ศาลอุทธรณ์ ยืนจำคุก 1 ปี “น็อต กราบรถกู” รอลงอาญา 2 ปี

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจำคุก 1 ปี “น็อต กราบรถกู” รอลงอาญา 2 ปี

ศาลอาญากรุงเทพใต้ อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่พนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายธีร์ อริยฤทธิ์วิกุล หรือ น็อต อายุ 30 ปี ดารานักแสดง กับ นายวิทวัส ศรีบัณฑิตมงคล เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสและข้อหาอื่น

จากกรณีเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้กำลังทำร้ายร่างกาย นายกิตติศักดิ์ หรือ บอย พนักงานคัดกรองเอกสาร สำนักงานสรรพากรตลิ่งชัน ได้รับบาดเจ็บ จากการขับรถเฉี่ยวชนกันบริเวณปาก ซ.เจริญกรุง 44 โดย นายธีร์ จำเลยที่ 1 ยังบังคับให้ผู้เสียหายกราบรถจนกลายเป็นวลีดังที่มีการพูดถึงในโลกออนไลน์

คดีนี้ศาลชั้นต้น สั่งจำคุกจำเลยคนละ 1 ปี รอลงอาญา 2 ปี โดยให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติด้วยเป็นระยะเวลา 4 ครั้ง ใน 1 ปี และให้ ทำงานบริการสังคม 24 ชั่วโมง ต่อมาอัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลไม่รอการลงโทษเฉพาะจำเลยที่ 1 เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง โดยในวันนี้ นายธีร์ เดินทางมาศาลพร้อมด้วยญาติและทนายความ

ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่าที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้นเหมาะสมแล้ว อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

เตือน! ปล่อยปลาการ์ตูน โดยไม่หาข้อมูล ผลคือ ตาย 100%

เตือน! ปล่อยปลาการ์ตูน โดยไม่ศึกษาหาข้อมูลที่ถูกต้อง ผลคือ ตาย 100% จากบุญจะกลายเป็นบาป

เรียกว่ากำลังเป็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง หลังมีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก Nattawut Chotsuwan ได้โพสต์ถึงกลุ่มคนที่ต้องการทำความดีด้วยการปล่อยปลาการ์ตูน แต่ลืมศึกษาข้อมูล โดยระบุว่า…

“การปล่อยปลาการ์ตูนแบบผิดๆ ยังคงพบได้บ่อยที่ประเทศไทย ซึ่งการปล่อยปลาชนิดนี้โดยไม่มีดอกไม้ทะเลเท่ากับจะทำให้ปลาตายอย่างแน่นอน และปลาการ์ตูนบางชนิด ก็ไม่ใช่ชนิดที่พบในประเทศไทยที่ถึงแม้ว่าจะปล่อยลงบริเวณที่มีดอกไม้ทะเล แต่หากไม่ใช่ปลาการ์ตูนท้องถิ่น ก็จะกลายเป็นเอเลี่ยนสปีชีส์ แย่งที่อาศัยและอาหารจากสายพันธุ์ดั้งเดิมได้”

นอกจากนี้ เจ้าของโพสต์ ยังระบุว่า เข้าใจว่าเจตนาดี แต่กระทำโดยผิดวิธีก็เหมือนเอาปลาไปตายโดยไร้ค่า และยังอาจส่งผลเสียต่อระบบนิเวศอีกด้วย ด้าน ชาวเน็ตเอง ต่างก็แสดงความคิดเห็นมากมาย โดยมองว่า ควรมีการให้ความรู้มากกว่านี้ เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดปัญหาซ้ำๆ คนไทยใจบุญแต่ขาดการศึกษาหาข้อมูลที่ถูกต้อง

นิสิตจุฬาฯ สวมหน้ากากเสือดำ! ถกปัญหาสัตว์ในทุ่งใหญ่ต้องไม่ตายฟรี

นิสิตในชมรมอนุรักษ์ฯ จุฬาฯ จัดกิจกรรม ‘สัตว์ในทุ่งใหญ่ต้องไม่ตายฟรี’ สวมหน้ากากเสือดำ รำลึกถึงเหตุการณ์ล่าสัตว์ป่าในทุ่งใหญ่

วันนี้ (13 ก.พ.) เวลา 17.00 น. นิสิตในชมรมอนุรักษ์ฯ จุฬาฯ ได้รวมตัวกันจัดกิจกรรมภายใต้ชื่อ ‘สัตว์ในทุ่งใหญ่ต้องไม่ตายฟรี’ ที่บริเวณหัวมุมสนามกีฬาจุฬาฯ เพื่อให้นิสิตจุฬาฯ และประชาชนที่สนใจ ได้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความรู้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว โดยได้มีการแสดง เล่นดนตรี และร่วมกันจุดเทียนไว้อาลัยให้แก่เสือดำ รวมทั้งยังมีการสวมหน้ากากเสือดำ สัญลักษณ์ให้รำลึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นางสาวณิชา เวชพานิช นิสิตชั้นปีที่ 3 สมาชิกชมรมอนุรักษ์ฯ จุฬาฯ เผยถึงการจัดกิจกรรมดังกล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ล่าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย ที่ทุ่งใหญ่นเรศวร เมื่อ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา ทางชมรมอนุรักษ์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้ออกแถลงการติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีดังกล่าวภายใน 7 วัน ถ้ายังไม่คืบหน้านิสิตก็จะออกมาทวงถาม สร้างความตระหนักให้สังคมรับรู้ว่าพวกเรายังสนใจประเด็นนี้ยังสำคัญอยู่ ซึ่งวันนี้ครบรอบ 1 อาทิตย์ ชมรมในมหาวิทยาลัยแต่ละที่ก็จะมีกิจกรรมของตน โดยมีสัญลักษณ์ร่วม อาทิเช่น หน้ากากเสือดำ ใช้แฮชแท็กร่วมกัน เปลี่ยนรูปโปรไฟล์ ชมรมตนก็จึงจัดกิจกรรมนี้ขึ้น เพื่อให้ประชาชนรู้สึกมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงให้หลายคนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมระดับนิสิต ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานเสวนา “สัตว์โลกที่ถูกคุกคาม: วาระที่รอการแก้ไข” ของระดับมหาวิทยาลัยที่จะจัดในวัดถัดมา