทั้งนี้ ในชั้นสอบสวน นายสมเกียรติ ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวน ยังระบุว่า ได้สอบสวนผู้ต้องหาไว้แล้ว โดยผู้ต้องหาขอเสนอพยานหลักฐานเพื่อต่อสู้คดีภายในกำหนดเวลา 30 วัน ทำให้การสอบสวนไม่เสร็จสิ้น และเป็นกรณีที่ผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก แต่พนักงานสอบสวนเห็นว่ามีเหตุที่จะออกหมายขังผู้ต้องหา ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา134 วรรคท้าย จึงได้นำตัวผู้ต้องหามาศาลเพื่อขอหมายขัง ด้วยความจำเป็นดังกล่าวจึงขอฝากขังผู้ต้องหานี้ไว้ระหว่างการสอบสวนมีกำหนด 12 วัน

อย่างไรก็ตาม ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขัง แต่ต่อมา นายสมเกียรติ์ ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดิน มูลค่า 1.7 ล้านบาท ขอประกันตัวระหว่างต่อสู้คดี ต่อมาเวลา 16.00 น. ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัว โดยตีราคาประกัน 3 แสนบาท โดย นายสมเกียรติ ได้เดินทางกลับทันที

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์